ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 423 เงยหน้าไม่ขึ้น / ตอนที่ 424 รอคำชม
ตอนที่ 423 เงยหน้าไม่ขึ้น / ตอนที่ 424 รอคำชม
ตอนที่ 423 เงยหน้าไม่ขึ้น
วิญญาณนั้นลูบศีรษะโจวไคอวิ๋น ดูโศกเศร้าและไร้เรี่ยวแรง
ดูเหมือนจะมีความเสียใจภายหลังอยู่บ้าง
โจวไคอวิ๋นน้ำตาไหลเพราะคำพูดของเซี่ยเฉียว เขาเบ้ปากร้องจนได้ ทำให้เซี่ยเฉียวดูใจร้ายมากยิ่งขึ้น
“อย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้าแก้แค้น ถ้าเจ้ามีเวลาว่างมากขนาดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมาคอยจ้องข้าที่นี่ พอตกเย็นเจ้าค่อยกลับบ้านไปกับน้องชายข้า พี่ชายใหญ่ของข้าจะรอเจ้าอยู่ที่บ้านแล้ว เจ้าคิดจะแก้แค้น พวกเราก็แค่ปิดประตู เจ้าจะเลือกใช้ดาบหรือทวนก็ได้ ข้าจะให้เขายืนอยู่ที่นั่น และให้โอกาสเจ้าสามกระบวนท่า หากเจ้าไม่สามารถฆ่าเขาได้ก็แสดงว่าเจ้าไร้ความสามารถเอง ต่อไปก็อย่าได้ทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้อีก” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ส่วนพี่ชายใหญ่นางต้องการอะไรนั้น…ก็เป็นเรื่องของเขา
“ข้าจะฆ่าเขา!” โจวไคอวิ๋นดุร้ายราวกับเสือที่ไร้ฟัน
“ตกลง” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวผ่อนคลาย นางไม่ถือสาแม้แต่น้อย
โจวไคอวิ๋นจากไปแล้ว
แต่วิญญาณนั้นกลับยังไม่ไปไหน
เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ “สำนักศึกษามีพลังหยางเข้มข้น ถ้าเจ้าไม่อยากให้วิญญาณแหลกสลายไปเสียก่อนก็ไปที่รถม้าของข้าเถอะ”
เสียงของนางเบาจนไม่มีใครสังเกตเห็น
วิญญาณดูราวกับจะสับสนเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองเซี่ยเฉียวอย่างสงสัย “เจ้า… กำลังพูดกับข้าอยู่หรือ”
“ที่นี่ไม่มีวิญญาณอื่นที่จะแหลกสลายนอกจากเจ้าแล้ว” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวยังคงสงบ “ไปรอข้างนอกเสียดีๆ พลังหยินอ่อนเช่นนี้ยังจะกล้ามาที่นี่อีก คิดว่าตัวเองฆ่าตัวตายครั้งเดียวไม่พอหรืออย่างไร ยังอยากจะทำอีก?”
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบนางก็จ้องมองไปที่วิญญาณก่อนจะจากไป
บริสุทธิ์สูงส่งแล้วอย่างไร?
ตายแล้วก็ยังคงเป็นคนตระกูลโจว? ตราบาปนี้ก็ยังลบไม่ออกอยู่เหมือนเดิม?
ยิ่งไปกว่านั้นนางก็ยังมีลูกคนหนึ่งด้วย
ถ้านางเป็นสะใภ้ชิว มีความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาที่ดี และสามีของนางไม่รู้เรื่องคดีฆาตกรรมอันโหดเหี้ยมนี้ ถูกเนรเทศก็ถูกเนรเทศสิ อยู่ห่างไกลฮ่องเต้ก็มองไม่เห็นแล้วจะอย่างไรเล่า ฐานะยากจนแล้วจะเป็นอย่างไรเล่า ก็ใช้ชีวิตแบบเดิมโดยมีสามีและลูกชายอยู่เคียงข้างก็พอแล้ว
ถ้าสามีไม่ใช่คนดีอะไรก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ นางก็เขียนหนังสือหย่าเข้าสิ พาลูกไปด้วย อดทนเอาหน่อย
การฝืนยืดลมหายใจสุดท้ายออกไปไม่ได้เลวร้ายเสมอไป
ตายแล้วก็จบ แต่เหตุใดจึงไม่ยอมลงไปปรโลก จะลอยไปลอยมาอยู่บนโลกมนุษย์ทำไม ไม่ใช่เพราะยังมีคนที่เป็นห่วงอยู่หรือ
น้ำเสียงเซี่ยเฉียวค่อนข้างเกรี้ยวกราด
วิญญาณตนนี้ลอยไปลอยมาอยู่นานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสามารถมองเห็นนางได้มาตลอด
จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็พูดคุยกับนางขึ้นมาในเวลานี้ นางจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก นางยอมเชื่อฟัง ออกไปข้างนอกเพื่อตามหารถม้าของตระกูลเซี่ย และรออยู่ข้างในแต่โดยดี
ส่วนภายในเรือนคงกู่ ทุกคนก็รู้แล้วว่าเซี่ยเฉียวจะย้ายไปเรือนหมู่ตันแล้ว
“อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่านี่ก็จริงๆ เลย ปล่อยเจ้าไปได้อย่างไรกันนะ? กว่าเรือนคงกู่เราจะได้มีคนฉลาดๆ อย่างเจ้า ต่อไปพอเจ้าไปที่เรือนหมู่ตันแล้ว พวกเราเรือนคงกู่จะไปแพ้พวกนั้นอีกหรือ” ใครบางคนอดบ่นออกมาไม่ได้
เรือนคงกู่ของพวกเขายากลำบากแล้ว
เพิ่งจะเอาชนะเรือนหมู่ตันได้แค่ครั้งเดียว ต่อไป…ก็คงไม่สามารถเงยหน้าได้อีกแล้ว!
“พี่หญิงเซี่ย เจ้าพูดอะไรดีๆ กับอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าหน่อยไม่ได้หรือ ข้าไม่อยากให้เจ้าไปเลย” ฉินหลิวเสียใจที่สุด
เซี่ยเฉียวยิ้มให้นาง “ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็คงจะอยู่ที่สำนักศึกษานี้ไม่ได้นาน จะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน”
นางอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ได้เวลาต้องแต่งงาน!
แม้จะยังบอกไม่ได้ว่าจะแต่งกับใคร แต่นางก็ไม่สามารถจะอยู่บ้านตระกูลเซี่ยไปจนถึงอายุยี่สิบได้หรอก?
“ไม่ได้ ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไป!” ฉินหลิวดื้อเล็กน้อย “ข้าจะไปหาอาจารย์! สำนักศึกษาชอบถั่วเงินมากที่สุด ข้าจะยอมจ่ายเพื่อให้เจ้าอยู่ให้ได้!”
“…” มุมปากของเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย
ไม่ค่อยดีหรอกกระมัง?
“ใช่แล้ว แม่นางเซี่ย เมื่อก่อนข้าไม่ชอบเจ้าเลยจริงๆ แต่ต่อมา…ทุกครั้งที่อาจารย์บรรยาย ถ้าเจ้าอยู่ด้วย ข้าจะหันไปมองเจ้าบ่อยๆ แล้วก็จะรู้สึกว่าวิชานี้ค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย ดังนั้นแล้วเจ้าไปไม่ได้ ข้ายินดีจะออกถั่วเงินด้วย!” ยังมีใครอีกคนที่ยืนขึ้นเช่นกัน
ตอนที่ 424 รอคำชม
เซี่ยเฉียวหันไปมอง
นาง…ไม่รู้จัก
จริงอยู่ว่านางเคยเห็นหน้ามาก่อน แต่นางกลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีประโยชน์เช่นนั้น
คนคนนั้นถูกเซี่ยเฉียวจ้องมองจนหน้าแดงเล็กน้อย “เจ้า…เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด ข้าหมายถึง เพราะ…เจ้าหลับในชั้นเรียนของอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่า แต่ตอนที่เจ้างีบหลับพู่กันในมือของเจ้าก็…ยังขยับอยู่”
ช่างน่าสนใจจริงๆ
ตอนที่เซี่ยเฉียวงีบหลับ ศีรษะของนางเหมือนไก่กำลังจิกข้าว ดวงตาปิดอยู่ แต่มือกลับไม่หยุด
หลายครั้งที่นางแอบยื่นหน้าไปมองก็พบว่าสิ่งที่เซี่ยเฉียวเขียนออกมานั้นถูกต้อง!
นางพยายามเรียนความสามารถเช่นนี้มาตั้งนานแล้วแต่ก็ยังทำไม่ได้!
“ข้าไม่เคยงีบหลับ” เซี่ยเฉียวเอ่ยจริงจัง ใบหน้าน้อยๆ เคร่งขรึม “แค่หลับตาแล้วคิดเท่านั้น”
คนคนนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาทันที
“เซี่ยเฉียว ที่เรือนหมู่ตันมีพวกที่มากความสามารถเยอะแยะ ข้าเองก็คิดว่าที่นั่นไม่เหมาะกับเจ้า” ฟังมู่เสวี่ยเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน “ข้าก็อยากจะไปลองพูดกับอาจารย์ด้วย”
นิสัยของเซี่ยเฉียวเมื่ออยู่ในชั้นเรียนเหมือนภาพวาดทิวทัศน์ที่ไม่เคลื่อนไหว
แต่ที่เรือนหมู่ตัน…
ผู้หญิงของเรือนหมู่ตันมักรวมตัวกันเพื่อถกเรื่องบทกวี เพลง ดนตรี หมากรุก การประดิษฐ์ตัวอักษร ภาพวาด แม้แต่เรื่องอาหารการกินและเสื้อผ้าก็ต้องเปรียบเทียบแข่งขันกัน ไม่ใช่ว่าคนของเรือนหมู่ตันจะไม่ดี แต่คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงมาตั้งแต่เด็ก นิสัยของพวกนางจึงแฝงความหยิ่งทะนงอยู่บ้าง
ถ้าเซี่ยเฉียวอยู่ที่นั่นแล้วไม่ต่อสู้ มันกลับจะเป็นการสร้างปัญหามากมาย
“ทำไมพวกเราไม่ไปพูดกับอาจารย์ด้วยกันเล่า? ก่อนหน้านี้เมิ่งจี๋ฟังก็เคยใช้เงินเพื่อให้เซี่ยเฉียวแข่งกับซย่าหย่าอวิ๋นไม่ใช่หรือ เช่นนั้นแล้ววันนี้พวกเราก็ใช้ถั่วเงินเพื่อให้เซี่ยเฉียวอยู่ที่เรือนคงกู่ต่อไปได้! อีกอย่าง ตามกฎแล้ว เซี่ยเฉียวก็สามารถเลือกอยู่ตามความสมัครใจได้นี่?!” เฟิงซวงซวงเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน
หลายคนเห็นด้วยกับนาง
เซี่ยเฉียวประหลาดใจเล็กน้อย
ความนิยมของนางเริ่มดีขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
ฉินหลิวดีใจมาก “เจ้าวางใจ ข้าไม่ยอมให้เจ้าไปแน่! คนตั้งมากมายขนาดนี้ ถ้าอาจารย์หลี่ว์กล้าปฏิเสธ ข้าก็จะไปหาผู้ดูแลสำนักศึกษา!”
“…” แววตาเซี่ยเฉียวดูว่างเปล่าเล็กน้อย
ฉินหลิวท่าทางก้าวร้าวและพากลุ่มคนบุกไปที่บ้านของอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าจริงๆ
พวกนางทิ้งเซี่ยเฉียวเอาไว้ข้างหลัง นางดูไร้เดียงสาและรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
“แม่นางเซี่ย เจ้าไม่สบายหรือ” คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของนางแปลกๆ ไป
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก ข้าแค่สับสนนิดหน่อยเท่านั้น”
เมิ่งซูเซียงที่ยืนอยู่ข้างๆ เซี่ยเฉียวลากนางให้นั่งลง “จนถึงตอนนี้แล้ว เจ้าคงไม่ได้คิดว่าพวกเรายังรังเกียจเจ้าอยู่หรอกนะ”
“ทำไมจะไม่ใช่เล่า?” เซี่ยเฉียวตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
นางรู้ว่ารูปร่างหน้าตาและร่างกายที่อ่อนแอของนางจะกระตุ้นพวกผู้หญิงให้เกลียดนางได้อย่างง่ายดาย
ตัวอย่างเช่นเผยหว่านเย่ว์ที่แค่เห็นนางทีแรกก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมดแล้ว
เมิ่งซูเซียงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ข้าชอบเจ้าเพราะเจ้าช่วยข้าไว้ ส่วนคนอื่นๆ…แน่นอนว่าก็มีเหตุผลด้วย”
“อะไร?” เซี่ยเฉียวนั่งหลังตรงพลางมองเมิ่งซูเซียงอย่างจริงจัง สีหน้าของนางราวกับกำลังรอคำชม
“อย่างเช่นท่าทางตอนนี้ของเจ้า!” เมิ่งซูเซียงปิดปากหัวเราะ “ท่าทางของเจ้าน่าสนใจจริงๆ เจ้ารู้หรือไม่ว่าปกติเจ้าจะมี…อย่างไรนะ…”
เมิ่งซูเซียงคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ทำหน้าเลียนแบบเซี่ยเฉียว “มีสีหน้าอย่างนี้ ไร้อารมณ์ใดๆ หรืออาจจะมียิ้มน้อยๆ บ้างบางครั้งเหมือนกับผู้เฒ่าคนหนึ่ง แม้แต่ตอนที่มองอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าก็เป็นเช่นนี้! เจ้าทำให้อาจารย์หลี่ว์กลัวตั้งหลายครั้ง เวลาเขาพูดกับเจ้ากลับเหมือนกับการพูดคุยกับผู้อาวุโส ทำให้พวกเรารู้สึกสนุกสนานเฮฮามาก”
แน่นอนว่าพวกนางทั้งหมดแอบพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างลับๆ