ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 421 ความทุกข์ที่สูญเสียลูกสาว / ตอนที่ 422 แบ่งปันศักดิ์ศรีและความอัปยศ
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 421 ความทุกข์ที่สูญเสียลูกสาว / ตอนที่ 422 แบ่งปันศักดิ์ศรีและความอัปยศ
ตอนที่ 421 ความทุกข์ที่สูญเสียลูกสาว / ตอนที่ 422 แบ่งปันศักดิ์ศรีและความอัปยศ
ตอนที่ 421 ความทุกข์ที่สูญเสียลูกสาว
นี่ก็เพิ่งจะผ่านปีใหม่ไปไม่นาน คนตระกูลโจวก็ออกเดินทางแล้ว ส่วนลูกสาวคนเล็กของอาจารย์ชิวก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
ถึงอย่างไรการเดินทางระหว่างถูกเนรเทศก็ไม่ได้สะดวกสบาย
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น นางก็ไม่ได้คิดว่าตนเองมีความผิด
คนที่ทำผิดก็คือราชบุตรเขยโจว ถ้าการเปิดโปงความผิดบาปนี้แก่ชาวประชาแล้วมีโทษ และแม้โทษของนางจะถึงแก่ชีวิต นางก็ยังจะทำเช่นนั้นอยู่ดี
แต่การลากผู้บริสุทธิ์ให้ลำบากไปด้วยไม่ใช่ความต้องการของนาง
“เจ้าวางใจได้ อาจารย์ชิวไม่ใช่คนที่จะแยกแยะถูกผิดไม่ได้ถึงขั้นนั้น หลังจากที่คุณหนูตระกูลชิวรู้เรื่องที่ตระกูลโจวทำลงไปแล้วนางก็เจ็บปวดใจมากเช่นกัน และเนื่องจากนางกลัวว่าจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลบิดามารดานางต้องด่างพร้อยไปด้วย ก่อนที่จะถูกเนรเทศ นางจึง…ฆ่าตัวตายไปแล้ว ทิ้งลูกชายที่อายุยังไม่ถึงสิบขวบเต็มนักเอาไว้หนึ่งคน เขาไม่ใช่สายหลักของตระกูลโจว ดังนั้นอาจารย์ชิวจึงได้ใช้เส้นสายเพื่อช่วยให้เขาอยู่ที่เมืองหลวงต่อไปได้”
“เด็กคนนั้นเห็นมารดาของตนเองตายไปต่อหน้าต่อตาจึงได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อย” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเอ่ย
อาจารย์ชิวรู้สึกอดสูและโศกเศร้าอย่างมาก
ความทุกข์ของการสูญเสียลูกสาวไปเป็นเรื่องที่ทนรับได้ยากจริงๆ
แม้เขาจะรู้ว่าเซี่ยผิงกั่งสืบคดีนี้เพื่อความยุติธรรม แต่ในใจเขาก็ยังอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้อยู่ดี
“ท่านอาจารย์ ข้าและพี่ชายใหญ่ไม่ได้ทำผิดต่อใครทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“แม่นางเซี่ย ข้าเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่ตรงไปตรงมา คดีตระกูลโจวนี้ใครได้ยินก็ต้องหวาดกลัว พี่ชายของเจ้าทวงความยุติธรรมให้ตั้งหลายชีวิตเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่นอกจากกฎหมายแล้วก็ยังมีเรื่องของน้ำใจด้วย ในตระกูลโจวก็มีผู้บริสุทธิ์อยู่ด้วย สิ่งที่อาจารย์ชิวทำลงไปนั้นก็ใช่ว่าจะเข้าใจไม่ได้” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าถอนหายใจก่อนจะเอ่ย “อาจารย์ชิวมีบุตรชายหลายคน แต่มีบุตรสาวอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น เขายังอบรมสั่งสอนนางอย่างเคร่งครัดอย่างยิ่ง เขาเลี้ยงจนแม่นางชิวผู้นี้รู้จักแยกแยะถูกผิด มีเมตตา และมีความเป็นธรรม จนไม่อาจทนความไม่ถูกต้องแม้เพียงเล็กน้อยได้”
และเพราะความบริสุทธิ์อันสูงส่งนี่เองที่ทำให้นางโกรธและตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้หลังจากได้รู้เรื่องของตระกูลโจว
ตระกูลชิวมีชื่อเสียงที่ดีมาตลอด อันที่จริงการจะให้ตระกูลโจวหย่าขาดเพื่อช่วยลูกสาวของเขาก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
น่าเสียดายที่แม่นางชิวผู้นี้รู้สึกว่าหากต่อไปนางต้องถูกผู้อื่นคอยวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอไม่สู้นางจากไปเลยตอนนี้จะดีกว่า
เซี่ยเฉียวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “หากการริบถั่วเงินของข้าครั้งนี้หรือการให้ข้าย้ายไปอยู่ที่เรือนหมู่ตันจะทำให้อาจารย์ชิวรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ก็…ตามใจเขาเถอะ”
ท่าทางของเซี่ยเฉียวไม่ได้ดูขึ้นๆ ลงๆ เหมือนเมื่อครู่แล้ว
สำหรับนางแล้ว ไม่ว่าจะเรือนหมู่ตันหรือเรือนคงกู่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
ส่วนเรื่องถั่วเงินพวกนั้น เดิมทีมันก็เป็นของนอกกายอยู่แล้ว นางคัดลอกหนังสือไปเรื่อยเดี๋ยวก็หากลับมาได้แล้ว
ท่าทีของนางไม่ได้โกรธแค้นหรือโศกเศร้า ซึ่งทำให้ท่านอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่ารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“อันที่จริงการตัดสินใจของอาจารย์ชิวนั้นดีกับเจ้าไม่น้อย แม่นางเซี่ย เจ้าเป็นคนมีความสามารถ หากอยู่แต่ในเรือนคงกู่ แม้ว่าเจ้าจะสอบได้ที่หนึ่งอีกสักกี่ครั้งก็สู้ตอนที่เรียนอยู่ในเรือนหมู่ตันไม่ได้” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเอ่ย
นอกจากนี้บุคลิกของเซี่ยเฉียวผู้นี้สงบนิ่งเกินไป
นางได้รับถั่วเงินมากขนาดนั้น เขาก็ยังไม่เห็นว่านางจะดีใจเท่าไร เวลานี้เมื่อนางสูญเสียถั่วเงินไปตั้งมากขนาดนี้แล้วก็ยังเห็นนางมีท่าทีเฉยๆ
ราวกับนักพรตคนหนึ่งกระนั้น
การแข่งขันในเรือนหมู่ตันคงเข้มข้นขึ้นไม่น้อย
“ขอบคุณท่านอาจารย์สำหรับคำสอนของท่าน” เซี่ยเฉียวเอ่ยสั้นๆ แล้วลุกขึ้นกลับไปยังชั้นเรียนเพื่อเก็บของ
เพียงแต่เมื่อเซี่ยเฉียวกลับไปถึงชั้นเรียน นางก็เห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งจ้องมองนางอยู่
และข้างๆ เด็กคนนี้ก็มีวิญญาณลอยอยู่ใกล้ๆ ด้วย
วิญญาณส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้ามาในสำนักศึกษา เพราะพลังหยางที่เข้มข้น แต่วิญญาณที่อยู่ข้างกายเด็กคนนี้ช่างดื้อดึง มันคอยอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ค่อนข้างดื้อรั้นทีเดียว
วิญญาณนี้ถูกพลังหยางปะทะจนอ่อนแรงเล็กน้อย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปวิญญาณก็อาจจะสลายไปโดยสิ้นเชิง
“เด็กคนนั้น…แซ่โจว เมื่อมาถึงก็ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ยอมพูดจา น่ากลัวจริงๆ” ฉินหลิวดึงเสื้อผ้าของเซี่ยเฉียวเบาๆ “สองวันก่อนเขาก็ไปที่เรือนไห่ถัง ไปจ้องน้องชายของเจ้าเช่นนี้เหมือนกัน คุณชายรองแทบจะทุบตีเขาเข้าแล้ว โชคดีที่มีคนห้ามเอาไว้ได้”
ตอนที่ 422 แบ่งปันศักดิ์ศรีและความอัปยศ
ถ้าเซี่ยผิงไหวต้องการจะทุบตีใครสักคน เขาก็ไม่สนใจหรอกว่าว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็กหรือไม่
บังเอิญที่ฉู่เจี้ยนศิษย์คนแรกของอาจารย์เซียวเห็นเข้าพอดีจึงได้ลากเซี่ยผิงไหวออกไป มิฉะนั้นแล้ว…วันนี้เจ้าเด็กแซ่โจวคนนั้นก็อาจจะนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงแล้ว
“เขาไปวุ่นวายกับเซี่ยซีหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
ฉินหลิวส่ายหน้า “ไม่ได้ไป”
“ยังนับว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง ยังรู้ว่าไม่ควรไปรังแกผู้เด็กหญิง” เซี่ยเฉียวพึมพำ
แม้ว่าเซี่ยซีจะอายุสิบสาม แต่นางก็ดูเหมือนอายุสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้น นางยังขี้ขลาดใจเสาะ เซี่ยเฉียวไม่อยากให้นางถูกรังแก
เซี่ยเฉียวมองออกไปด้านนอก
ใบหน้าของวิญญาณซีดมาก แววตาว่างเปล่าและค่อนข้างเศร้า วิญญาณคอยอยู่เคียงข้างคุณชายน้อยแซ่โจวตลอดเวลา มันดูอ่อนแอมากทีเดียว
เซี่ยเฉียวเงียบไปครู่หนึ่ง และเมื่อเห็นว่าคุณชายน้อยของตระกูลโจวยังคงจ้องมองมาอยู่ นางจึงเดินเข้าไปหาทันที
“เจ้ากำลังมองข้า” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวเย็นชาและตรงไปตรงมา “เจ้าเกลียดที่พี่ชายข้าทำลายตระกูลโจวใช่หรือไม่”
ราวกับมีเปลวไฟในดวงตาของคุณชายน้อยตระกูลโจว เขาดูเหมือนลูกหมาป่าตัวเล็กๆ ที่จ้องมองนางอย่างดื้อรั้น
“การที่เจ้าเอาแต่จ้องมองข้าแบบนี้เปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือ เจ้าจะจ้องข้าสักกี่วัน ข้าก็ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่ได้เสียหายอะไร แต่เจ้าต่างหากที่จะเสียอนาคต” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก นางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลขึ้น “ไม่สิ อนาคตของเจ้าไม่มีแล้ว”
ราชบุตรเขยโจวทำให้คนตายไปมากกว่าร้อยชีวิต
แม้ว่าคนตระกูลโจวที่เหลือจะน่าสงสารเพียงใด แต่พวกเขาก็สมควรได้รับโทษ
เด็กน้อยตระกูลโจวคนนี้ยังเด็กและไร้เดียงสา ตอนแรกๆ เขารู้สึกโกรธแค้นในใจ คนอื่นๆ อาจจะสงสารเขาบ้าง
แต่ถ้าเวลาผ่านไปนานแล้ว เขาก็ยังคงโกรธแค้นไม่พอใจอยู่ก็จะทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาไม่แยกแยะถูกผิด
ส่วนอนาคตนั้น…
ไม่มีแล้วจริงๆ
ตระกูลชิวออกหน้าช่วยเหลือเขา แต่คนทำผิดก็คือคนทำผิด ต่อให้มีการนิรโทษกรรมก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงเรื่องความผิดของตระกูลเขาได้
ตระกูลโจวสามรุ่นไม่อาจสอบเข้ารับราชการ
คำพูดของเซี่ยเฉียวทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจที่บอบบางของเด็กคนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
ดวงตาของเขาเป็นสีแดง ใบหน้าขาวๆ แต่เดิมของเขาตอนนี้ก็เป็นสีแดงเล็กน้อย แต่น่าเสียดายที่เขายังเด็กเกินไปจนดูไม่น่ากลัวเลยสักนิด
“เจ้าชื่ออะไร” เซี่ยเฉียวถาม
เด็กคนนี้ไม่สนใจนาง
“เจ้าเกลียดพวกเรามาก แต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อของเจ้าเอง ต่อไปเจ้าจะกลายเป็นคนไม่มีชื่อเสียง ถึงเกลียดพวกเราอยู่ในใจ แต่ข้ากับพี่ชายของข้าจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจ้าเป็นใคร” เซี่ยเฉียวเอ่ยคำพูดโหดร้ายอีกครั้ง
“โจวไคอวิ๋น!” เด็กน้อยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบ
“เอาล่ะ โจวไคอวิ๋น เจ้ามาหาข้าทำไม? เจ้าต้องการแสดงความบริสุทธิ์ของมารดาเจ้า?” เซี่ยเฉียวถาม
“ท่านแม่ของข้าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว! เรา พวกเราไม่รู้ว่าเขาฆ่าคน!” โจวไคอวิ๋นเอ่ยอย่างโกรธจัด
เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างสงบ
“ตอนที่ท่านแม่ของเจ้าแต่งงานเข้าตระกูลโจว นางรู้หรือไม่ว่าตระกูลโจวเป็นที่โปรดปราน? นางรู้หรือไม่ว่าตระกูลโจวนั้นเป็นพระญาติใกล้ชิด คิดว่าจะเกี่ยวดองกัน และคิดว่าตระกูลโจวจะคงอยู่ต่อไปหลายชั่วอายุคน” แต่ละคำของเซี่ยเฉียวจริงจังอย่างยิ่ง “ท่านแม่ของเจ้าย่อมรู้อยู่แล้ว แม้แต่ครอบครัวท่านตาของเจ้าก็คิดว่าตระกูลโจวนั้นไม่เลวเลย ดังนั้นจึงได้ให้นางแต่งเข้าตระกูลโจวไป”
“การแต่งงานของผู้หญิงคือการกลับชาติมาเกิดใหม่ ท่านแม่ของเจ้า…ไปเกิดใหม่ผิดที่”
“ระหว่างสามีภรรยา ภายในครอบครัว เดิมทีก็ต้องร่วมเป็นร่วมตาย แบ่งปันศักดิ์ศรีและความอัปยศกันอยู่แล้ว ใครจะไม่รู้บ้างว่ามันไม่เป็นธรรมต่อท่านแม่ของเจ้า? แม้แต่ข้า บิดา และพี่ชายของข้าก็รู้ แต่เจ้าคือคนตระกูลโจว เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? ความผิดของราชบุตรเขยโจวลบล้างได้หรือ กฎหมายเป็นเช่นนี้ ไม่มีใครทำอะไรได้ทั้งนั้น การที่เจ้ามาที่นี่เพื่อโทษคนอื่นมีแต่จะทำให้ท่านแม่ของเจ้าแปดเปื้อนมลทินมากขึ้นเท่านั้น นางเป็นคนมีเกียรติมาก คิดว่านางอยากให้เจ้าทำเช่นนี้หรือ”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็เหลือบมองไปด้านข้าง