ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 439 ชาตินี้ชาติหน้า / ตอนที่ 440 รู้จักพอใจในสิ่งที่มีและมีความสุขยั่งยืน
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 439 ชาตินี้ชาติหน้า / ตอนที่ 440 รู้จักพอใจในสิ่งที่มีและมีความสุขยั่งยืน
ตอนที่ 439 ชาตินี้ชาติหน้า / ตอนที่ 440 รู้จักพอใจในสิ่งที่มีและมีความสุขยั่งยืน
ตอนที่ 439 ชาตินี้ชาติหน้า
เซี่ยผิงกั่งมองแต่โม่ชูเซิงอยู่ตลอด
อาจารย์อาคนนี้ของเซี่ยเฉียวอายุไม่น้อยแล้ว แต่รูปร่างและเส้นผมยังดูอ่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่างน้ำเสียงนี่…ก็คุ้นหูอยู่บ้าง
แต่อาจารย์ชิวกลับลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินคำพูดของเซี่ยเฉียว “ท่านปรมาจารย์ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้หรือไม่”
“เป็นเช่นนี้ สะใภ้ชิวแขวนคอตายก็จริง แต่หลังจากที่นางตายไปแล้วนางก็ไม่ยอมไปเกิดใหม่ กลายเป็นวิญญาณที่คอยติดตามอยู่ข้างกายลูกชายนาง ซึ่งสำหรับเด็กคนนั้นแล้วเกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก ดังนั้นนางจึงได้มาขอร้องข้า…”
เซี่ยเฉียวอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้เขาฟังอย่างละเอียด
นางเล่าเรื่องสิบปีนั้นให้เขาฟังด้วย
มือที่เหี่ยวย่นแก่ชราของอาจารย์ชิวแทบจะยกน้ำชาไม่ขึ้น
มือของเขาสั่นไม่หยุด
ดวงตาทั้งคู่แดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ท่านปรมาจารย์หมายความว่า ลูกสาวของข้า…อยากจะปกป้องอวิ๋นเอ๋อร์ไปสิบปี…เช่นนั้น เช่นนั้นแล้วสิบปีนี้จะมีอะไรไม่ดีสำหรับนางหรือไม่ ต่อไปนางจะไปเกิดใหม่ได้อีกหรือไม่” อาจารย์ชิวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เรื่องนี้เหลือเชื่อจริงๆ
แต่เขาก็รู้ว่าบนโลกใบนี้มีผู้วิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้เกี่ยวพันกับลูกสาวของเขา ต่อให้เป็นเรื่องโกหก เขาก็ยินดีที่จะถูกหลอก
“ข้าสามารถใช้อาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งหล่อเลี้ยงวิญญาณของนางไว้ข้างในได้ อาวุธวิเศษนี้จะอยู่ได้สิบปี หลังจากสิบปีแล้ว พวกเจ้าก็ค่อยนำมันไปที่วัดเต๋าหรือวัดพุทธก็ได้เพื่อสวดส่งวิญญาณ หากนางไม่มีความยึดติดสิ่งใดแล้วก็ย่อมจะไปเกิดใหม่เอง” เซี่ยเฉียวยิ้ม “เพียงแต่ว่า ไม่ว่าจะเป็นคนหรือวิญญาณก็เกรงว่าจะมีความโลภไม่รู้จักพอ ตอนนี้อยากได้แค่สิบปี พอสิบปีให้หลังก็อาจจะอยากได้อีกสิบปีก็ได้”
“หากถึงเวลานั้นนางยังมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่ก็ได้แต่ต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนลอยไปลอยมาเท่านั้น แน่นอนว่าหากในอนาคตความคิดของโจวไคอวิ๋นไม่ถูกต้องชอบธรรม จิตใจของเขามีพลังชั่วร้ายก็จะมีผลต่ออาวุธวิเศษนี้ด้วย ต่อให้ลูกสาวของเจ้าจะกลับไปเกิดใหม่ชาติหน้าได้จริงๆ ดวงชะตาของนางก็อาจจะไม่ค่อยดีนัก” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
หากแปดเปื้อนด้วยชีวิตมนุษย์ วิญญาณที่เลี้ยงอยู่ในหยกก็จะรับผลกรรมไปด้วย ซึ่งจะยิ่งเลวร้ายไปอีก
เซี่ยเฉียวไม่ได้โกหกเขา นางพูดเรื่องนี้ให้อาจารย์ชิวฟังอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
อาจารย์ชิวไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
เขาเจ็บปวดใจนัก
นั่นคือลูกสาวของเขา หากให้เขาเห็นแก่ตัว เขาย่อมหวังว่าลูกสาวของเขาจะได้ไปเกิดใหม่ มีชาติหน้าที่ดี
แต่…เขารู้จักนิสัยของลูกสาวตนเองดี
อาจารย์ชิวนิ่งคิดอยู่นานมาก
“นางพูดหรือไม่ว่าชาติหน้าจะตอบแทนบุญคุณที่ข้าและมารดาของนางเลี้ยงดูนางมา?” อาจารย์ชิวถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เป็นเช่นนั้น”
“ชีวิตนี้ก็ยังดำเนินไปอย่างสับสน ยังจะคิดถึงชาติหน้าอีก?” อาจารย์ชิวยิ้มขื่นเล็กน้อย “ความรักที่นางมีต่อลูกนี้ ต่อให้ข้าคิดจะห้ามก็คงห้ามไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ตามใจนางเถอะ”
“เพียงแต่..” น้ำเสียงอาจารย์ชิวเปลี่ยนไปกะทันหัน เขาเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยเฉียว
ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยแต่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ เขาเอ่ยกับนางว่า “ท่านปรมาจารย์ นางจะอยู่เคียงข้างลูกชายไปสิบปี ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องแลกกับอะไรบ้าง ข้าในฐานะที่เป็นบิดาก็หวังว่าจะช่วยแบกรับอะไรแทนนางได้บ้าง เรื่องตระกูลโจวเมื่อตอนนั้น…ข้าเป็นคนตัดสินใจเอง ข้าทำผิดต่อนาง ท่านว่า จะให้ข้าทนทุกข์แทนนางจะได้หรือไม่”
ไม่ว่าจะเป็นบุญกุศลที่ทำมาจะถูกทำลายไปหรือโชคลาภจะลดน้อยลงก็ให้เขาเป็นคนรับไว้เองได้หรือไม่
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของนาง จะมาแบกรับแทนกันไปมาได้อย่างไรเล่า” เซี่ยเฉียวใจเย็นมาก นางแทบอยากจะเอามือปิดปากไอสักสองสามที แต่ก็กลัวว่าเซี่ยผิงกั่งจะพบความผิดปกติ นางจึงได้แต่ต้องอดทนเอาไว้ หลังจากกลั้นหายใจอยู่ครู่หนึ่งนางก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยว่า “เจ้าสามารถทำความดีได้เพื่อชดเชยบุญกุศลที่ถูกทำลายไปได้”
เดิมทีอาจารย์ชิวก็เป็นคนดีมีเมตตาอยู่แล้ว
เขาพยักหน้าทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เช่นนั้นแล้ว ต่อไปทุกๆ สิบห้าวัน ข้ากับภรรยาจะนำธูปไปถวายที่วัดเต๋า…”
ตอนที่ 440 รู้จักพอใจในสิ่งที่มีและมีความสุขยั่งยืน
ปกติแล้วเขาต้องสอนหนังสือ จึงไม่มีเวลาว่างไปทำกุศลด้วยตัวเองมากนัก
วัดเต๋าต้องระดมเงินเพื่อการกุศลทุกเดือน และมักจะลงเขามาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน เขาไปวัดเต๋าเพื่อบริจาคเงินค่าธูปซึ่งก็สะดวกเช่นกัน
อีกอย่างเขาก็ยังสามารถขอให้เทพเซียนคุ้มครองได้ด้วย
“ได้สิ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนมากน้อย แต่อยู่ที่ความจริงใจมากกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
เซี่ยเฉียวพูดจบก็หยิบอาวุธวิเศษออกมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งนางเพิ่งจะเลือกออกมาจากตระกร้าไม้ไผ่เมื่อครู่นี้ มันเป็นจี้หยกที่เหมาะสำหรับให้โจวไคอวิ๋นสวมใส่ติดตัวไว้
คุณภาพของหยกดีมากเป็นพิเศษ
หยกมีพลัง หยกที่ดีก็ดีต่อวิญญาณด้วย
“เป็นของสิ่งนี้ล่ะ เจ้าว่าอย่างไรบ้าง ข้ายังมีแบบอื่นอีกสองสามชิ้น ซึ่งแกะสลักไม่เหมือนกัน หากเจ้าไม่ชอบใจชิ้นนี้ ข้าก็ยังมีชิ้นอื่นอีก” เซี่ยเฉียววางจี้หยกลงตรงหน้าอาจารย์ชิว
อาจารย์ชิวนึกไม่ถึงว่าของพวกนี้…จะสามารถเลือกได้ด้วย
เขาเหลือบมองหยกนั้น
ก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หยกนี้ถูกแกะสลักเป็นรูปกะหล่ำปลีขนาดเล็ก และมีแมงมุมตัวเล็กเกาะอยู่บนนั้นด้วย ซึ่งดูเหมือนจริงอย่างยิ่ง
“เดิมทียังมีน้ำเต้านำโชคด้วย แต่เด็กคนนี้ขอโชคลาภก็คงจะไม่ได้ ต้องธรรมดาๆ หน่อย ข้าก็เลยเลือกผักกาดขาวมาให้ แมงมุมนี้…ก็หมายถึงความรู้จักพอและมีความสุขยั่งยืน ถือว่าเหมาะสม” เซี่ยเฉียวเอ่ยเพิ่มเติมอีกประโยค
โหงวเฮ้งของเด็กๆ เปลี่ยนแปลงกันได้ ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงไม่ได้ดูว่าอนาคตของโจวไคอวิ๋นจะเป็นเช่นไร
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์อย่างยิ่ง” อาจารย์ชิวพอใจหยกชิ้นนี้อย่างมาก
นอกจากนี้เขายังหวังว่าหลานชายของเขาจะรู้จักที่จะพอใจในสิ่งที่ตนมีและมีความสุขจากนี้ไป
“ในเมื่อเจ้าพอใจ ข้าก็จะทำพิธี” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเรียบง่าย
ในที่สุดวิญญาณที่อยู่ในขวดกระเบื้องก็ถูกปลดปล่อยออกมา
“ท่านพ่อ!” เมื่อวิญญาณออกมาได้นางก็เอ่ยเรียกอาจารย์ชิวทันที
น่าเสียดายที่อาจารย์ชิวไม่ได้ยิน แต่ในใจของเขาก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย และทำให้เขาอดรู้สึกโศกเศร้าไม่ได้
เมื่อวิญญาณเห็นว่าอาจารย์ชิวมองไม่เห็นนาง นางก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่านางตายไปแล้ว และหลั่งน้ำตาออกมาทันที อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกันนั้น เซี่ยเฉียวก็วางยันต์แผ่นหนึ่งลงบนหยก จากนั้นนางก็ร่ายคาถาไปที่สะใภ้ชิว สะใภ้ชิวรู้สึกเพียงว่าโลกกำลังหมุนไปเท่านั้น
นางก็รู้ว่าตนเองกำลังจะถูกผนึกไว้ในอาวุธวิเศษ
เมื่อนางเหลือบมองบิดาของตนเองก็เกิดความรู้สึกผิดในใจก่อนจะหายวับไป
หยกนี้…
จู่ๆ อาจารย์ชิวก็รู้สึกว่าหยกดูเหมือนจะเงางามขึ้นเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างไปจากเมื่อครู่อยู่บ้าง
ตอนที่เขามองดูหยกก่อนหน้าก็เพียงแค่รู้สึกว่าหยกชิ้นนี้แกะสลักอย่างดี และรู้สึกทึ่งอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นหยกชิ้นนี้ที่ไหนมาก่อน และอยากนำมันกลับบ้านไปด้วยอย่างยิ่ง
“ลูกสาวของข้า…นางอยู่ข้างในแล้วหรือ” อาจารย์ชิวถาม
“ถูกต้องแล้ว เมื่อวิญญาณเข้าไปอยู่ข้างในอาวุธวิเศษนี้แล้วก็จะรู้สึกสับสนไม่ชัดเจนเกรงว่าคงจะไม่ได้ยินที่พวกเจ้าพูดหรอก ถือเสียว่าของชิ้นนี้เป็นเครื่องประดับธรรมดาชิ้นหนึ่งก็แล้วกัน” เซี่ยเฉียววางของคืนใส่มือของอาจารย์ชิว “ระหว่างคนในครอบครัวจะมีสนามพลังที่เชื่อมโยงกัน โจวไคอวิ๋นสวมใส่มันได้ ผู้เฒ่าทั้งสองก็สวมใส่ได้เช่นกัน”
อาจารย์ชิวยิ้มอย่างขมขื่น
แน่นอนว่าเขาจะไม่แย่งของสิ่งนี้จากหลานชายของเขา
อาจารย์ชิวผู้เฒ่าลุกขึ้นยืน “ขอบคุณท่านปรมาจารย์”
“สมควรแล้ว ราคากันเองห้าพันตำลึง” เซี่ยเฉียวบอกราคาออกไปพร้อมรอยยิ้มมาตรฐาน
อาจารย์ชิวอึ้งไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาจึงได้สติคืนมา
หยกชิ้นนี้ดูไม่เลวเลย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะขายได้สองสามพันตำลึง ปรมาจารย์ก็ยังใช้ยันต์ด้วย นางย่อมต้องเก็บเงินเพิ่มเป็นธรรมดา
“ข้ารีบร้อนออกมา ดังนั้น…จึงไม่ได้นำเงินมาด้วย ข้าจะส่งมาให้พรุ่งนี้ได้หรือไม่” อาจารย์ชิวยุ่งยากใจเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างใจกว้าง “ย่อมได้แน่นอน ให้ผู้ดูแลฉังที่หอส่องชะตารับไว้ก็พอแล้ว”
อาจารย์ชิวถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะจากไปด้วยความรู้สึกต่ำต้อย
เมื่ออาจารย์ผู้เฒ่าจากไปแล้ว เซี่ยผิงกั่งก็จ้องหน้านางหลายครั้ง “ปรมาจารย์ก็รู้แจ้งในหยินหยาง? พวกเจ้าสามารถมองเห็นวิญญาณได้? ความสามารถเช่นนี้นำมาหาเงินได้ด้วยหรือ”