ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 437 ใช้ชีวิตดีๆ / ตอนที่ 438 อาจารย์อา
ตอนที่ 437 ใช้ชีวิตดีๆ / ตอนที่ 438 อาจารย์อา
ตอนที่ 437 ใช้ชีวิตดีๆ
ใบหน้าของอาจารย์ชิวผู้เฒ่าสั่นไหว
“เด็กคนนี้อายุยังน้อย อาจจะไม่ค่อยรู้ความนัก เขาไม่ควรมาถึงที่นี่เช่นนี้ แต่ถึงอย่างไร…เขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เจ้า เจ้าลงไม้ลงมือกับเขาได้อย่างไร…” อาจารย์ชิวไม่อยากจะเชื่อว่าเซี่ยผิงกั่งที่เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งกลับไม่ยอมปล่อยเด็กคนหนึ่งไป
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะ “เขามาหาข้าเองถึงที่ และข้าไม่ได้รังแกเขา ให้เขาเอาดาบมาบั่นคอข้าก็ไม่กล้า ในเมื่อข้าไม่ตายก็ต้องสั่งสอนเขาสักหน่อยสิ”
“ข้าทำคดีที่ศาลตัดสิน วันนี้แค่ตีก้นเขาเท่านั้น หากเขาโตขึ้นแล้วยังไม่รู้ความอีก เวลานั้นข้าถึงจะใช้เครื่องทรมานกับเขา” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยจบก็กวาดตามองโจวไคอวิ๋นหนึ่งที สายตาของเขาทำให้โจวไคอวิ๋นตกใจหายใจไม่ออก หน้าแดงก่ำเลยทีเดียว
อาจารย์ชิวปวดใจมาก
แต่ให้บัณฑิตคุยกับทหารต่อให้มีเหตุผลก็คุยไม่รู้เรื่อง แล้วนี่ยังไม่มีเหตุผลอีก
ไม่ว่าเขาจะโกรธแค่ไหนก็มักจะพูดคุยกันด้วยเหตุผลเสมอ และไม่เคยทะเลาะวิวาทใช้กำลัง ซึ่งตรงข้ามกับเซี่ยผิงกั่งโดยสิ้นเชิง
“เจ้า เจ้ามัน…” กักขฬะ…
อาจารย์ชิวก็รู้สึกพูดไม่ออกเช่นกัน
เซี่ยเฉียวกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มพลางมองไปยังโจวไคอวิ๋น “คุณชายน้อยโจว เรื่องบั่นคอคนนี่เจ้าเป็นคนตกลงเองนะ ตอนนี้ข้าจะถามเจ้าต่อหน้าท่านตาของเจ้าอีกครั้งว่า ต่อไปนี้เจ้าจะยังจะมาหาพี่ชายใหญ่ข้าเพื่อนแก้แค้นอีกหรือไม่”
“…” โจวไคอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นก็โอดควรญขึ้นมาอีก “ไม่ ไม่…ไม่แล้ว…”
“อืม หากเป็นเช่นนั้นเจ้าจะมาจ้องหน้าข้าและน้องสาวน้องชายของข้าด้วยสีหน้าดุร้ายเช่นนั้นอีกหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอีก
“ไม่แล้ว…” โจวไคอวิ๋นให้ความร่วมมืออย่างดี
เขาไม่อยากจะพูดหรอก แต่ชายคนนั้นจ้องมองเขาอยู่
เขาไม่กล้าทำอีกแล้ว
“ดีมาก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ยอมรับแล้วว่าเจ้าทำผิดใช่หรือไม่ ลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ขอโทษข้าเสียเถอะ” สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง “ตอนที่อยู่ในสำนักศึกษาสายตาของเจ้าทำให้ข้ากลัวมาก”
“…”อาจารย์ชิวใจสั่นสะท้าน
เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่านังหนูคนนี้กำลังแก้แค้นเขาอยู่…
นังหนูคนนี้กลัวเป็นด้วย?
ขณะที่อาจารย์ชิวกำลังคิดจะเอ่ยอะไรออกมาหลานชายของเขาก็เปิดปากพูด “ข้าผิด ข้าสำนึกผิดแล้ว…อย่าตี อย่าตีข้าเลย…”
“…” อาจารย์ชิวรู้สึกว่าหัวใจของเขาถูกกรีดจนเป็นริ้วๆ
ดูสิ คนกักขฬะหยาบคายคนนี้ทำให้หลานชายของเขากลัวจนถึงขนาดนี้!
“ดี” สีหน้าเซี่ยเฉียวใจมีเมตตา “ช่างเป็นเด็กดี มาเถอะ มากินขนมกัน”
เซี่ยเฉียวหยิบขนมชิ้นหนึ่งแล้วยื่นให้เขา
นางหน้าตาใจดี น่ารักอ่อนโยน และยังยื่นมือไปลูบศีรษะโจวไคอวิ๋นอีก
“ฮือ…ท่านตา! ท่านตา…ข้ากลัว…” โจวไคอวิ๋นกลับซุกตัวเข้าไปในอ้อมอกของอาจารย์ชิวอย่างกะทันหัน
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมา “เด็กน้อยอย่าได้กลัวไปเลย ไม่มีอะไรหรอก พวกเราพี่น้องไม่กินคนหรอกน่า”
“มันก็ไม่แน่” เซี่ยผิงกั่งที่อยู่ข้างๆ เอ่ยเสริม
อาจารย์ชิวฟังสองพี่น้องรับลูกกันไปมา ในใจเขาก็รู้สึกโกรธเคือง ใบหน้าชราของเขาก็ตึงเครียดขึ้นมา
เขาอุ้มหลานชายขึ้นมาด้วยร่างชราๆ ของเขา
“แม่นางเซี่ย ข้ารู้ว่าตระกูลโจวมีความผิด แต่เด็กนั้นบริสุทธิ์…” อาจารย์ชิวดูไร้เรี่ยวแรงอย่างมาก
เขาสามารถโยกย้ายเซี่ยเฉียวได้เมื่ออยู่ในสำนักศึกษา นั่นเป็นเพราะตอนนั้นเขาเป็นอาจารย์ แต่ที่นี่สถานะอาจารย์ของเขาไร้ประโยชน์
“อาจารย์คิดว่าพวกเราทั้งสองรังแกเขา?” เซี่ยเฉียวไม่ได้โกรธ “อาจารย์คิดว่าจะปล่อยให้เขาเก็บความแค้นไว้ต่อไปหรือว่าทำให้เขาได้สติขึ้นมาอย่างไหนจะดีกว่ากัน ท่านดูสิ ตอนนี้เขาเป็นเด็กดีว่าง่ายแล้วไม่ใช่หรือ ต่อไปจะได้ไม่ทำตัวเหลวไหลหรือกล้าสร้างปัญหาอีก เขาทำตัวดีๆ ใช้ชีวิตไปเช่นนี้ มีอะไรไม่เหมาะสมหรือ”
ตอนที่ 438 อาจารย์อา
เซี่ยเฉียวกำลังบอกตาเฒ่าชิวว่า บัดนี้โจวไคอวิ๋นผู้นี้ไม่ใช่ผู้สูงศักดิ์อะไรแล้ว ตอนนี้เขาเป็นเพียงคนที่มีความผิดติดตัวเท่านั้น
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานเพื่อลบล้างความผิดนั้นได้ มิฉะนั้นแล้วชีวิตนี้เขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างธรรมดาสามัญเท่านั้น
สำหรับคนธรรมดาคนหนึ่งแล้ว อย่าได้มีความเคียดแค้นเกาะกุมในหัวใจเลยจะดีกว่า
“เพราะเขาดูน่าสงสาร โลกจึงต้องยอมเขาหรือ เพราะมารดาเขาตายไปแล้ว เขาจึงสามารถระบายความโกรธใส่คนอื่นได้? เช่นนี้ไม่ถูกต้องนี่อาจารย์”
“ท่านคิดว่าเขาถูกตระกูลโจวลากไปลำบากด้วย ดังนั้นเขาจึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ เช่นนั้นแล้วข้าขอถามหน่อยเถอะว่า เด็กคนนี้ไม่กล้าหือต่อหน้าพี่ชายของข้า แต่กลับมาจ้องข้าและน้องชายที่สำนักศึกษาด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว นั่นไม่ใช่การสร้างความลำบากให้ผู้บริสุทธิ์หรอกหรือ” เซี่ยเฉียวชอบถกเหตุผลเป็นที่สุด
อาจารย์ชิวตกใจมาก
เซี่ยเฉียว…พูดไม่ผิดเลย
เด็กคนนี้รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยคิดว่า เซี่ยเฉียวคนนี้เป็นเพียงน้องสาวของเซี่ยผิงกั่งเท่านั้น และนางก็ ‘ไม่ใช่’ คนที่เปิดโปงคดีใหญ่นี้ สิ่งที่เขาทำในสำนักศึกษาก่อนหน้านี้…เป็นเรื่องที่ผิด
“เป็นข้าที่สอนเขาไม่ดีเอง” อาจารย์ชิวถอนหายใจ
เมื่อเขาหันไปมองดูเด็กอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าแล้วว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยนี้ถูกหรือผิด
ตั้งแต่มารดาของเด็กคนนี้จากไปเขาก็ไม่เคยร้องไห้แบบนี้มาก่อน และมักจะจ้องมองผู้คนอย่างหม่นหมอง ไม่เหมือนกับวันนี้ที่เขาร้องไห้ โอดครวญ และหวาดกลัว
เรื่องนี้ท่านหมอก็ยังเคยบอกไว้ว่า ความหดหู่ที่เก็บไว้ในใจจะทำให้ป่วยง่าย หากมีอารมณ์ความรู้สึกให้ระบายออกมาจะดีกว่า
เช่นนี้แล้วก็นับได้ว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยสามารถคลายปมในใจของเด็กคนนี้ได้แล้ว
“เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นเพราะเด็กคนนี้บุ่มบ่ามไม่รู้จักยั้งคิด วันหน้าข้าจะมาเพื่อขอโทษอีกครั้ง” อาจารย์ชิวเอ่ยขึ้น เขาดูแก่ลงกว่าเดิมไม่น้อย เขายืนขึ้นอย่างเหนื่อยล้าและเตรียมตัวที่จะจากไป
“ในเมื่อท่านก็มาแล้ว อาจารย์ชิว ข้า…อาจารย์อาอยากจะพบท่าน” เซี่ยเฉียวก้มหน้าลงเล็กน้อยและเอ่ยเสียงเบา
เซี่ยผิงกั่งและอาจารย์ชิวต่างก็หันไปมองนางด้วยสีหน้าสงสัย
“อาจารย์อาของเจ้า?” เซี่ยผิงกั่งชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “ก็คือ…นักพรตเต๋าคนนั้น?”
เซี่ยผิงกั่งรู้ว่าดวงตาของเซี่ยเฉียวสามารถมองเห็นวิญญาณได้ และรู้ว่านางมักจะออกไปข้างนอกกับนักพรตเต๋านั่นอยู่บ่อยๆ แต่นักพรตเต๋านั่นจะต้องการพบอาจารย์คนนี้ไปทำไม
“อาจารย์ชิว อาจารย์อาของข้ารู้แจ้งในหยินหยาง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเรียบง่าย
อาจารย์ชิวไม่ได้คิดถึงลูกสาวของตนเอง แต่ในเมื่อแม่นางเซี่ยคนนี้ถึงกับเอ่ยปากแล้ว คนอื่นก็อยู่ที่นี่แล้วด้วย หากไม่พบสักหน่อยก็ดูจะไม่เหมาะสมนัก
เขาจึงได้พยักหน้าตกลง
โจวไคอวิ๋นร้องไห้จนหลับไป อาจารย์ชิวจึงให้คนอุ้มเขากลับไปที่รถม้า
พวกเขารออยู่ในห้องโถงใหญ่
“อาจารย์อาของเจ้าอยู่ในบ้านของเรา? ทำไมข้าไม่รู้?” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วมุ่น
“แค่บังเอิญพอดีเท่านั้น อีกเดี๋ยวโม่ชูเซิงจะเข้ามา ข้า…อาจจะต้องไปทำธุระให้อาจารย์ข้า พี่ชายใหญ่ท่านช่วยต้อนรับอาจารย์อาให้ข้าหน่อยก็แล้วกันนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยหน้าด้านๆ
นางพูดจบก็กลับไปที่เรือนของตนเอง เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าของโม่ชูเซิง และแต่งหน้าอย่างง่ายๆ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยามนางก็ปรากฏกายขึ้น
เซี่ยผิงกั่งสั่งให้คนยกน้ำชามา
เขารู้จักโม่ชูเซิงคนนี้ ช่วงนี้เขาเองก็ไปที่หอส่องชะตาอยู่บ่อยครั้ง และโม่ชูเซิงคนนี้ก็เป็นเจ้าของหอส่องชะตานั่นเอง
เมื่ออาจารย์ชิวเห็นโม่ชูเซิง เขาก็สุภาพมาก
“ไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์อยากพบข้าด้วยเรื่องอะไรหรือ” อาจารยชิวจิตใจสงบมั่นคงแล้วในเวลานี้
เซี่ยเฉียวทำสีหน้าลึกลับ “เรื่องมันเกี่ยวกับบุตรสาวของเจ้า”
“บุตรสาวของข้า?” หัวใจของอาจารย์ชิวเต้นกระตุกขึ้นมา “ท่านปรมาจารย์ ลูกสาวของข้าจากไปแล้ว ข้าไม่เข้าใจที่ท่านกำลังพูด…”
“แม้บุตรสาวของเจ้าจะตายไปแล้ว แต่นางก็ยังมีความปรารถนาบางอย่าง ข้ากับนางมีวาสนาต่อกัน จึงได้มาที่นี่ช่วยทำความปรารถนานี้ของนางให้สำเร็จ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก