ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 443 กัดคน / ตอนที่ 444 คนอัจฉริยะ
ตอนที่ 443 กัดคน / ตอนที่ 444 คนอัจฉริยะ
ตอนที่ 443 กัดคน
เซี่ยเฉียวหน้าแดง มือของนางไม่รักดี
ผิวดีเหลือเกิน
ยังมีอวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าเขาอีก ทั้งหมดราวกับถูกแกะสลักออกมากระนั้น มีพลังเหมือนเหมือนต้นสนที่ลมฝนไม่อาจทำลายได้ หล่อเหลาเฉลียวฉลาด สุภาพและสงบนิ่ง
เซี่ยเฉียวจ้องมองจนตกอยู่ในภวังค์
ชายที่อยู่ตรงหน้าดูเหมือนจะตกตะลึงในความใจกล้าของนาง มุมปากของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ สักพักเขาก็เอ่ยกระซิบข้างหูของเซี่ยเฉียว “รอให้ศิษย์พี่มาเด็ดเอาไป”
ชั่วขณะนั้นในหัวสมองของเซี่ยเฉียวก็เหมือนดอกไม้ไฟระเบิดขึ้นมาเสียงดังตูมตามทันที
นางรู้สึกร้อนมือขึ้นมากะทันหัน
นางรีบหดนิ้วมือเก็บทันที จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างตบหลังมือทีสองทีแล้วดึงมือข้างนั้นกลับมา
“เจ้าไม่ใช่ผลไม้เสียหน่อย จะเด็ดเจ้าไปทำไม” เซี่ยเฉียวหน้างอ “ศิษย์น้อง ศิษย์พี่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรฝึกตน เจ้ากับข้าไม่มีผลลัพธ์หรอก ลืมสิ่งที่เจ้าพูดเมื่อครู่ไปเสียเถิด”
นางไม่ควรโลภมากในความรักที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ เพราะหากเผลอไม่ระวังเมื่อใดก็อาจจะต้องแปดเปื้อนทุกข์ทางโลกแปดประการได้
เซี่ยเฉียวรู้สึกอึดอัดของตัวเอง และเขินอายเล็กน้อย
“ศิษย์พี่ชอบไม่รักษาคำพูดนัก หากจะลืมก็ต้องลืมฐานะผู้บำเพ็ญเพียรของท่านต่างหาก” จ้าวเสวียนจิ่งพูดเองเออเอง “ต่อไปศิษย์พี่ก็จะเป็นคนของข้าแล้ว”
“…” เซี่ยเฉียวปากหน้ามุ่ย “ข้าจะฟ้องอาจารย์ว่าเจ้าใช้ความงามมายั่วยวนข้า
ทำให้นางเผลอพูดคำที่ทำให้รู้สึกวูบวาบที่เอวออกไป!
“หากคำพูดที่ศิษย์พี่พูดออกมาไม่สามารถนับได้ ต่อให้อาจารย์มาก็ไร้ประโยชน์” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะเยาะ “ต่อไปข้าจะไปหาศิษย์พี่ที่หอส่องชะตาทุกเดือน หากศิษย์พี่ไม่อยู่ ข้าก็ได้แต่ต้องมาที่บ้านตระกูลเซี่ยนี้แทน”
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่ามีอะไรทะแม่งๆ
นางพบหน้าศิษย์น้องคนนี้แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
แต่คนคนนี้ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับนางกระนั้น รู้สึกรักใคร่ลึกซึ้งอะไรขนาดนี้แล้ว มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้นี่?
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่เซี่ยผิงกั่งก็ก้าวอาดๆ กลับมา “ข้าขุดขึ้นมาแล้ว! ฝ่าบาท ท่านลงดมดูสิ เหล่าที่น้องสาวข้าหมักบ่มไว้หอมเหลือเกิน!”
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ ข้ามีศิษย์พี่ที่ได้ยินชื่อเสียงมานาน กลิ่นหอมอื่นๆ อะไรก็สู้ไม่ได้ทั้งนั้น”
“?” เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ฝ่าบาทและปรมาจารย์โม่…”
“ไม่มีอะไร!” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ย
“คุณชายเซี่ย ปรมาจารย์โม่เป็นคู่หมายที่อาจารย์ข้ากำหนดไว้ให้ตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่ไม่อยู่มาตลอดก็เลยไม่ได้พูดถึง ตอนนี้ในที่สุดข้าก็ได้พบศิษย์พี่แล้ว การแต่งงานของข้าก็นับได้ว่ามีทางออกแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“…” เซี่ยเฉียวหัวเราะเหอะๆ
เขาก็แค่เจ้าชู้ ไหนเลยจะมีเรื่องแบบนี้
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ “หากเจ้าต้องการพูดถึงเรื่องคู่หมายแต่เล็ก อาจารย์ไม่ได้กำหนดไว้ให้ข้าเพียงคนเดียวเท่านั้นนะ”
ใบหน้าของเขาค่อยๆ เย็นเยียบลง “ยังมีใครอีก?”
“เอ่อ…” เซี่ยเฉียวชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็นึกถึงเซียวอวี้หรงหนอนหนังสือคนนั้นขึ้นมาก็เลยเอ่ยว่า “ศิษย์น้องใหญ่ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก แต่ข้าก็ยังรอดูอยู่”
ตัวตนนี้ของนางน่าจะเก็บไว้ไม่ได้แล้ว
ล่วงเกินศิษย์น้องทั้งสองคนในคราวเดียวกัน นางไม่มีรอดแล้ว
เซี่ยเฉียวถึงกับปวดหัวเลยทีเดียว
“เซียวอวี้หรง?” จ้าวเสวียนจิ่งก็ไม่เรียกเขาว่าศิษย์พี่แล้ว แต่เรียกชื่อเขาเลยตรงๆ ก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้ม “ตั้งนานขนาดนี้แล้วศิษย์พี่ใหญ่ก็ยังไม่ได้แต่งงานสักที ไม่สู้ข้าไปขอให้เสด็จพ่อพระราชทานสมรสให้ศิษย์พี่ดีกว่า!”
“…” เซี่ยเฉียวตกใจ นางรีบเอ่ยทันที “ข้าพูดเหลวไหลน่ะ”
หากขอสมรสพระราชทาน แล้วเกิดทั้งสองฝ่ายไม่เหมาะสมกันก็จะเป็นการทำร้ายหญิงสาวผู้อื่นไปเปล่าๆ
“ข้าก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ศิษยพี่เซียวสนิทสนมกับข้า ข้าจะไปเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของเขาโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเขาได้อย่างไรเล่า” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้ม “ศิษย์พี่ อย่าได้กังวลไปเลย”
“…” เซี่ยเฉียวรู้สึกหนาวไปทั้งตัว
เมื่อก่อนนางคิดว่าเป็นโม่ชูเซิงก็ดี ถึงอย่างไรนางก็เป็นศิษย์พี่ มีความน่าเชื่อถือ
แต่ตอนนี้…ลูกหมาป่าดูเหมือนจะกัดคนเสียแล้ว
ตอนที่ 444 คนอัจฉริยะ
เซี่ยเฉียวราวกับนั่งอยู่บนเข็ม ในขณะที่เซี่ยผิงกั่งกลับเปิดเหล้าออกก่อนจะดมอย่างมีความสุข แล้วส่งให้รัชทายาทราวกับกำลังถวายของล้ำค่า
มันคือเหล้าผลไม้ กลิ่นหอมหวานละมุน ความเป็นเหล้าเข้มข้น จนทำให้คนอดไม่ได้ที่จะจิบสักทีสองทีเพื่อลิ้มรสรสชาติของมัน
เซี่ยเฉียวเป็นคนหมักเหล้าที่ดีขนาดนี้?
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น แค่ชิมมันทันที
เหล้าก็เหมือนคน บริสุทธิ์และสง่างาม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับน้ำค้างหวานละมุน มิอาจลืมเลือนได้
น่าเสียดายนัก…
จ้าวเสวียนจิ่งค่อยๆ เหลือบมองเซี่ยผิงกั่ง จากนั้นจู่ๆ เขาก็ยื่นมือออกไปยกถ้วยเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้าเขามาดื่มรวดเดียวหมด “เจ้าเป็นพี่ชาย เหตุใดจึงได้ทำเกินไปเช่นนี้ ข้าว่าคุณชายเซี่ยอย่าได้ดื่มเหล้านี้เลยดีกว่า หากคุณหนูเซี่ยรู้เข้า นางไม่รู้จะปวดใจแค่ไหน”
“…” ดวงตาเซี่ยผิงกั่งเบิกกว้าง
เขาไม่อยากจะเชื่อว่าถ้วยเหล้าของเขาจะว่างเปล่าไปเสียอย่างนั้น!?
“ข้าเป็นพี่ชายใหญ่ของนาง! นางจะปวดใจอะไรนักหนา!” เซี่ยผิงกั่งอัดอั้นตันใจ อีกอย่าง รัชทายาทเองก็ไม่ได้เทเหล้ากลับลงไปเสียหน่อยนี่ ใครจะดื่มก็คือดื่มเหมือนกัน หรือว่าหากรัชทายาทเป็นคนดื่มเหล้านี้แล้วน้องสาวของเขาจะไม่ปวดใจ!?
ปวดใจก็ไม่ทำให้ใครตายหรอก น้องสาวของเขาเองก็จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ถือโอกาสที่ตอนนี้นางยังหมักเหล้าได้อยู่ เขาก็ควรที่จะต้องลิ้มรสให้มากๆ หน่อยสิ
เซี่ยผิงกั่งหดหู่ใจอย่างยิ่ง เขาอยากจะอัดคนสักที
เขาอาจจะทำความผิดได้ แต่การล่วงเกินรัชทายาทนั้นเป็นไปไม่ได้
เขามองไหสุรานั้นอย่างไม่วางตา
รัชทายาทนำไหเหล้าไปวางไว้ใกล้ตนเองแล้ว เขาเองก็ไม่กล้าแย่งกลับมาด้วย
หงุดหงิดเหลือเกิน
เซี่ยผิงกั่งอดกลืนน้ำลายสองสามทีไม่ได้ จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างช้าๆ นั่นคือรัชทายาท ซึ่งเป็นเจ้านาย เขาเป็นข้าราชบริพารคนหนึ่ง…ยอมให้เขาหน่อยก็ไม่เป็นไร
เพียงแต่เขาเสียดายเหล้าของน้องหญิง ดูท่าดื่มสุราของรัชทายาทที่เหมือนกับวัวกินน้ำแล้ว เขาจะลิ้มรสชาติของมันบ้างหรือไม่!
จ้าวเสวียนจิ่งราวกับมองไม่เห็นสายตาเช่นนั้นของเซี่ยผิงกั่งอย่างไรอย่างนั้น เขาดื่มพลางเอ่ย “ไม่เลวๆ เป็นเหล้าที่ดีมาก น้องสาวของเจ้าเก่งวิชาการ เชี่ยวชาญเรื่องเหล้า แจ่มแจ้งในหยินหยาง ช่างเป็นอัจฉริยะอะไรเช่นนี้”
“…” เซี่ยเฉียว
“…” เซี่ยผิงกั่ง
สองคนพี่น้องตาคู่โตสบกับตาคู่เล็ก เซี่ยเฉียวรู้สึกเห็นอกเห็นใจข้าราชบริพารที่น่าสงสารเหล่านี้ แต่เวลานี้เซี่ยผิงกั่งกลับอิจฉาปรมาจารย์โม่ เพราะรัชทายาทไม่ได้แย่งเหล้าที่อยู่ในมือนางไป
“ท่านปรมาจารย์ ปกติแล้วน้องสาวของข้าติดตามท่านออกไปทำอะไรบ้างหรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียงเบามาก “จับวิญญาณ สวดส่งวิญญาณ สะสมบุญกุศล แต่นางยังไม่เก่ง ก็ได้แค่…วิ่งทำธุระ”
เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า “เรื่องสุขภาพร่างกายของน้องสาวข้านี้…ท่านพอจะมีวิธีบ้างหรือไม่ หากท่านต้องการเงิน ข้ากับท่านพ่อของข้าก็คิดจะหาวิธี…”
เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลชิวเมื่อครู่นี้แล้ว ปรมาจารย์โม่คนนี้น่าจะเห็นแก่เงิน
มือที่กำลังเคลื่อนไหวของจ้าวเสวียนจิ่งหยุดชะงักเล็กน้อย เขาเงี่ยหูฟังทันที
“ช่วยไม่ได้” เซี่ยเฉียวตอบเสียงอู้อี้
มีแต่การสะสมบุญกุศลทางนี้ทางเดียวเท่านั้น
ส่วนนางจะรู้ได้อย่างไรว่าสะสมบุญไว้พอหรือไม่นั้น…ก็สามารถที่จะคำนวณดวงชะตาดูได้ พยากรณ์บวกลบดูก็จะได้อายุขัยออกมา เพียงแต่ลิขิตสวรรค์มิอาจแพร่งพราย โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนวณดวงชะตาของตัวนางเอง ถึงอย่างไรก็จะต้องพบกับความคลุมเครือและยากลำบากอยู่บ้าง การคำนวณเรื่องพวกนี้ก็จะทำลายโชควาสนาของนางด้วย
นอกจากนั้น นางรู้สึกได้ถึงร่างกายของนางเอง
อย่างเช่นช่วงนี้ นอกจากนางจะรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยตอนที่อยู่ในคฤหาสน์ของท่านอ๋องแล้ว เวลาอื่นก็นับว่ายังดีอยู่
แม้แต่อาการไอก็ลดน้อยลงมาก นางไม่ได้เป็นลมมานานแล้วด้วย
ดูท่าแล้วจะเป็นผลจากการที่นางเปิดโปงคดีใหญ่ตระกูลโจวก่อนหน้านี้
“ข้าเองก็ไม่ได้เข้าใจน้องสาวของข้ามากนัก ท่านปรมาจารย์ก็มาจากวัดเหมือนกันกับนางก็น่าจะรู้จักนางดีกว่ามาก หากนางชอบอะไร ข้าก็รบกวนท่านเอาใจใส่นางให้มากหน่อย ข้าต้องขอขอบคุณท่านไว้ตรงนี้เลย!” เซี่ยผิงกั่งพูดจบก็ยกเหล้าธรรมดาๆ ขึ้นดื่ม ก่อนจะวางชามไว้ข้างๆ ด้วยความรังเกียจ