ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 455 ความจริง / ตอนที่ 456 บังเอิญทุบตีเจ้าไปยกหนึ่ง
ตอนที่ 455 ความจริง / ตอนที่ 456 บังเอิญทุบตีเจ้าไปยกหนึ่ง
ตอนที่ 455 ความจริง
วิญญาณชายที่ถูกปรักปรำตนนี้ไม่รู้ว่าผู้สูงศักดิ์คนนั้นคือใคร ความปรารถนาสุดท้ายของเขาคือการตามหาและทำให้ผู้สูงศักดิ์คนนั้นรู้เรื่องราวทั้งหมด
คนตัวเล็กๆ อย่างเขาไม่กล้าที่จะแก้แค้น
เขาแค่อยากให้ผู้สูงศักดิ์คนนั้นรู้ว่าตนเองทำผิดไปแล้วเท่านั้น
ในเวลานั้นเซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเรื่องนี้จัดการยาก ถึงอย่างไรเมืองหลวงก็มีผู้สูงศักดิ์เต็มไปหมด ช่างหายากจริงๆ
นึกไม่ถึงว่า…
เซี่ยเฉียวเดาว่าน่าจะเป็นจ้าวซวีจือไม่ผิดแน่แล้ว อย่างไรเสียเรื่องราวและเวลาก็ลงตัวเหมาะเจาะพอดี
“มันคืออะไรหรือ” ฉินหลิวมีสีหน้างุนงง
“มันคือ…เอาไว้บันทึกความปรารถนาของคนอื่นน่ะ” เซี่ยเฉียวปิดสมุดลง “เป็นของที่นักพรตใช้”
ฉินหลิวเองก็รู้ว่าเซี่ยเฉียวมีความรู้เรื่องหยินหลางและแผนผังแปดทิศเป็นอย่างดี นางคิดเล็กน้อย “มีอะไรเกี่ยวข้องกับจ้าวซวีจือหรือไม่”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “อืม เป็นเรื่องที่เจ้าเพิ่งจะเล่าไปนั่นล่ะ ผู้ชายในเรื่องนั้นที่จริงแล้วเป็นผู้เสียหาย เพราะจ้าวซวีจือเข้ามายุ่ง ชายคนนั้นจึงต้องติดคุกเดือนหนึ่ง เมื่อเขาออกมาแล้ว ลูกชายก็ตาย ภรรยาก็หลบลี้หนีหน้า ตนเองถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์เสียหาย ทุกข์ทรมานใจอย่างยิ่ง”
ทุกข์ทรมานใจจนตายตาไม่หลับเลยทีเดียว
ฉินหลิวประหลาดใจมาก “ไม่จริงหรอกกระมัง ก่อนที่จ้าวซวีจือจะทำอะไรลงไปเขาไม่ได้สืบหาความจริงก่อนหรือ”
นางเคยได้ยินแต่ข่าวลือนี้เท่านั้น ดังนั้นนางจึงคิดว่าผู้ชายที่รังแกผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดี
“ฐานะเช่นเขา หากคิดจะสืบเรื่องเล็กน้อยเท่านี้ถือว่าง่ายมาก แต่หากเขาไม่คิดที่จะทำเลยเล่า” เซี่ยเฉียวยิ้ม “การสืบถามความจริงไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้เสร็จสิ้นในทันที แต่การจัดการกับชายผู้นั้นอย่างรวดเร็วทำให้เขาได้รับคำชมจากทุกคน ดังนั้นเขาจึงเลือกอย่างหลัง”
คำพูดของเซี่ยเฉียวนี้ไม่ได้ปรักปรำเขาเลยแม้แต่น้อย
วิญญาณตนนั้นก็เคยเล่าให้นางฟังว่าเขาเคยอธิบายผู้สูงศักดิ์คนนั้นไปแล้วในตอนนั้น
แต่ชายผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นกลับเอ่ยว่า “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การที่เจ้ารังแกไม่ให้เกียรติผู้หญิงเช่นนี้ก็ไม่ถูกต้อง”
แค่ประโยคนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาได้ใจผู้หญิงไปแล้วกี่คน
มันยิ่งทำให้คำอธิบายของชายคนนั้นไร้น้ำหนักลงไปอีก
“ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารมาก” ประกายวิบวับในดวงตาฉินหลิวหายไปในทันที “เจ้าไม่รู้หรอกว่า เพราะเรื่องนี้ หลายคนต่างก็พูดกันว่าเขาเป็นผู้ชายดีๆ ที่หาได้ยาก ผู้หญิงจำนวนมากในเมืองหลวงนี้ต่างก็หวังที่จะได้แต่งงานกับเขา ข้าไม่นึกเลยว่าเขาจะกลายเป็นพวกไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดเช่นนี้”
ฉินหลิวมีความรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกหลอก
ด้วยเพราะนางถึงวัยแล้ว ดังนั้นที่บ้านนางจึงจะพิจารณาเรื่องการแต่งงานให้นางด้วยเช่นกัน
พวกเขาย่อมพิจารณาผู้ชายที่อยู่ในเมืองหลวง
แม้ว่าพวกนางจะมาเรียนหนังสือที่สำนักศึกษา แต่ก็ยังมีระยะห่างจากสำนักศึกษาฝั่งผู้ชาย ดังนั้นการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายจึงต้องอาศัยฟังคำบอกเล่าของคนอื่นเท่านั้น
“เดิมดีข้าคิดว่า หากเขามาเป็นอาจารย์ของพวกเราได้ก็คงดี แต่ตอนนี้…” ฉินหลิวรีบประสานมือทั้งสองเข้าหากันทันที “ขอสวรรค์คุ้มครองข้า ข้ายังคงชอบอาจารย์ผู้ชราที่มีหนวดเคราเหมือนเมื่อก่อน”
เซี่ยเฉียวยิ้ม
“เขาเพิ่งมาที่สำนักศึกษาและยังเป็นผู้ชายอีกด้วย ก็ควรที่จะเริ่มสอนที่เรือนไห่ถังฝั่งผู้ชายก่อน แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นตามความสามารถของเขาสิไม่ใช่หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
หลังจากที่สิ้นเสียงพูดของนางก็มีหญิงสาวคนหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น นางพยายามสุดความสามารถที่จะระงับอารมณ์ของตนเอง ก่อนจะกระซิบอย่างเขินอาย “จ้าวซวีจือจะมาเป็นอาจารย์ของเรือนคงกู่ของเรา!”
“…” เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง
กลัวอะไรก็ได้อย่างนั้นจริงๆ
แต่วัยและสถานะของจ้าวซวีจือไม่เหมาะกับฝั่งศิษย์หญิง เหตุใดถึง…
“ช่วงบ่ายพวกเรามีคาบเรียนประดิษฐ์อักษรวาดภาพหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ไม่มีหรอก แต่อาจารย์คนใหม่จะต้องมาทักทายพวกเราสักหน่อยก่อน และอีกไม่นานพวกเราก็จะได้เห็นเขาแน่นอน” ความรู้สึกประหลาดใจของฉินหลิวหายวับไปแล้ว
แค่แนะนำตัว?
เซี่ยเฉียวไม่กลัวหรอก นางถามตัวเองว่า…ใบหน้าของโม่ชูเซิงไร้ที่ติ เว้นแต่เขาจะมีดวงตาวิเศษเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วต่อให้บิดาแท้ๆ ของนางเองมาอยู่ตรงหน้าก็คงจะจำนางไม่ได้!
ตอนที่ 456 บังเอิญทุบตีเจ้าไปยกหนึ่ง
สักพักอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าก็พาเขาเข้ามา
หลังจากที่เขาเข้ามาแล้ว เซี่ยเฉียวเห็นใบหน้าที่สวมใส่หน้ากากสีเงินของเขาไว้ก็ตกใจทันที ในขณะที่หญิงสาวจำนวนไม่น้อยแสดงความเขินอายออกมา
นางต้องบอกว่า เมื่อผู้ชายคนนี้สวมหน้ากากแล้ว มันทำให้เขาดูกล้าหาญขึ้นเล็กน้อย
“อาจารย์ที่เคยสอนการประดิษฐ์อักษรและการวาดภาพคนก่อนตอนนี้ได้ย้ายไปสอนฝั่งศิษย์ชายแล้ว นี่เป็นอาจารย์จ้าวที่มาใหม่ ซึ่งต่อไปเขาจะเป็นคนสอนทุกคน วันนี้อาจารย์จ้าวจะมอบหมายการบ้านให้ทุกคนก่อนเพื่อทำความเข้าใจระดับความสามารถของทุกคนเล็กน้อย” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเอ่ย
จ้าวซวีจือมองเห็นเซี่ยเฉียวในทันที
ก่อนที่เขาจะมาที่นี่ได้ก็ได้ขอให้ใครบางคนวาดภาพเหมือนของนางดูก่อนแล้ว และรู้ว่าเซี่ยเฉียวนั้นหน้าตางดงามมาก
เขาเพียงแต่นึกไม่ถึงว่าตัวจริงจะสวยกว่าในภาพวาดเสียอีก
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าพูดจบก็จากไป คล้อยหลังเขาจ้าวซวีจือก็มองทุกคนด้วยสายตาที่แฝงรอยยิ้ม “ข้าเพิ่งจะมาสอนที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้าหากมีเรื่องอะไรที่ทำได้ไม่ดีก็ขอให้แม่นางทุกท่านโปรดอภัยให้ด้วย”
เหล่าหญิงสาวต่างก็พากันเขินอาย
จ้าวซวีจือเป็นอาจารย์ที่ไม่เหมือนอาจารย์เลยสักนิด
หากเป็นอาจารย์คนอื่นไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง อายุเท่าไรก็ตาม เมื่อโผล่หน้ามาก็ต้องทำตัวเป็นพวกหัวโบราณ แต่อาจารย์จ้าวกลับต่างออกไป เขาอ่อนโยนมาก
“นี่เป็นคาบแรก จะให้การบ้านที่หนักเกินไปก็คงไม่ดี หากอย่างนั้น…” จ้าวซวีจือเหลือบมองเล็กน้อย “อย่างนั้นก็ให้เอาชื่อของพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งเป็นหัวข้อสำหรับเขียนบทกวีและวาดภาพก็แล้วกัน ส่วนจะเป็นใครนั้น…”
จ้าวซวีจือก้มหน้ามองรายชื่อศิษย์ในมือของตนเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นราวกับไม่ได้ตั้งใจกระนั้น “แม่นางเซี่ยคือคนไหน ใช้นางเป็นหัวข้อก็แล้วกัน”
“?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน
การเขียนใช้ผู้หญิงมาเป็นหัวข้อบทกวีและวาดภาพใช่ว่าจะไม่มี แต่เมื่อก่อนพวกอาจารย์ก็จะขอให้พวกนางใช้ผู้หญิงจากเรื่องเล่า ตำนาน หรือชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นตัวอย่าง
ให้ใช้เพื่อนร่วมชั้นเป็นหัวข้อ?
พวกนางกลับรู้สึกแปลกๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
อีกอย่างอาจารย์ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง และเขาก็อายุไม่มาก การให้การบ้านเช่นนี้ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง
แต่เมื่อนึกถึงคำพูดประโยคแรกของจ้าวซวีจือ พวกนางก็รู้สึกว่าตนเองคิดมากเกินไป
จ้าวซวีจือเพิ่งจะเป็นอาจารย์ครั้งแรก หากมีเรื่องที่เขาไม่ค่อยเข้าใจไปบ้างก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
“ชื่อเสียงของผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ ข้าคิดว่าแม้ว่าเจ้าจะเป็นอาจารย์ แต่เจ้าก็เป็นผู้ชายด้วย การใช้สิ่งนี้เป็นหัวข้อไม่เหมาะสม” จู่ๆ รัชทายาทที่ไม่รู้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไรก็เอ่ยขึ้น
จ้าวเสวียนจิ่งมองจ้าวซวีจืออย่างขุ่นเคือง
ดูท่าที่เขาโดนไปเมื่อเช้านั้นน่าจะเบาไปหน่อยแล้ว
นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งวัน เขาก็กระปรี้กระเปร่ามีแรงมาถึงที่สำนักศึกษาได้แล้ว
“ฝ่าบาททรงปรีชา ข้าเองก็ไม่อยากจะถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์” เซี่ยเฉียวยืนขึ้นทำความเคารพ
จ้าวซวีจือรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาโดยสัญชาตญาณเมื่อได้ยินเสียงของรัชทายาท จากนั้นเขาจึงหันกลับมาด้วยอาการแข็งเกร็งเล็กน้อย และเมื่อได้เห็นท่าทางสบายๆ ของรัชทายาท ใบหน้าภายใต้หน้ากากก็วาบแววมุ่งร้าย
รัชทายาทอีกแล้ว
วันนี้เขาเหมือนกับผีอย่างไรอย่างนั้น ช่างน่ารำคาญ!
“ฝ่าบาทมาได้อย่างไร” จ้าวซวีจือเอ่ย
“อ่อ ข้า…ว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็เลยเดินเล่นไปทั่ว ได้ยินว่าเจ้ามาเป็นอาจารย์ที่นี่ ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้บังเอิญทุบตีเจ้าไปเสียยกหนึ่ง เกรงว่าจะทำให้เจ้ามีรอยแผลเป็น จึงได้เอายาทามาให้เจ้า” จ้าวเสวียนจิ่งพูดจบก็หยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ใบหนึ่งออกมาทันที
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็กระจ่างแจ้งในทันที
มิน่าล่ะจ้าวซวีจือจึงได้ใส่หน้ากาก!
ทันใดนั้นความรู้สึกลึกลับก็หายวับไปทันที กลับเป็นความอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่จ้าวซวีจือโดนทุบตีที่เข้ามาแทน
เพราะสาเหตุใดกันแน่ที่ทำให้รัชทายาทลงมือทุบตีเขา
“ฝ่าบาท!” จ้าวซวีจือทนไม่ไหวอีกต่อไป “ฝ่าบาท ข้าเป็นอาจารย์ และตอนนี้ก็กำลังมอบหมายการบ้านให้ทุกคน หากท่านมีเรื่องอะไรก็ค่อยพูดกันทีหลัง ได้หรือไม่!”
ที่นี่เป็นสำนักศึกษา ในฐานะอาจารย์แล้ว ถึงอย่างไรเขาก็ต้องขออะไรได้บ้างสิ!