ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 463 รังโจรที่แตกต่าง / ตอนที่ 464 ดาวนำโชค
ตอนที่ 463 รังโจรที่แตกต่าง / ตอนที่ 464 ดาวนำโชค
ตอนที่ 463 รังโจรที่แตกต่าง
เซียวอวี้หรงมีสีหน้าจริงจัง ในขณะที่เวลานี้เซี่ยเฉียวพยายามซ่อนตัวเองอย่างเต็มที่ “ตอนนี้อาจารย์ของข้ากำลังออกเดินทางพเนจรไปทั่ว ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด”
นางยิ้มอย่างสุภาพ
เซียวอวี้หรงยิ่งผิดหวังมากขึ้นไปอีก
แต่เขาก็ไม่ได้แสดงมันออกมามาทางสีหน้า เมื่อเขานึกขึ้นมาได้ว่าตนเองยังต้องวางหมากกับรัชทายาทอีกจึงได้รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนศิษย์เรือนคงกู่คนอื่นๆ เวลานี้ก็มองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย
นั่นมันเซียวอวี้หรงเชียวนะ!
เขาคิดจะรับเซี่ยเฉียวเป็นศิษย์ แต่นางปฏิเสธ!?
พวกนางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกรงขามมากขึ้นไปอีก
ศิษย์คนโตของอาจารย์หลี่คนนี้ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน มีเพียงศิษย์คนรองคือเซียวอวี้หรงเท่านั้นที่โด่งดังไปทั่วหล้า เขาหมกมุ่นอยู่กับวิชาการและเป็นหนอนหนังสือตัวจริง ผู้ที่ได้รับการชมเชยหรือยอมรับจากเขาได้ก็จะต้องเป็นผู้มีความสามารถอย่างยิ่งเช่นกัน
และเซี่ยเฉียวที่ได้รับการยกย่องชมเชยจากเขาก็หมายความว่า พรสวรรค์ของนางนั้นแม้แต่คนของเรือนหมู่ตันก็ยังเทียบไม่ได้!
ใครบอกว่าพวกนางเรือนคงกู่สู้เรือนหมู่ตันไม่ได้!
นี่ไม่ใช่ว่าเซี่ยเฉียวโจมตีเรือนหมู่ตันอย่างหนักครั้งแล้วครั้งเล่าหรือ หลายปีก่อนต่งซีอวิ๋นก็เคยนำบทกวีของนางไปขอความคิดเห็นจากอาจารย์เซียว ท้ายที่สุดอาจารย์เซียวก็วิจารณ์ว่า “ขาดความสอดคล้องอย่างยิ่ง” เพียงเท่านั้น!
แต่เซี่ยเฉียวต่างออกไป!
อาจเรียกได้ว่าในขณะนี้เซี่ยเฉียวได้จุดประกายจิตวิญญาณการต่อสู้ของทุกคนขึ้นมา
เซี่ยเฉียวมีสุขภาพไม่ดี อ่อนแอ และอายุสั้น แต่นางสามารถฝึกฝนการใช้พู่กันแบบโบราณอย่างนี้ได้ ในขณะที่พวกนางก็แข็งแรงดี ทำไมพวกนางจึงจะไม่พยายามสักหน่อยเพื่อสร้างความกดดันให้กับคนที่ดูถูกพวกนางเหล่านั้นบ้างเล่า!
ความคิดของหลายๆ คนได้เปลี่ยนไปแล้ว
และวันนี้ เดิมทีพวกนางก็ตกลงที่จะไปทบทวนการบ้านกันที่บ้านของเซี่ยเฉียวแล้วด้วย
เวลานี้จึงรู้สึกจริงจังขึ้นไม่น้อย
เซี่ยเฉียวเก่งกาจขนาดนี้ หากพวกนางไม่ได้ใส่ใจกับการบ้านมากพอ เมื่อเทียบกันแล้ว พวกนางก็จะรู้สึกละอายใจตัวเองอยู่บ้าง
ดังนั้นหลังเลิกเรียนพวกหญิงสาวที่ไปบ้านของเซี่ยเฉียวจึงเคร่งขรึมขึ้นมาก พวกนางเลือกวิชาอย่างระมัดระวัง ทุกคนเรียนรู้ขอคำแนะนำซึ่งกันและกัน
เนื่องจากตระกูลเซี่ยไม่เคยรับแขกมากขนาดนี้มาก่อน พ่อบ้านจึงอดภูมิใจขึ้นมาไม่ได้
เป็นเพราะคุณหนูใหญ่ที่ยอดเยี่ยม!
ไม่เหมือนกับนายท่านและคุณชายใหญ่ที่ไร้วาสนาในเรื่องเพื่อนฝูงมาก อย่าว่าแต่แขกเลย ปกติแล้วแม้แต่แมลงวันสักตัวก็ยังไม่กล้าเข้ามา!
เพื่อที่จะต้อนรับขับสู้แขกพวกนี้ให้ดี พ่อบ้านจึงได้เรียกสาวใช้ข้างกายของเซี่ยเฉียวมาที่ห้องครัวเป็นพิเศษเพื่อขอคำแนะนำจากนาง และทำขนมอร่อยๆ ออกมามากมาย
อันที่จริงแล้วฟังมู่เสวี่ยและคนอื่นๆ ก็เตรียมใจที่จะถูกละเลยมาแล้ว
ถึงอย่างไรคนข้างนอกต่างก็พูดกันว่าตระกูลเซี่ยเป็นรังโจร ดังนั้นจึงไม่น่าที่จะมีการต้อนรับอะไร
ทว่าเมื่อพวกนางเข้ามาแล้วก็พบว่า มันไม่ได้เป็นอย่างที่ภายนอกพูดกันโดยสิ้นเชิง
ถึงขั้นว่าภายในบ้านตระกูลเซี่ยยังแข็งแกร่งกว่าบ้านของพวกนางเองเสียอีก
พวกคนอารักขาแต่ละคนรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง และดูแข็งแกร่งน่าเกรงขาม ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่ง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีโจรขโมยเข้ามา เหล่าสาวใช้ก็น่ารักว่าง่าย และปฏิบัติต่อแขกทุกคนด้วยความเคารพเช่นเดียวกัน พ่อบ้านก็กระตือรือร้น น้ำชาและของว่างล้วนครบครัน
หากรังโจรเป็นเช่นนี้ พวกนางก็คงอยากที่จะถูกจับมาอยู่ในค่ายนี้แล้ว
สิ่งที่ทำให้พวกนางยิ่งชอบมากขึ้นไปอีกก็คือวิธีการสอนของเซี่ยเฉียว
พวกนางมีหลายเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกนางขอคำแนะนำจากเซี่ยเฉียว นางก็แทบจะคลายปมปัญหาอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้พวกนางรู้สึกราวกับว่าเมฆหมอกคลี่คลายไป ชัดเจนแจ่มใสขึ้นในทันที
ดูเหมือนว่าทุกคนจะชอบความรู้สึกที่ได้มาที่บ้านของเซี่ยเฉียวแล้ว
พวกนางรู้สึกผ่อนคลาย สนุกสนาน กระทั่งยังมีความก้าวหน้ามาก
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฉียวไม่สามารถจะหาเวลามาสอนพวกนางได้ทุกเย็น ดังนั้นในที่สุดพวกนางก็คุยกันว่า ก่อนสอบใหญ่ครั้งต่อไป ทุกๆ เจ็ดวันพวกนางจะพบกันในตอนบ่าย หากมีปัญหาอะไรในวันธรรมดาก็จะพูดคุยกันที่สำนักศึกษา
ตอนที่ 464 ดาวนำโชค
ชื่อเสียงของเซี่ยเฉียวไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในเรือนคงกู่เท่านั้น ในสำนักศึกษานางยิ่งโดดเด่นไม่เหมือนใครทั้งนั้น
นางเป็นคนที่อาจารย์เซียวอยากรับเป็นศิษย์แต่ก็ทำไม่ได้ ในสายตาของคนอื่น เทียบกับศิษย์ตัวจริงอย่างฉู่เจี้ยนแล้ว นางยังเก่งกาจกว่ามาก
อย่างไรเสียฉู่เจี้ยนนั่นก็กราบอาจารย์สำเร็จเพราะมีหยก! ไม่เหมือนกับเซี่ยเฉียว!
เดิมทีไม่มีใครคิดว่าเซี่ยผิงไหวจะกราบอาจารย์ได้สำเร็จ
แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว แทบทุกคนที่ได้เห็นเซี่ยผิงไหวก็อดไม่ได้ที่จะให้กำลังใจเขาเล็กน้อย
“คุณชายรองเซี่ย เจ้าเป็นน้องชายแท้ของเซี่ยเฉียวก็น่าจะมีความสามารถไม่ต่างกับนางมาก ขอแค่เจ้าสงบจิตใจและพยายามให้มากเข้าไว้ อาจารย์เซียวจะต้องยอมรับเจ้าเป็นศิษย์แน่!”
คำพูดให้กำลังใจเช่นนี้เขาได้ฟังวันหนึ่งไม่รู้ตั้งกี่รอบ
เขากลัวจนไม่กล้าไปชั้นเรียนแล้ว
เพื่อนร่วมชั้นเหล่านี้ของเขาล้วนแต่บ้าไปแล้ว!
ไม่ว่าคำพูดดีๆ หรือไม่ดีก็พูดออกมาได้ทั้งนั้น!
ก่อนหน้านี้คนที่พูดว่าเขาไร้ประโยชน์ก็คือพวกเขา ตอนนี้คนที่ชมว่าเขาฉลาดก็เป็นพวกเขาเช่นกัน!
ที่แย่ไปกว่านั้น แม้แต่อาจารย์เซียวบ้านั่นก็เรียกเขาเข้าไปพูดด้วยด้วยท่าทีขมขื่น “เจ้าได้รับคำชี้แนะจากพี่สาวของเจ้าตอนอยู่ที่บ้าน?”
“…” เซี่ยผิงไหวงุนงงก่อนจะส่ายศีรษะอย่างแรง
“พี่สาวของเจ้าฉลาดมาก เจ้าควรจะเรียนรู้เพิ่มเติมจากนาง” อาจารย์เซียวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เจ้าคอยฝนหมึกให้ข้ามาระยะหนึ่งแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง”
เซี่ยผิงไหวถึงกับนิ่งไป กระทั่งรู้สึกสับสนไปหมด
เขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับการฝนหมึก ก็แค่อยากจะบั่นคออาจารย์เซียวให้ตายไปเสีย ไม่มีอะไรอื่น…
“เรื่องนั้น…” เซี่ยผิงไหวพับกับสายตาคาดหวังรอคอยของอาจารย์เซียวจนต้องกลืนน้ำลาย เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างลังเลว่า “ฝนหมึก…ลำบากมาก? รีบร้อนไม่ได้ จะต้องฝนช้าๆ ไม่เช่นนั้น…มันก็จะเลอะเทอะ…”
เขารู้สึกหวั่นวิตกอยู่ในใจ
อาจารย์ผู้นี้คงจะไม่หยิบเอาไม้บรรทัดหนามมาตีเขาอีกหรอกนะ!
สมน้ำหน้าแล้วที่บัณฑิตโหดร้ายผู้นี้เป็นขุนนางไม่ได้!
“เจ้าพูดถูก” อาจารย์เซียวเอ่ยขึ้นในที่สุด “ถึงแม้จะเรียบง่ายไปหน่อย ทว่าคำพูดที่ไม่ได้ผ่านการขัดเกลานี้ก็มีเหตุผล ข้าก็หวังว่าต่อไปเจ้าก็จะทำสิ่งต่างๆ แบบเดียวกับการฝนหมึกนี้ อย่าใจร้อนและหุนหันพลันแล่น และทำอย่างช้าๆ”
“…” เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าความอ่อนโยนของเซียวอวี้หรงวันนี้น่ากลัวเล็กน้อย
อาจารย์เซียวเหลือบมองเขา
ก่อนจะรู้สึกหมดคำพูด
หากเปลี่ยนเป็นสมองของฉู่เจี้ยน เมื่อเขาได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ควรที่จะเข้าใจประเด็นสำคัญทันที จากนั้นก็คุกเข่าลงเพื่อกราบเขาเป็นอาจารย์ แต่เด็กคนนี้…กลับไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
ความโง่ก็มีประโยชน์ของมัน ความไร้เดียงสาและเรียบง่ายก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย!
“เจ้าเลือกวันมากราบอาจารย์เถอะ บิดาของเจ้าไม่อยู่ พี่ชายก็ไม่ว่าง พิธีกราบอาจารย์นี้ก็ไม่ต้องทำให้ยุ่งยากไป หากเจ้าเห็นว่าเหมาะสมเมื่อไรก็ให้คุกเข่าลง แล้วยกน้ำชาให้ข้าเพื่อกราบอาจารย์ก็ได้แล้ว” อาจารย์เซียวทอดถอนใจ
“อา? กราบอาจารย์?” เซี่ยผิงไหวตอบออกไปโดยสัญชาตญาณ หลังจากที่เขาได้สติจึงรีบเผ่นไปที่โต๊ะ แล้วกุลีกุจอนำน้ำชามาถ้วยหนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลง “อาจารย์ดื่มชา!”
จะต้องให้เร็วเข้าไว้ก่อน หากอาจารย์เซียวคนนี้กลับคำขึ้นมาเล่า จะทำอย่างไร!
เส้นเลือดบนหน้าผากของอาจารย์เซียวเต้นกระตุกไม่หยุด
เขาระงับอารมณ์แล้วดื่มชา
“อย่าได้อวดดี ต่อไปเจ้าจะต้องเคารพอาจารย์ มีคุณธรรมจรรยา และปฏิบัติต่อเพื่อนนักเรียนของเจ้าด้วยความเมตตา ถ้าหากเจ้าทำผิด ข้าจะเข้มงวดขึ้นกว่าแต่ก่อนอีก!” อาจารย์เซียวเอ่ยอีกครั้ง
เซี่ยผิงไหวหน้ามุ่ยและพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
เขาอึดอัดใจมาตั้งนานขนาดนี้ ตอนนี้เขากราบอาจารย์สำเร็จแล้ว ยังจะไม่ให้เขาโอ้อวดอีกหรือ
ช่างเถอะ ถึงอย่างไร ต่อให้เขาจะโอ้อวดขึ้นมาก็ตาม คนอื่นก็คงจะคิดว่า เขาได้ในสิ่งที่ต้องการก็เพราะบุญบารมีของพี่สาว…
แต่……
เดิมมันก็เป็นความพยายามของพี่สาวเขาอยู่ดี!
พี่หญิงใหญ่เป็นดาวนำโชคของเขาจริงๆ แม้การกราบอาจารย์จะลำบากลำบนมาก แต่ก็ดูมีหน้ามีตาดี!