ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 465 มาเพื่อจับผิด / ตอนที่ 466 ฆ่าคนตา
ตอนที่ 465 มาเพื่อจับผิด / ตอนที่ 466 ฆ่าคนตาย
ตอนที่ 465 มาเพื่อจับผิด
หลังจากที่เซี่ยผิงไหวกราบอาจารย์สำเร็จ ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยก็เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
ไม่มีใครกล้าดูถูกลูกหลานของตระกูลเซี่ยอีกต่อไป
เซี่ยผิงกั่งที่โหดร้ายไม่มีเหตุผลตอนนี้ก็เป็นถึงขุนนางเสียงสิงขั้นหก เซี่ยผิงไหวที่เหลวไหลไม่รู้ความนั่นก็กราบอาจารย์เซียวเป็นอาจารย์สำเร็จ ตอนนี้ผู้ชายสองคนในครอบครัวก็มีอนาคตไม่เลวแล้ว!
……
อย่างไรก็ตามในเวลานี้เซี่ยเฉียวในรูปลักษณ์ของโม่ชูเซิงก็ไปส่งจดหมายขอเข้าพบที่จวนท่านอ๋องโดยมีวิญญาณติดตามมาด้วย
นางมาเพื่อจับผิด
วิญญาณชายดูสับสนเล็กน้อย ตอนที่เขาเป็นวิญญาณก็ยิ่งสับสนมึนงงมากกว่าตอนเป็นมนุษย์อีก เขาแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาเมื่อมองไปยังประตูอันสูงใหญ่นี้
“ท่านปรมาจารย์ ผู้วิเศษ บ้านของผู้วิเศษอยู่ที่นี่หรือ” วิญญาณชายรู้สึกกลัวเล็กน้อย
เขามีชีวิตมาจนถึงขนาดนี้ก็ยังไม่เคยกล้าที่จะเดินผ่านหน้าบ้านที่มีประตูใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน
“เขาเป็นคุณชายใหญ่ของบ้านหลังนี้” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
ดวงตาของวิญญาณชายฉายแววคาดหวังเล็กน้อย
เขาเองก็ไม่ได้อยากที่จะเป็นวิญญาณเร่ร่อน เขาก็อยากจะไปเกิดใหม่ เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ความคับแค้นใจก่อนตายไม่ได้หายไปจริงๆ แม้เขาจะอยากไปแค่ไหนก็ไปไม่ได้ เขาต้องอยู่บนโลกใบนี้ และทำได้เพียงเฝ้าดูขณะที่ภรรยาของตนเองบอกคนอื่นๆ ว่าเขาเป็นขยะไร้ประโยชน์ที่ทุบตีผู้หญิง
ตอนที่เขายังมีชีวิตก็เป็นคนขี้ขลาด และเมื่อเขาตายไปแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้อีกเหมือนเดิม
มีเพียงปรมาจารย์คนนี้ที่เก็บวิญญาณเขามา และทำให้เขาได้มีที่อยู่
ไม่ต้องเจ็บปวดทนทุกข์ขนาดนั้น
พ่อบ้านฝูหมั่นออกมาต้อนรับเซี่ยเฉียว และเชิญนางเข้าไปข้างในด้วยตนเอง
“ปรมาจารย์โม่ พระชายาของเราทราบว่าท่านจะมาจึงได้รออยู่ที่ห้องโถง วันนี้องค์ชายน้อยก็มีชีวิตชีวามากขึ้น ท่านมาพอดีจะได้ช่วยตรวจดูว่ารอบๆ องค์ชายน้อยของเรามีอะไรผิดปกติหรือไม่…”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าน้อยๆ
ขณะที่นางเดินเข้าไปในห้องโถง พระชายาก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับนางอย่างกระตือรือร้น
“ไม่เห็นเพียงไม่กี่วัน ปรมาจารย์ยิ่งดูมีความเป็นเซียนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกแล้ว” พระชายาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุณา
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “พระชายาเองก็มีชีวิตชีวามากขึ้นเช่นกัน”
พระชายาผู้ชรามีอายุหกสิบปีแล้ว ตอนที่พบกันก่อนหน้านี้นางดูเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง และเห็นได้ชัดว่าแก่ชราลงไปมาก แต่ตอนนี้นางดูไม่เหมือนเดิมแล้ว นางดูมีพลัง ริ้วรอยบนใบหน้าก็กูลดน้อยลงไปมาก ดูเหมือนคนที่อายุสี่สิบห้าสิบปีเท่านั้น
“โชคดีที่ได้ท่านช่วยชีวิตลูกชายของข้าไว้ ไม่เช่นนั้นตอนนี้ข้าก็คงจะติดตามเขาไปด้วยกันแล้ว” พระชายาถอนหายใจเล็กน้อย “ปรมาจารย์มาที่นี่เป็นพิเศษในวันนี้เป็นเพราะลูกชายของข้ามีปัญหาอะไรหรือไม่”
พระชายารู้สึกประหม่าเล็กน้อย
เมื่อนั้นเซี่ยเฉียวจึงได้มององค์ชายน้อย
ส่วนองค์ชายน้อยก็กำลังมองนางอยู่เช่นกัน
องค์ชายผู้นี้มีอายุประมาณสิบปีเท่านั้น เขาดูผอมมาก แต่ก็ดูน่ารักว่าง่าย เขาเดินเข้าไปหาเซี่ยเฉียวก่อนจะเอ่ย “ท่านช่วยชีวิตข้าไว้ ท่านแม่บอกว่า ต่อไปข้าจะต้องเคารพและกตัญญูต่อท่าน”
เซี่ยเฉียวอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาอายุน้อยแต่ฉลาดมาก
“สุขภาพของเขาไม่มีปัญหาอะไร สีหน้าดีมาก ไม่ต้องกลัวไป” เซี่ยเฉียวยิ้ม ด้วยเห็นแก่เด็กน้อยที่น่ารักมากคนนี้นางจึงหยิบกระดิ่งทองแดงออกมา “นี่ไม่ใช่ของมีค่าอะไรแต่เป็นอาวุธวิเศษ ต่อไปถ้าหากองค์ชายน้อยพบวิญญาณหรือของไม่ดีอะไรที่มารบกวนบ่อยๆ กระดิ่งนี้…ก็จะดังขึ้น”
ความสามารถในการรับรู้ของกระดิ่งนี้ไม่ค่อยดีนัก
แต่เซี่ยเฉียวก็ทำมันโดยตั้งใจ
ถึงอย่างไรบนโลกใบนี้ก็มีวิญญาณมากเกินไป ถ้าหากแค่พบเจอวิญญาณตนเดียว กระดิ่งก็ดังขึ้นมา องค์ชายน้อยคนนี้คงตกใจจนเป็นบ้าแน่
แต่ตอนนี้ เว้นแต่วิญญาณจะคอยติดตามเขา หรือไม่เขาก็พกของไม่ดีติดตัวอยู่ตลอด กระดิ่งจึงจะมีการตอบสนอง
พระชายามีความสุขมาก นางรีบรับมันมา และสวมมันลงบนข้อมือขององค์ชายน้อยทันทีโดยไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย
อีกอย่าง นางก็พบว่าบนข้อมือของปรมาจารย์โม่ก็มีกระดิ่งอันหนึ่งอยู่เหมือนกัน
เพียงแต่กระดิ่งอันนั้นทำจากทองคำ
“ข้ามาที่นี่วันนี้เพราะเรื่องของลูกชายอีกคนของพระชายา” เซี่ยเฉียวเอ่ยเพิ่มเติมขึ้นมาในเวลานี้
ตอนที่ 466 ฆ่าคนตาย
จ้าวซวีจือเป็นบุตรสายรองย่อมถือว่าเป็นลูกชายของพระชายาด้วย ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
“ซวีจือ?” พระชายางุนงงเล็กน้อย “ปรมาจารย์เคยพบซวีจือด้วยหรือ เขาเป็นอะไร หรือว่า…เขาเองก็แปดเปื้อนของไม่ดีด้วย?”
พระชายาค่อนข้างเป็นกังวลในเวลานี้
แม้ว่านางจะไม่ค่อยชอบเขา แต่นางก็รู้ว่าสามีของตนเองทำเพื่อนางมากมายแค่ไหน
ในฐานะอ๋อง กว่าเขาจะยอมรับสนมเพิ่มเข้ามาก็ตอนที่อายุสี่สิบแต่ยังไร้วี่แววทายาท เช่นนี้ก็ถือว่าเขามีความรักที่ลึกซึ้งและมีคุณธรรมยิ่งแล้ว
อีกอย่าง นอกจากพระชายารองและบุตรของนางแล้ว ในจวนนี้ก็ไม่มีใครอื่นอีก กระทั่งว่าหลังจากที่นางให้กำเนิดลูกแล้ว หลายปีมานี้ท่านอ๋องก็ไม่ได้รักใคร่เอ็นดูผู้หญิงคนนั้นอีกเลยแม้สักครั้ง
สำหรับประเด็นนี้ ขอเพียงลูกสนมคนนั้นประพฤติตัวดี ไม่ทำร้ายลูกชายของนาง นางก็สามารถปฏิบัติต่อจ้าวซวีจือได้อย่างใจกว้าง
นอกจากตำแหน่งองค์ชายน้อยของลูกชายนางแล้ว ไม่ว่าอะไรที่เขาอยากได้ นางก็จะพยายามทำให้อย่างเต็มที่
อย่างเช่นการเชิญอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาสอนเขาตอนที่พวกเขายังครองศักดินา อย่างเช่นเกียรติยศที่เหมาะสมกับเขา เรียกได้ว่าในบรรดาบุตรสายรองของเชื้อพระวงศ์ ไม่มีใครจะสุขสบายได้เท่าจ้าวซวีจืออีกแล้ว
อย่างน้อยที่สุด บุตรสายรองของบ้านอื่นก็แทบจะไม่สามารถเข้าวังได้
แต่นางกลับจงใจส่งเสริมจ้าวซวีจือทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงในวัง
แม้ในใจพระชายาจะยังไม่ค่อยสบอารมณ์เรื่องลูกข่างทองคำก่อนหน้านี้เท่าไรนัก แต่เมื่อนางนึกถึงว่าจ้าวซวีจือไม่ได้มีเจตนา ทั้งยังลงโทษแล้ว ดุด่าก็แล้ว จึงได้ปล่อยผ่านไป
ส่วนของสกปรกอื่นๆ ที่อยู่ในห้องของลูกชายนางก็ได้รับการตรวจสอบที่มาที่ไปจนชัดเจนแล้วว่า ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจ้าวซวีจือ
เป็นพ่อบ้านคนหนึ่งหากำไรจากการซื้อของเล่นมาจากคนอื่นในราคาถูก แล้วจึงนำมันมามอบให้กับลูกชายของนางด้วยหวังเงินรางวัล
พระชายามองเซี่ยเฉียวด้วยใจกังวล
เซี่ยเฉียวเอ่ยปาก “ข้ามาครั้งนี้ก็เพื่อชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง”
พระชายาไม่เข้าใจ
“เมื่อสองสามเดือนก่อน ตอนที่พวกเดินทางเข้ามาในเมืองหลวงจ้าวซวีจือเคยช่วยผู้หญิงคนหนึ่ง และลงโทษสามีของนาง พระชายาทราบหรือไม่” เซี่ยเฉียวถาม
เมื่อพระชายาได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า “ข้าทราบดี ตอนนั้นเด็กคนนั้นตั้งใจทำเรื่องดีๆ เสด็จพ่อของเขาก็พึงพอใจมากเมื่อเห็นดังนั้น เขาจึงไม่ได้ห้ามอะไร หลังจากนั้น เรื่องนี้ก็เป็นที่รู้กันทั่วในเมืองหลวง ผู้คนต่างก็พูดกันว่าเขาใจดีมีเมตตา”
เวลานั้นวิญญาณที่อยู่ข้างกายเซี่ยเฉียวก็กระสับกระส่ายขึ้นมาเล็กน้อย
ดวงตาของเขาเป็นสีแดง และเลือดไหลหยด
ใจดีมีเมตตา เพราะความใจดีมีเมตตานี่แหละที่ให้เขาสูญเสียลูกชายไป!
หากไม่ใช่เพราะเขาถูกผู้สูงศักดิ์คนนี้ขังไว้ ลูกชายของเขาก็คงจะไม่ไร้ที่พึ่ง ถูกคนอื่นข่มเหงรังแก และคิดไม่ตกจนต้องจบชีวิตตัวเอง!
อีกอย่าง……
ตอนที่เขาทะเลาะกับภรรยาก็คิดที่จะหย่าขาดจากนางแล้ว ถึงอย่างไรผู้หญิงคนนั้นก็เอาเงินสำหรับการเล่าเรียนของลูกชายเขาไป เขาทนไม่ไหวแล้ว และจะไม่ใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงคนนั้นอีก!
เดิมที ขอแค่เขาหย่ากับภรรยา แล้วตั้งใจดูแลลูกชายของเขาอย่างสุดความสามารถ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นได้เอง!
เพียงเพราะสิ่งที่เรียกกันว่าความใจดีของผู้สูงศักดิ์คนนั้น เขาจึงไม่เหลืออะไรเลย!
ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น
เซี่ยเฉียวเห็นดังนั้นก็รีบหยิบกระดิ่งทองแดงขนาดใหญ่ออกมาจากเสื้อคลุม ก่อนจะยื่นไปทางวิญญาณและเขย่ามัน พร้อมร่ายคาถา ในที่สุดวิญญาณก็สงบลง
“จ้าวซวีจือฆ่าชายคนนั้นและลูกชายของเขาทางอ้อม วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อจะขออธิบายแทนชายคนนั้น” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
ดังนั้นนางจึงชอบตัวตนของนางในฐานะนักพรตเต๋า
นางไม่จำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ เวลาทำงาน
หากตอนนี้นางเป็นเซี่ยเฉียวก็คงทำแบบนี้ไม่ได้
พระชายาได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจมาก “ฆ่าคน? เป็นไปได้อย่างไร ตอนนั้นซวีจือทำเรื่องดีๆ ไม่ใช่หรือ”
“ใช่ แต่เขาไม่รู้ว่า ที่จริงแล้วผู้หญิงที่ถูกด่าว่ากลางถนนคนนั้นแอบนำเงินในบ้านไปช่วยน้องชายที่ติดการพนันของนาง หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นถูกจับ ลูกชายของเขาก็ฆ่าตัวตาย หลังจากที่เขากลับไปแล้วก็ถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ จึงได้ตายตามลูกชายไป เพียงแต่เขามีความคับข้องใจและไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ ดังนั้นข้าจึงอยากขออธิบายให้เขา เพื่อที่เขาจะได้ไปเกิดใหม่ด้วยความสบายใจ”