ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 55 เลือกปฏิบัติ / ตอนที่ 56 พอรู้
ตอนที่ 55 เลือกปฏิบัติ / ตอนที่ 56 พอรู้
ตอนที่ 55 เลือกปฏิบัติ
อาจารย์ท่านนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการรับนักเรียน เมื่อเขาเห็นเซี่ยหนิวซานในเวลานี้สีหน้าบูดบึ้งไม่น่ามองอย่างยิ่ง ส่วนคนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังเซี่ยหนิวซาน
“คนนั้นคือท่านใต้เท้าโจรนี่?” ใครบางคนอดไม่ได้พูดพำขึ้นมาเสียงเบา
“คราวที่แล้วก็เขานี่ล่ะที่ขนเงินไปที่บ้านของผู้ดูแล…” ถึงขนาดมีนักเรียนที่เดินผ่านมาหัวเราะเยาะเขา
“ได้ยินมาว่าลูกสาวลูกชายของเขาสองคนนั้นรู้จักตัวหนังสือน้อยมาก เดิมที่พวกเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าเรียน จนถูกไล่ออกไปข้างนอกแล้ว นึกไม่ถึงว่าใต้เท่าเซี่ยท่านนี้จะโวยวายใหญ่โต ตรงเข้าไปหาผู้ดูแล หาว่าผู้ดูแลดูถูกเขา แต่เขาจะพูดอะไรได้อีกในเมื่อต้องรับมือกับโจรแบบนี้ ทำได้แต่ต้องรับกลับเข้าเรียน” ใครบางคนพูดต้นสายปลายเหตุอย่างชัดเจน
เซี่ยเฉียวเองก็ได้ยินเช่นกัน
นางหันกลับไปมองเซี่ยหนิวซานด้วยความประหลาดใจ
เซี่ยหนิวซานหน้าแดงก่ำ “ผายลม[1]มารดาสุนัขมันสิ! ข้าเป็นขุนนางขั้นสี่ ลูกไม่เอา…ลูกทั้งสองคนของข้าก็แค่รู้จักตัวหนังสือน้อยไปหน่อย เงินข้าก็ให้ไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรไม่ให้เขาเข้าเรียนหรือ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเจ้านั่นไม่ทำตามกฎ”
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
น้องสาวน้องชายทั้งสองของนางมีพ่อแบบนี้ แต่สามารถเติบโตมาได้อย่างทุกวันนี้ก็นับว่าพวกเขารู้ความมากพอแล้ว
เวลานี้อาจารย์ท่านนั้นโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“ใต้เท้าเซี่ย สำนักศึกษาเป็นสถานที่อันเงียบสงบ หากท่านก่นด่าผู้คนที่นี่ เราคงต้องเชิญท่านออกไป” ท่านอาจารย์เอ่ย
“ข้าด่าใครแล้วหรือ ยังไม่มีเลยนะ! ปกติข้าก็พูดจาแบบนี้แหละ ผู้ดูแลก็ยังรู้” เซี่ยหนิวซานทำไม่รู้ไม่ชี้
เซี่ยเฉียวเองก็หน้าหนาเช่นกัน
ไม่อย่างนั้น หากเปลี่ยนเป็นเด็กสาวคนอื่นเกรงว่าตอนนี้คงอายจนแทรกแผ่นดินหนีไปแล้ว
“ใต้เท้าเซี่ย ท่านมาคราวนี้เพื่อส่งเด็กสาวคนนี้เข้าเรียนหรือ” อาจารย์ท่านนั้นไม่อยากตอแยกับเขาเหมือนคนไม่มีการศึกษา
ทะเลาะไปก็ไม่ชนะอยู่ดี
“แน่นอนสิ นอกจากนางแล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครยืนอยู่กับข้าเสียหน่อย สายตาท่านนี่…” เซี่ยหนิวซานเผลอด่าคนโดยไม่รู้ตัว แต่ก็สะกดกลั้นเอาไว้
เขาเกลียดที่สุดก็พวกนักวิชาการร่ำไรน่าเบื่อพวกนี้ เลือกปฏิบัติ กวนบาทา!
“ใต้เท้าเซี่ย ตามกฎแล้ว ไม่อนุญาตบุตรบุญธรรมหรือญาติ” มีเพียงขุนนางขั้นสามจึงจะแนะนำฝากฝังเด็กที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดได้!
“นางเป็นลูกสาวคนโตของข้า!” เซี่ยหนิวซานพ่นลมส่งเสียงเฮอะออกมาหนึ่งที
“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน…หรือจะเป็นลูกอนุ? ถ้าเป็นอย่างนั้นค่าเล่าเรียนจะต้องเพิ่มเป็นสองเท่า” ท่านอาจารย์เอ่ยอีก
กับคนอื่นเขาไม่สามารถพูดเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ แต่ตอนนี้เขาพูดอยู่กับเซี่ยหนิวซาน
พูดเรื่องเงินจึงตรงไปตรงมาหน่อย
“ลูกอนุ? นางเป็นลูกจากภรรยาเอกของข้าต่างหาก! แต่ก่อนหน้านี้นางสุขภาพไม่ค่อยดี จึงส่งออกไปอยู่ข้างนอก เพิ่งจะรับกลับมาอยู่บ้านไม่นานมานี้!” เซี่ยหนิวซานส่งเสียงฮึดฮัดราวกับจะตำหนิว่าอาจารย์ที่อยู่ตรงหน้าช่างมีตาหามีแววไม่
อาจารย์ท่านนี้ประหลาดใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ลูกแท้ๆ และยังเป็นลูกสาวคนโตที่เกิดกับภรรยาเอกด้วย
หน้าตา…
ไม่เหมือนเลยสักนิด!
แต่เรื่องนี้ไม่สามารถปลอมแปลงกันได้ สำนักศึกษาของราชสำนักมีผู้หนุนหลังไม่ธรรมดา หากเซี่ยหนิวซานกล้าหาใครมาปลอมเป็นลูกสาวคนโต เขาต้องถูกลดตำแหน่งอย่างแน่นอน ไม่คุ้มกันหรอก
“ที่แท้เป็นลูกสาวคนโต อย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เชิญแม่นางเซี่ยเข้าแถวรอด้านโน้น ส่วนใต้เท้าเซี่ยเชิญออกไปรอข้างนอกก่อน” ท่านอาจารย์เอ่ย
เซี่ยหนิวซานมองเซี่ยเฉียวด้วยความกังวล
“ไม่ต้องตื่นเต้น อ่านไม่ออกก็เดาๆ ไป น้องสาวของเจ้าก็ผ่านมาได้อย่างนั้นแหละ” เซี่ยหนิวซานเอ่ยเตือนก่อนจากไป
“เจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวตอบรับโดยดี
เวลาคุยกับเซี่ยหนิวซานไม่ต้องคิดอะไรมาก
หากนางบอกเขาว่านางมั่นใจไม่ต้องกังวลไปหรอก เขาคงคิดว่านางบ้าไปแล้ว
อีกอย่างท่านพ่อของนางรู้จักตนเองดี ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเชื่อว่าตนเองจะให้กำเนิดลูกสาวที่มีความสามารถออกมาได้
ตอนที่ 56 พอรู้
คนอื่นๆ เห็นสองพ่อลูกคู่นี้เข้าก็อดไม่ได้ที่จะดูถูก
โดยเฉพาะท่านอาจารย์ที่ภายในใจเริ่มมีโทสะขึ้นมา
ครอบครัวนี้อาศัยชื่อสำนักศึกษาของราชสำนักเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ไม่ได้อยากจะมาเล่าเรียนจริงๆ หรอก!
คนประเภทนี้มาเรียนที่นี่นับเป็นการลบหลู่ชื่อของสำนักศึกษา!
สีหน้าอาจารย์เคร่งขรึมจริงจังเจืออารมณ์โกรธเล็กน้อย
การทดสอบก่อนเข้าเรียนนี้ไม่ได้ยากเย็นเลยสักนิด ขอเพียงแค่ไม่ใช่คนโง่เขลา ก็แทบจะผ่านกันได้ทั้งหมด แต่ตอนนี้เมื่อมองดูเซี่ยหนิวซาน หัวใจอาจารย์ก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาทันที
ทันทีที่เซี่ยหนิวซานจากไป เซี่ยเฉียวก็รู้สึกได้ถึงความเย็นชาจากอาจารย์ท่านนี้
“สำนักศึกษาของราชสำนักไม่เหมือนที่อื่น ทุกคนที่มาเรียนที่นี่ต่อให้เป็นลูกหลานฮ่องเต้ก็ต้องปฏิบัติตามกฎ ต้องถือเอาการเข้าเรียนและการเรียนหนังสือเป็นหน้าที่ หากเหลวไหลไร้ความรับผิดชอบ คิดจะใช้ชื่อเสียงสำนักศึกษาของราชสำนักมาหลอกคนอื่นให้แต่งงานด้วย คนประเภทนี้ ทางที่ดีรีบออกไปให้เร็วที่สุด!” อาจารย์พูดอย่างเย็นชา
แม้ว่าเขาจะไม่ได้มองไปทางเซี่ยเฉียวตอนที่พูด แต่ทุกคนที่ได้ยินแทบทั้งหมดต่างก็จ้องมองไปยังเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
นางยังไม่ทันได้เข้าเรียนก็โดนรังเกียจเสียแล้วหรือ
บิดาแท้ๆ ของนางผู้นี้…
ชาติที่แล้วมีความแค้นอะไรกับนางหรือเปล่า ถึงได้ขุดหลุมฝังนางแบบนี้
เซี่ยเฉียวเติบโตมาได้เป็นอย่างดีภายใต้การดูแลของนักบวชที่ไม่น่าเชื่อถือเช่นโม่หลิงจื่อ เดิมทีนางก็เป็นคนที่เห็นโลกมามากคนหนึ่ง
เวลานี้นางจึงไม่ได้รู้สึกลนลาน
นางแสร้งทำเป็นไม่เห็น ก้มหน้าก้มตาไว้ รอไปเรื่อยๆ ดูเหมือนกับไม่ได้สนใจอะไร
แต่ในสายตาของอาจารย์ท่านนี้กลับเห็นว่านางเป็นคนดื้อรั้นหัวแข็งอย่างยิ่ง
ยิ่งทำให้เขาโมโหมากยิ่งขึ้น
“อยากจะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาของราชสำนัก นอกจากสถานะและความมั่งคั่งแล้ว ยังต้องอาศัยความสามารถของพวกเจ้าเองด้วย เอาล่ะ ตอนนี้ให้ทุกคนเริ่มการทดสอบได้” อาจารย์เอ่ยเสียงดังฟังชัด
พูดพลางคนที่มาลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็เข้าโรงเรียนไป
ห้องเรียนนี้กว้างขวางมาก มีหน้าต่างบานใหญ่รอบด้าน ซึ่งเปิดกว้างออกหมดทุกบานในเวลานี้ หลังจากเข้าไปแล้ว ข้างในก็เย็นสบาย ไม่เหมือนด้านนอกที่ยังร้อนอบอ้าวอยู่บ้าง
ทุกคนต่างก็หาที่นั่ง
คนที่ลงทะเบียนครั้งนี้มีทั้งหมดแปดคน
เซี่ยเฉียวอายุมากที่สุด ส่วนคนอื่นๆ ยังเป็นแค่เด็กน้อยอายุประมาณสิบขวบเท่านั้น
บ้างขี้ขลาดไม่มั่นใจ บ้างก็สดใสร่าเริงเป็นพิเศษ
ผ่านไปไม่นานก็มีเด็กรับใช้คนหนึ่งส่งกระดาษสองสามแผ่นให้ทุกคน
“ครอบครัวพวกเจ้าทุกคนล้วนมีสถานะไม่ธรรมดา ดังนั้นการเข้าเรียนจึงง่ายดายกว่าคนทั่วไปอยู่มาก แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐาน จากนี้ไปข้าจะให้เวลาหนึ่งชั่วยามในการท่องบทความที่อยู่ตรงหน้า พอครบกำหนดเวลาก็ให้เขียนออกมาจากความทรงจำ” อาจารย์เอ่ยขึ้นอีก
ผู้รับหน้าที่ในการรับนักเรียนเข้าเรียนย่อมไม่ใช่คนธรรมดา นับว่ามีตำแหน่งอยู่บ้าง
แม้ว่าจะเปลี่ยนกฎชั่วคราวก็ไม่มีใครกล้าวิจารณ์
เมื่อเขาพูดขึ้นมาเช่นนี้ เด็กน้อยทั้งหลายก็บ่นกับระงม
ด้านนอกยังมีนักเรียนที่ชอบเรื่องสนุกจำนวนมากแอบมาดูนอกหน้าต่าง
“นี่คือเขาต้องการสร้างความลำบากให้คุณหนูเซี่ยผู้นั้นสินะ ให้ท่องบทความหนึ่งในเวลาหนึ่งชั่วยามไม่ยากหรอก แต่ให้เขียนออกมาด้วยนี่สิ สำหรับพวกเขาแล้วออกจะยากอยู่สักหน่อย” ใครบางคนข้างนอกกำลังยินดีในความทุกข์ของผู้อื่น
บทความนี้มีความยาวเต็มสามหน้ากระดาษเลยนะ
ในมือเซี่ยเฉียวก็เป็นกระดาษสามแผ่นเช่นเดียวกัน แต่…
เป็นภาษาสันสกฤต
เมื่อเต๋ากับพุทธทะเลาะวิวาทกัน ย่อมต้องรู้เขารู้เราเป็นธรรมดา ประกอบกับสุขภาพนางตอนเด็กๆ ไม่ดี ไม่มีอะไรทำ นางจึงอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย ดังนั้นภาษาสันสกฤตนี่จึง…
พอรู้ พอรู้
เพียงแต่รู้ก็ส่วนรู้ แต่เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ท่านนี้จงใจเพ่งเล็งนาง
“อาจารย์ต้องการให้ข้าเขียนภาษาสันสกฤตหรือ กฎการรับนักเรียนของสำนักศึกษาเป็นอย่างนี้หรือเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวเงยหน้า เอ่ยถามเบาๆ
สีหน้าอาจารย์ดูอึดอัดเล็กน้อย แต่เขาก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ภาษาสันสกฤตส่วนใหญ่ใช้ในพระคัมภีร์ การคัดลอกพระคัมภีร์ช่วยทำให้จิตใจสงบ และยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้อาวุโสด้วย การทดสอบนี้จึงไม่มีปัญหาอะไร”
—————————————
[1] ผายลม ในภาษาจีนหมายถึงคำพูดตอแหล คำพูดไร้สาระไม่น่าเชื่อถือ