ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 53 ไร้ยางอาย / ตอนที่ 54 เขามาอีกแล้ว
ตอนที่ 53 ไร้ยางอาย / ตอนที่ 54 เขามาอีกแล้ว
ตอนที่ 53 ไร้ยางอาย
หลูซื่อรู้สึกน้อยใจอย่างยิ่ง “ข้ารู้เจ้าค่ะ ว่าท่านไม่ยอมรับเย่ว์เอ๋อร์ อย่างไรท่านก็ไม่ได้ให้กำเนิดนางมา…แต่ข้าก็เคยพูดแล้วนี่ว่า ข้ายินดีให้นางเปลี่ยนชื่อแซ่เป็นลูกสาวสกุลเซี่ยอย่างสมบูรณ์ แต่ท่านกลับไม่เห็นด้วย ลูกสาวของข้าก็ไม่ได้ไม่ดีตรงไหน ไม่ว่าจะเรื่องดนตรี หมากล้อม หนังสือ หรือวาดภาพ นางล้วนเชี่ยวชาญทุกสิ่ง แค่รูปร่างหน้าตาที่อาจจะด้อยกว่าเฉียวเอ๋อร์เล็กน้อยเท่านั้น แต่หากเทียบกับคนอื่นๆ ในเมืองหลวง นางก็ถือว่าโดดเด่นแล้ว!”
หลูซื่อน้อยใจ
ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ
เซี่ยหนิวซานชมชอบนางก็เพราะนางรู้จักออดอ้อนเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
พอเห็นนางร้องไห้ขึ้นมา เซี่ยหนิวซานก็ร้อนใจทันที “เจ้าร้องไห้ทำไม ข้าก็ไม่ได้พูดว่านังหนูนั่นไม่ดีตรงไหนนี่ นี่ก็เลี้ยงดูให้อยู่ในบ้านอย่างดีไม่ใช่หรือ สำนักศึกษากู่หลันเต็มไปด้วยคนมีความสามารถ รับประกันว่าจะสอนนางจนกลายเป็นหญิงสาวที่มากความสามารถได้แน่!”
“มากความสามารถหรือไม่ใครจะสนล่ะเจ้าคะ ที่ข้าสนใจก็คือท่านเห็นนางเป็นคนในครอบครัวหรือไม่ต่างหากเจ้าค่ะ!” หลูซื่อกระทืบเท้าแล้วหมุนตัวเดินจากไป
ดูทั้งเสียใจและโกรธกรุ่น
เซี่ยหนิวซานทนเห็นผู้หญิงเป็นอย่างนี้ไม่ได้ หากไม่ใช่ว่าเขายังมีเรื่องอย่างอื่นต้องทำ ก็คงรีบตามนางไปแล้ว
“คนขับรถม้ารู้ทางไปสำนักศึกษาของราชสำนักดี ข้าไปเองก็ได้เจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นบนรถม้า
“กว่าข้าจะได้แต่งภรรยาก็ไม่ง่ายเลย ตอนแต่งก็ลงทุนลงแรงไปไม่น้อย หากนางโกรธจนเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา ความเสียหายย่อมไม่ใช่น้อยๆ เลย” เซี่ยหนิวซานบ่นพึมพำ
แต่ครู่ต่อมาเขาก็ขึ้นหลังม้า
เรื่องง้องอนภรรยาอะไรนี่ไว้รอทำธุระเสร็จก่อนค่อยว่ากัน
หลูซื่ออยากจะให้เซี่ยหนิวซานกลับมาง้อนางจริงๆ
เมื่อก่อนตอนอยู่ด้วยกันสองต่อสองนางก็เคยแกล้งดื้อดึง เซี่ยหนิวซานก็จะยอมลงให้นางเสมอ
นางรู้ว่าจะตามใจผู้ชายอย่างเดียวไม่ได้ การงอนที่เหมาะสมนั้นมีประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา
แต่ตอนนี้เซี่ยหนิวซานไม่กลับมาง้อ ในใจนางจึงอดรู้สึกเศร้าเสียใจไม่ได้
“นอกจากต้องไปส่งข้าที่สำนักศึกษาแล้ว วันนี้ท่านพ่อยังมีอย่างอื่นต้องทำอีกหรือไม่เจ้าคะ” เซี่ยเฉียวถามขึ้นอีกครั้งขณะที่อยู่บนรถม้า
“วันนี้วันพักผ่อน ประเดี๋ยวที่สำนักศึกษาข้าแค่โผล่หน้าไปเท่านั้น ที่เหลือต้องอาศัยตัวเจ้าเองแล้ว พอเสร็จธุระนี่แล้ว ข้าจะไปร่ำสุราดื่มสักสองจอก” เซี่ยหนิวซานพูดจบก็เอ่ยถาม “จริงสิ! ข้ายังไม่ได้ถามเลยว่าหนังสือปรับพื้นฐานนี่เจ้าจำได้หมดแล้วหรือไม่“
ยังไม่ทันจะรอให้เซี่ยเฉียวตอบ เซี่ยหนิวซานก็ขมวดคิ้ว “ก่อนหน้านี้เห็นตัวอักษรชดช้อยสวยงามในจดหมายของเจ้า ข้ามองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ลายมือเด็กๆ แล้ว ข้าก็เลยไม่เคยถาม! นักบวชเฒ่านั่นคงจะไม่ใช่ว่าไม่เคยสอนให้เจ้ารู้ตัวอักษรหรืออ่านหนังสือเลยใช่ไหม คิดจะเข้าสำนักศึกษานี้ ต่อให้ท่องหนังสือไม่ได้ ก็ต้องรู้จักตัวอักษรถึงจะได้!”
ไม่อย่างนั้น ต่อให้มีเงินมากกว่านี้ เขาก็ไม่รับไว้หรอก!
“ท่านพ่อวางใจเถิด พอจะถูไถไปได้อยู่เจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ
พอได้ยินนางพูดว่าถูไถ เซี่ยหนิวซานก็รู้สึกจิตใจไม่สงบ
“เจ้าจำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ เจ้างี่เง่าสามคนที่บ้านล้วนแล้วแต่โด่งดังในเมืองหลวงนี้ หากเจ้าทำขายหน้าอีกคน หน้าข้าไม่เหลือแน่” เซี่ยหนิวซานบ่นอุบอิบ
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งความหวังกับเซี่ยเฉียวไว้มากมายอะไร
“โด่งดัง?“ เซี่ยเฉียวค่อนข้างประหลาดใจ ”หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ”
เซี่ยหนิวซานพูดอย่างหน้าไม่อาย “พี่ชายใหญ่เจ้าหน้าตาอย่างนั้น ดันไปชอบหญิงสาวมากความสามารถคนหนึ่งเข้า ก่อนหน้านี้จึงไปสะกดรอยตามชาวบ้านเขา ทำเอาแม่นางคนนั้นตกอกตกใจกลัวแทบตาย เดิมทีก็หาคนมาแต่งด้วยยากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่”
เซี่ยเฉียวประหลาดใจอย่างยิ่ง
คงไม่ใช่หรอกกระมัง?
“ส่วนน้องชายน้องสาวคู่นั้นของเจ้า…” เซี่ยหนิวซานเกาศีรษะอย่างเศร้าสร้อย “อย่าไปพูดถึงเลยดีกว่า!”
“ท่านเล่ามาให้ละเอียดเถิดเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยรีบร้อน
เซี่ยหนิวซานถอนหายใจก่อนจะเล่า “เซี่ยผิงไหวน้องชายเจ้า…เจ้าเด็กบ้านั่นยิ่งไร้ยางอาย…อายุแค่นั้นก็ไปเที่ยวหอคณิกาดื่มเหล้าเคล้านารี ก็เลยถูกคนที่นั่นโยนออกมาครั้งหนึ่ง เขายังพูดอีกว่า อายุเท่านี้ฟันแท้ยังขึ้นไม่ครบเลยก็คิดจะนอนกับผู้หญิงแล้ว ไสหัวกลับไปดื่มนมที่บ้านเถอะ!”
ตอนที่ 54 เขามาอีกแล้ว
เซี่ยหนิวซานมีพื้นนิสัยเป็นโจร เวลาพูดจาอะไรเขาจึงไม่ค่อยระมัดระวัง
คนขับรถม้าได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้รู้สึกเห็นใจเซี่ยเฉียวขึ้นมา
เซี่ยเฉียวไม่เคยคิดมาก่อนว่าเซี่ยผิงไหวจะเป็นเด็กเช่นนี้ ที่นางเห็นก่อนหน้านี้ก็ดูเป็นเด็กดีน่ารัก?
ส่วนเซี่ยซี…
ไม่ต้องให้เซี่ยหนิวซานพูดถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของนางเซี่ยเฉียวก็พอจะเดาได้
สมองของเซี่ยซีเชื่องช้า เรื่องโง่เขลาที่นางทำต้องมีไม่น้อยแน่
“นังหนูเอ้ย ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น ต่อให้เจ้าจะสมองทึบ แต่ขอแค่ในยามปกติเจ้าไม่แสดงออกมาก็พอ แค่นี้ชื่อเสียงของเจ้าก็เป็นหน้าเป็นตาของบ้านเราแล้ว!” เซี่ยหนิวซานเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ
เซี่ยเฉียวกะพริบตาปริบๆ
หน้าตาของครอบครัว นางไม่เป็นไม่ได้หรือ
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ เป็นคุณหนูครอบครัวขุนนางนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ ไม่มีอิสระเป็นตัวของตัวเองเหมือนตอนเป็นนักบวชเลย
“ท่านพ่อ ไม่ว่าวันนี้เสร็จธุระแล้วท่านจะไปที่ไหนก็ตาม ขอให้ท่านพูดให้น้อยๆ หน่อย“ จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็เตือนขึ้นมาโดยไร้ต้นสายปลายเหตุ
“หา?” เซี่ยหนิวซานยังนึกว่าตนเองฟังผิดไป
“วันนี้โหนกแก้มท่านพ่อเป็นสีชมพูสดใสเปล่งปลั่ง เหมือนคนจะรวย ข้าคิดดูแล้ว ท่านพ่อรับราชการ เข้าบ่อนคงไม่ดี ดังนั้นโชคลาภนี้ก็ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น น่าจะอยู่ในที่ที่ท่านจะไปวันนี้ เพียงแต่โชคลาภนั้นเปราะบาง วันนี้ท่านจึงต้องพูดให้น้อยหน่อย แต่สังเกตให้มากๆ จะได้เงินเข้าบ้าน” เซี่ยเฉียวอธิบายอย่างละเอียด
เซี่ยหนิวซานกลับนึกอยากจะด่าคนขึ้นมา
นักบวชเฒ่านั่น!
ถึงกับทำให้ลูกสาวเขากลายเป็นพวกร่างทรงต้มตุ๋นไปเสียแล้ว?!
ลองฟังดูคำพูดเต็มปากเต็มคำพวกนี้ของนางสิ เหมือนคำพูดของหญิงสาวดีๆ ที่ไหนกัน
ลูกสาวที่น่าสงสารของเขา หากมิใช่เพราะนางมีดวงพิฆาต เขาก็คงไม่มอบนางให้นักบวชเฒ่าเลี้ยงดูหรอก หากเขาเลี้ยงนางเอง…
เซี่ยหนิวซานตกใจ ไม่อยากคิดจินตนาการต่อ
เขาเองก็รู้ดีว่าตนเองไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ หากนางอยู่ในความดูแลของเขาจริงๆ ต้องกลายเป็นยักษ์มารไปแน่นอน
“พอถึงสำนักศึกษาแล้ว ก็พูดเรื่องพวกนี้น้อยๆ หน่อยก็แล้วกัน” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
“ได้เจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวตอบรับ “วันนี้ท่านพ่อกินอะไรเข้าไปหรือเจ้าคะ ปากท่านเหม็นมาก เมื่อกี้ข้าอยู่ห่างจากท่านตั้งสามฉื่อห้าฉื่อก็ยังได้กลิ่นเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้นเซี่ยหนิวซานก็พ่นลมออกจากปากสูดดมไม่หยุด
แต่เขาดมตั้งนานก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไร “ไม่มีนะ?”
“ท่านอยู่กับกลิ่นนั้นนานๆ ย่อมไม่ได้กลิ่นอะไรอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าบนตัวท่านไม่มีกลิ่นนี่” เซี่ยเฉียวพูดนิ่งๆ
แม้เซี่ยหนิวซานจะไม่รู้หนังสือมาก แต่เขาก็เข้าใจ
เขาหยุดพูดไปในทันที
เขาไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วจริงๆ
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาถึงสำนักศึกษาของราชสำนัก
เซี่ยเฉียวลงจากรถม้า ก่อนจะรู้สึกทึ่งกับสำนักศึกษาที่ตาเห็น
สำนักศึกษาของราชสำนักนี้ใหญ่โตจนน่าตกใจ นับได้ว่ามีคนหนุนหลังยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง สำนักศึกษานี้มีประตูเข้าออกหลายทาง แต่ประตูหลักจะเปิดเฉพาะเวลามีเรื่องสำคัญเท่านั้น
กำแพงสำนักนั้นสูงราวกับจะแยกโลกทั้งสองออกจากกัน ประตูรองนี้ก็ดูงดงามมีรสนิยมอย่างยิ่ง ตรงทางเข้ายังมีคนคอยเฝ้าอยู่ด้วย
เนื่องจากวันนี้เป็นวันสำหรับลงทะเบียนที่มีเดือนละครั้ง ดังนั้นด้านนอกประตูรองตอนนี้จึงยังมีอีกหลายครอบครัว
พอถึงหน้าประตู ทั้งหมดก็ลงจากรถม้า
คนที่ลงจากรถม้าพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กอายุราวๆ สิบขวบทั้งนั้น ซึ่งน่าจะรอให้อายุครบสิบขวบถึงมากัน
ในบรรดาผู้คนมากมายเหล่านี้มีเพียงเซี่ยเฉียวเท่านั้นที่เป็นเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกแล้ว
นางจึงดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
พวกเขากำลังต่อแถวเพื่อที่จะเข้าไปข้างใน
ในฐานะผู้ปกครองเซี่ยหนิวซานสามารถเข้าไปในสำนักศึกษาได้ แต่ก็สามารถไปส่งนางได้แค่ตรงประตูเท่านั้น เขาไม่สามารถอยู่ด้วยได้ในเวลาที่สำนักศึกษาทำการทดสอบเซี่ยเฉียว
“ใต้เท้าเซี่ยท่านมาที่นี่ทำไมอีก” หลังจากเข้าไปแล้วก็มีอาจารย์เห็นเซี่ยหนิวซาน หนังตาเขาเขม่นทันที
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันลืมฉากที่เซี่ยหนิวซานขนเงินหนึ่งหมื่นตำลึงมาฝากลูกสองคนเข้าโรงเรียนไปได้ตลอดชีวิต!
ลูกคนอื่นมอบของขวัญสมกับที่เป็นพิธีกราบอาจารย์ ต่อให้มอบเงินก็เถอะ เขาก็ให้มาเป็นตั๋วเงินกันทั้งนั้น!
เซี่ยหนิวซานไม่เหมือนคนอื่น เขาขนเงินมาโต้งๆ จนถึงขนาดตะโกนว่าตนเองนำเงินมาซื้อสิทธิให้ลูกเข้าเรียน!
หากเด็กสาวที่เขาพามาคราวนี้มีคุณสมบัติเหมาะสม อย่างนั้นคราวหน้า…
อาจารย์ท่านนั้นหน้าเปลี่ยนสี
ไม่ใช่ว่าเขาจะได้เห็นฉากที่เซี่ยหนิวซานขนเงินมาอีกหรอกหรือ!