ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 63 นางไม่ได้พูดเหลวไหล / ตอนที่ 64 แก้วตาดวงใจ
ตอนที่ 63 นางไม่ได้พูดเหลวไหล / ตอนที่ 64 แก้วตาดวงใจ
ตอนที่ 63 นางไม่ได้พูดเหลวไหล
เซี่ยหนิวซานท่าทางดุร้ายราวกับต้องการที่ต่อยใครอย่างนั้น
“มันเป็นของจริง” เซี่ยเฉียวแสดงความเห็นทันที
“ของจริง? เจ้าเอามาจากไหน? เซี่ยหนิวซานไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย
เขาเคยได้ยินชื่อปรมาจารย์อวิ๋นเวยมาก่อน แต่ก็ไม่รู้จัก และไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรของเขามากนัก
เขาอยู่ในเมืองหลวงมานานขนาดนี้ย่อมมีประสบการณ์รู้เห็นอะไรมาไม่น้อย ขอให้เป็นคนที่ถูกคนอื่นๆ เรียกว่า ‘ปรมาจารย์’ หรือ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ เท่านั้นแหละ ของของเขาก็เอามาขายได้เงินดีสุดๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเงินก็ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนักด้วย
ของของท่านปรมาจารย์แม้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อหามาได้!
เซี่ยหนิวซานไม่ใช่ว่าไม่เชื่อลูกสาวของเขา แต่เขาไม่เชื่อในตัวเองต่างหาก เขาเป็นคนแบบนี้ ลูกๆ ที่เขาให้กำเนิดก็คงไม่ได้เก่งกาจมากนัก
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ ไม่ได้เตรียมใจที่จะบอกว่านางเป็นคนวาดขึ้นมาเอง
ไม่เช่นนั้นต่อไปก็คงขายไม่ได้ราคา อย่างไรเสียในสายตาคนอื่นอวิ๋นเวยก็เป็นชายชราที่ใกล้ลาโลกแล้ว ชายชราผู้นี้คงมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ปี ดังนั้นผลงานของเขาจึงต้องมีราคาสูงหน่อย แต่ถ้าใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง…
ราคาจะต้องลดลงหลายส่วนแน่
“ข้าเลือกซื้อมาจากร้านหนังสือที่อวิ๋นจิงน่ะ” เซี่ยเฉียวหาเหตุผลมาตอบไปตามน้ำ
“เลือกซื้อ? ซื้อมาเท่าไหร่น่ะ?” เซี่ยหนิวซานถามกลับอย่างรวดเร็ว
“ไม่มากหรอก” ไม่ได้จ่ายน่ะ
หลูซื่ออดยิ้มเยาะในใจไม่ได้
ผลงานของปรมาจารย์นี้ไม่ใช่หินจากเหมืองหยกนั่น ที่จะหยิบขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วจะพบเจอของดีที่ประเมินค่าได้อย่างนี้
นังหนูคนนี้โง่หรือเปล่า?
เผยหว่านเย่ว์กลับแอบดึงแขนเสื้อของหลูซื่อ
หลูซื่อมองนางอย่างงุนงง แต่แล้วก็ได้ยินนางเอ่ย “ภาพวาดนี้ของพี่หญิงอาจจะเป็นของจริงก็ได้! ท่านพ่อไม่รู้อะไร พี่หญิงอยู่ที่อวิ๋นจิงเป็นที่รักของทุกคน พอได้ยินว่าพี่หญิงจะกลับมาเหมืองหลวง หลายคนก็รีบเอาของมาให้พี่หญิง คงไม่มีใครเอาของปลอมมาขายให้นางหรอก อีกอย่าง… ข้าเคยได้ยินมาว่าปรมาจารย์อวิ๋นเวยก็เป็นคนอวิ๋นจิง เป็นไปได้มากว่าที่นั่นอาจจะมีชิ้นงานจริงๆ เป็นจำนวนมากก็ได้”
“อย่างนั้นหรือ” เซี่ยหนิวซานชะงักไป
เขาไม่รู้ว่าปรมาจารย์อวิ๋นเวยเป็นคนที่ไหน
หลูซื่อเองก็เข้าใจแล้ว
นางไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นของจริงหรือของปลอม หากนางไม่ต้องออกเงิน ของนี่ก็ถือว่าเป็นของดี!
“ในเมื่อเฉียวเอ๋อร์นำออกมาแล้ว มันจะต้องเป็นของจริงแน่” หลูซื่อเอ่ย
เซี่ยหนิวซานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “นังหนู เจ้าแน่ใจนะว่ามันเป็นของจริง คนของสำนักศึกษาหลวงนี่ช่างจับผิดนะ ถ้ามันเป็นของปลอม พวกเขาก็ต้องพูดจาทิ่มแทงให้ระแคะระคายหูเจ้าแน่ เจ้าหน้าบางอาจจะรับไม่ไหวนะ”
“ท่านพ่อวางใจเถอะ มันเป็นของจริง” เซี่ยเฉียวหนักแน่นจริงจัง
อันที่จริงเซี่ยหนิวซานก็ยังไม่ค่อยสบายใจ แต่เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างจริงจังเสียขนาดนั้น เขาจึงใช้สมองครุ่นคิดเล็กน้อย
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสิ่งที่เซี่ยเฉียวพูดกับเขาข้างนอกวันนี้
นางบอกว่าวันนี้เขาจะมีโชคลาภเข้าบ้าน…
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่านางพูดไม่ผิด
นังหนูคนนี้ไม่ใช่คนที่จะพูดเรื่องเหลวไหลออกมาได้เต็มปากเต็มคำ ในตอนนี้นางพูดออกมาอย่างมั่นใจว่าของสิ่งนี้เป็นของจริง บางที…นางอาจจะไม่ได้พูดเหลวไหลก็ได้?
“ถึงบ้านเราจะมีเงินน้อยกว่าบ้านอื่นเขาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขาดเงินที่จะส่งเจ้าไปเรียนที่สำนักศึกษา เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยพ่อประหยัดหรอก เข้าใจไหม” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
พอพูดประโยคนี้ออกมา เซี่ยหนิวซานก็อดที่จะรู้สึกซาบซึ้งไม่ได้
แม้ว่าเขาจะไม่เคยได้เลี้ยงดูเด็กคนนี้มาก่อน แต่นางก็รักพ่อคนนี้!
ดูสิ ข้าให้เงินนาง นางยังไม่กล้าใช้!
เซี่ยหนิวซานมองมาด้วยสายตาซาบซึ้ง เซี่ยเฉียวก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
เมื่อหันไปมองเห็นหลูซื่อหน้านิ่วคิ้วขมวดหน้าตาไม่เต็มใจ นางจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“ข้าจะไม่รับเงินที่ท่านพ่อให้ได้อย่างไร ลูกเองก็ไม่มีทรัพย์สินอะไร หากอย่างนั้นห้าพันตำลึงนี่ ข้าขอไปทำอย่างอื่นนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากพูด
สีหน้าซาบซึ้งของเซี่ยหนิวซานยังไม่ทันจางหาย เขาก็ได้ยินนางพูดประโยคนี้ขึ้นมา
ตอนที่ 64 แก้วตาดวงใจ
เซี่ยหนิวซานเป็นคนหยาบกระด้างและไม่ได้คิดอะไรมาก
เงินนั่นเดิมทีก็เป็นเงินที่จะให้นางอยู่แล้ว อีกอย่างนางก็เป็นลูกสาวคนโต ซึ่งตอนนี้อายุสิบหกปีแล้ว จะให้ไม่มีเงินติดตัวเลยก็ไม่ได้
แม้เงินห้าพันตำลึงจะมากไปหน่อย แต่นางเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ถ้าเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับบ้างก็คงใช้ได้ไม่นาน
“ได้! เอาไปสิ!” เซี่ยหนิวซานพูดอย่างคนหน้าใหญ่ใจโต
หลูซื่อแค่รู้สึกว่าเนื้อส่วนที่ดีที่สุดของนางกำลังจะถูกขุดเอาไปเสียแล้ว!
เซี่ยหนิวซานเพิ่งกลับมาจากดื่มสุรา หลังจากพูดคุยไปหนึ่งยกก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย “พวกเจ้าสองสามคนนั่งคุยกันไปเถอะ ข้าจะไปพักผ่อนก่อนล่ะ”
ทันทีที่เซี่ยหนิวซานจากไป สีหน้าไม่พอใจของหลูซื่อก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจน
“เฉียวเอ๋อร์ เงินมากขนาดนี้ เจ้าไม่เอาไปจ่ายค่าเล่าเรียน…แล้วคิดจะเอาไปทำอะไรหรือ” หลูซื่อเอ่ยถาม
“ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
“แม่ก็ไม่ได้จะวุ่นวายหรอก เพียงแต่จำนวนนี้มากเกินไป เจ้าก็เห็นว่าตอนนี้บ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร น้องสาวของเจ้าก็ต้องเข้าเรียนด้วย ประหยัดได้ก็ควรประหยัดไว้ก่อน เจ้าว่าไหม” หลูซื่อเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวไม่ได้โกรธเมื่อได้ยินดังนั้น
หลายปีมานี้นางอยู่ในวัดได้พบเห็นน้ำใจมนุษย์มาไม่น้อย และรู้ว่ามนุษย์โลกเห็นแก่ตัวแค่ไหน
“ข้าเรียกท่านว่าท่านแม่เพื่อแสดงความเคารพต่อท่าน แต่มีเรื่องหนึ่งที่ท่านต้องจำไว้ ข้าเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเซี่ย เงินนี้ข้าอาจจะไม่รับไว้ก็ได้ตามความประสงค์ของข้าเอง แต่ไม่อาจให้คนอื่นมาวางแผนแย่งมันไป ท่านเข้าใจใช่ไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ
น้ำเสียงของนางไม่ได้เย็นชาอะไรมากมาย แต่กลับทำให้คนรู้สึกสั่นสะท้านได้
“ใครแย่งเงินของเจ้ากันล่ะ!” หลูซื่อออกอาการโกรธ
“เรื่องบางเรื่องพูดชัดเจนเกินไปก็อาจจะทำให้เสียหน้า หน้าท่านแม่นั้นสูงค่า ประหยัดไว้หน่อยจะดีกว่า” เซี่ยเฉียวพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พอพูดจบนางก็หยิบภาพวาดแล้วหันหลังจากไป
ท่าทีตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้หลูซื่อตอบโต้ไม่ทันอยู่บ้าง
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกับเซี่ยเฉียว เซี่ยเฉียวก็…
ยังถือว่าสุภาพกับนาง…
ตั้งแต่พบกัน นางก็เรียก ‘ท่านแม่’ มาตลอด เวลาไหนที่ควรทำความเคารพก็เคารพ ก่อนหน้านี้ทำหยกของนางหาย จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่ได้ฟ้องเซี่ยหนิวซาน
จู่ๆ ก็ตรงไปตรงมาเสียขนาดนี้ นางจึงตกใจมาก!
หากไม่พูดถึงมโนธรรม และหากครั้งนี้นางไม่ได้พาลูกสาวกลับมาด้วย นางก็คงไม่ปฏิบัติต่อเซี่ยเฉียวอย่างนี้แน่นอน…
หลูซื่ออยู่ในอารมณ์ซับซ้อน นางหันไปมองเผยหว่านเย่ว์ ก็รู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมาอีก
ลูกสาวของนางคนนี้ลำบากมามาก ตอนนี้มาอยู่กับนางกลับต้องมาเห็นคนอื่นคอยเรียกนางว่าท่านแม่ เป็นเรื่องปกติที่นางย่อมจะรู้สึกเศร้าเสียใจ
“เฮ้อ อย่างไรนางก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ คงสอนไม่ได้” หลูซื่อถอนหายใจ จากนั้นก็กุมมือเผยหว่านเย่ว์ไว้ “เจ้าต่างหากที่เป็นแก้วตาดวงใจของแม่!”
เผยหว่านเย่ว์ตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวกลับไปที่เรือนของตนเอง
นางพบว่าในเรือนยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“วันนี้ไม่มีใครมาขุดบ่อน้ำเลยหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
แม่เฒ่าฟังถอนหายใจ “ใช่เจ้าค่ะ วันนี้ข้ารออยู่ที่นี่ทั้งวัน ตกบ่ายก็ยังไม่เห็นมีใครมา พอข้าไปเร่ง พ่อบ้านบอกว่าคนที่ขุดบ่อน้ำได้ลาหยุดพอดีช่วงนี้ ก็เลยต้องรอหน่อย”
“ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ไปเชิญมา” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“สามครั้งแล้วกระมัง” ยายฟังตอบ
“ออกไปสอบถามข้างนอกดูหน่อยว่า พี่ชายใหญ่ของข้าจะกลับมาเมื่อใด ให้เขามาขุดบ่อน้ำให้ข้าที” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
แม่เฒ่าฟังได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร นางรีบพยักหน้ารับคำทันที
บ้านนี้ลำเอียงเกินไปจนทำให้บ่าวรับใช้มองไม่เห็นหัวคุณหนูใหญ่
โชคดีที่อาหารการกินของคุณหนูตระเตรียมกันเองในเรือน มิฉะนั้นแล้วนางคงต้องลำบากเป็นแน่
วันนี้ไม่ใช่วันหยุดของเซี่ยผิงกั่ง ดังนั้นเขาจึงกลับมาบ้านในอีกหนึ่งชั่วยามถัดมา พอเขาเข้าประตูมาก็เห็นแม่เฒ่าฟัง
เซี่ยผิงกั่งจำแม่เฒ่าฟังฟังได้ เขารู้ว่านางเป็นหญิงรับใช้ข้างกายเซี่ยเฉียว
“มาหาข้ามีอะไรหรือ” เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมา เอ่ยปากถามทันที