ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 67 ผีน้อยอย่ามาใกล้ / ตอนที่ 68 ความปรารถนา
ตอนที่ 67 ผีน้อยอย่ามาใกล้ / ตอนที่ 68 ความปรารถนา
ตอนที่ 67 ผีน้อยอย่ามาใกล้
เมื่อพูดถึงนักบวชเฒ่า เซี่ยผิงกั่งมักรู้สึกหวาดหวั่นอยู่เล็กน้อย
ที่พวกเขามอบเซี่ยเฉียวให้ไปอยู่ในความดูแลของโม่หลิงจื่อได้ พวกเขาย่อมรู้ดีว่าโม่หลิงจื่อไม่ใช่พวกเซียนต้มตุ๋นหลอกลวง เรื่องวิชาอาคมนั้นโมหลิงจื่อถือว่ามีระดับอยู่บ้าง
“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์สอนข้ามา ดวงชะตาของท่านพี่โดดเดี่ยวเดียวดาย หากท่านพี่ไม่บวชเป็นพระล่ะก็…อย่างนั้นก็ต้องพยายามมากหน่อย เดี๋ยวข้าจะไปเขียนยันต์หยินหยางห้าธาตุให้ท่านพี่ จะพกติดตัวไว้หรือวางไว้บนหัวนอนก็ได้ จะช่วยปรับสนามพลังหยินหยางธาตุทั้งห้า มีประโยชน์ในระยะยาว”
แน่นอนว่าไม่เพียงแต่จะต้องใช้ยันต์เท่านั้น
นางจะต้องจัดวางผังเจ็ดดาวจื่อเวย[1]ในเรือนของเซี่ยผิงกั่งด้วย
จัดผังต้องใช้ของบางอย่าง ตอนนี้ใช้ยันต์ห้าธาตุซึ่งถือเป็นยันต์คุ้มภัยที่มีอำนาจครอบคลุมไปก่อน
ท่าทีของเซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้ดูรีบร้อนจะแต่งภรรยา ดังนั้นรอให้นางเตรียมของให้พร้อมก่อนแล้วค่อยว่ากัน
เซี่ยผิงกั่งจ้องมองนาง แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น “เจ้าเรียนวิชามาจากโม่หลิงจื่อ?”
“ก็เรียนมานิดหน่อย ไม่มากหรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยตอบเสียงเบาๆ
“นิดเดียวก็เพียงพอแล้ว! แม้เจ้าไม่มีความสามารถอย่างอื่น แต่ความสามารถในการดูโหงวเฮ้งนี้ชำนาญที่สุด เจ้าไม่จำเป็นจะต้องรู้มากถึงเจ็ดแปดส่วนหรอก แค่ได้รับถ่ายทอดมาจากเขาโดยตรงสักสองส่วน ต่อไปก็คงไม่มีทางถูกผู้ชายหลอกลวง” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างตื่นเต้น พอหันไปมองเห็นคนขุดบ่อน้ำข้างๆ ก็ถามขึ้น “เจ้าจะขุดบ่อน้ำตรงตำแหน่งนี้เสียให้ได้ ทำไมหรือ”
ตอนแรกเขานึกว่านังหนูนี่แค่คิดว่าวางบ่อน้ำตรงตำแหน่งนี้น่าจะสะดวกดี
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้ว
นางอาจจะอยากทำตำแหน่งทรัพย์อะไรหรือเปล่า…
“การขุดบ่อน้ำตรงตำแหน่งนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรหรอก” เซี่ยเฉียวบอกตามตรง
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วทันที เขามองเซี่ยเฉียวดื่มชาพลางเอ่ยขึ้นช้าๆ “เพียงแต่บ่อน้ำตรงตำแหน่งเดิมนั้นไม่ดี ไม่ดีต่อความสัมพันธ์พี่น้อง ต่อไปพวกท่านอาจจะมาที่เรือนของข้าเป็นครั้งคราว หากได้รับผลกระทบไปด้วยก็จะไม่ดี”
พอนางพูดประโยคนี้ออกมา สีหน้าของเซี่ยผิงกั่งก็ดูให้ความสนใจมากขึ้นทันที
ไม่ว่าเซี่ยเฉียวจะพูดถูกหรือไม่ แต่ในเมื่อพูดขึ้นมาแล้ว เขาก็ไม่อาจแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินได้
อีกอย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องถือเป็นเรื่องใหญ่ จะทำเป็นขอไปทีไม่ได้
“เจ้าพูดอะไรอ้ำๆ อึ้งๆ ทำให้ข้าร้อนใจจะตายอยู่แล้ว เชื่องช้าอย่างกับหอยทาก ต่อไปใครจะทนเจ้าได้” เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจ “เจ้านี่ก็หัวรั้นนัก เจ้าเป็นนาย หยวนหรงไม่เชื่อฟัง เจ้าก็เรียกข้ามาด่ามันสักยกสิ หากยังไม่ไหวอีกก็บอกท่านพ่อ เรียกข้ามาทำงานให้เจ้าอย่างนี้ คนที่ลำบากไม่ใช่เขาเสียหน่อย!”
เซี่ยเฉียวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะเขา “พี่ใหญ่พูดจาร่าเริง เสียดายที่หาภรรยามาแต่งด้วยไม่ได้”
ด่าหยวนหรง? นางก็เปลืองแรงสิ!
รอให้เซี่ยผิงกั่งออกไปจากเรือนของนางแล้ว เขาก็คงช่วยนางระบายอารมณ์ใส่เอง ทำไมนางต้องลงมือเองด้วยเล่า
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก? ถ้าพูดอีกข้าจะจับเจ้าโยนออกไปจากที่นี่เสีย!” เซี่ยผิงกั่งขู่นาง
หนังตาเซี่ยเฉียวเต้นกระตุกทันที หัวเราะฮ่าๆ เยาะเย้ยเขา
มิน่าถึงต้องโดดเดี่ยว!
สมควรแล้ว!
เซี่ยเฉียวแค่นเสียงก่อนจะเอ่ย “บ่อน้ำนี่ถึงท่านไม่อยากขุดก็ต้องขุด! เดิมทีการขุดบ่อน้ำที่ตำแหน่งนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่ท่านเป็นคนที่มีพลังหยางแรงที่สุด ถ้าท่านมาขุดให้ด้วยตัวเองก็จะแตกต่างออกไป จะดีต่อร่างกายข้า”
“อย่างนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งประหลาดใจเล็กน้อย
ที่เซี่ยเฉียวพูดก็ถูก พี่ใหญ่ของนางผู้นี้อายุตั้งขนาดนี้แล้ว แต่ร่างกายยังเป็นเด็ก พลังหยางย่อมต้องมีมากที่สุด ผีทุกตัวยังต้องหลีกหนีให้ไกล ไม่กล้าเข้าใกล้เขา!
ไม่ใช้เขาแล้วจะใช้ใคร จะให้ใช้ท่านพ่อหรือ
“จะขุดหรือไม่ขุด” เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นน้อยๆ ดูเหมือนจะอารมณ์ขุ่นเคืองนิดหน่อย
เกิดเสียงดังขึ้น เผียะ เซี่ยผิงกั่งดีดกะโหลกนางไปหนึ่งที “ให้ขุดก็ขุดได้อยู่หรอก แต่เจ้าไปเตรียมอาหารให้ข้าหน่อยไป!”
หลังจากลงมือแล้วเซี่ยผิงกั่งก็เริ่มทำต่อไม่ชักช้า
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าโดนดีดหน้าผากจนหูอื้อนิดหน่อย
เซี่ยผิงกั่งที่ตัวใหญ่อย่างกับหมีผู้นี้ต้องมีเรี่ยวแรงมากขนาดไหน
เขาคงจงใจออมแรงไว้บางส่วน แต่สำหรับนางแล้วมันเจ็บไม่น้อยเลย!
หลังจากนั้นไม่นานจึงได้เห็นว่าหน้าผากของเซี่ยเฉียวแดงขึ้นมาเล็กน้อย
พอเซี่ยเฉียวเริ่มโกรธ นางก็ยิ้มอย่างอึมครึม “พี่ใหญ่ วันนี้ท่านเห็นคนตายมาใช่ไหม บนตัวท่านมีกลิ่นซากศพน่ะ”
ตอนที่ 68 ความปรารถนา
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้รอบข้างมีคนอื่นอยู่ด้วย เซี่ยเฉียวคงไม่พูดจาอ้อมค้อมอย่างนี้แน่นอน
สิ่งที่นางต้องการจะพูด ไม่ใช่ว่าบนตัวเซี่ยผิงกั่งมีกลิ่นซากศพหรอก
แต่นางต้องการจะบอกว่ามีวิญญาณเน่าเปื่อยตนหนึ่งติดตามเซี่ยผิงกั่งเข้ามาในเรือนของนาง แค่ไม่กล้าเข้าใกล้ ตอนนี้จึงหยุดนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของประตู และนั่งยองๆ อยู่ตรงนั้น น่าสะอิดสะเอียนมาก
แต่เซี่ยผิงกั่งกลับตกใจจนผงะไป
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” เซี่ยผิงกั่งถามอย่างรวดเร็ว
เขาไม่เหมือนกับพ่อของเขา พ่อเขาเป็นขุนนางขั้นสี่ แต่เขาไม่มีความสามารถอะไร
ก่อนหน้านี้เขาสอบบู๊ได้ลำดับที่ไม่เลว เดิมทีจะได้รับตำแหน่งขุนนางเล็กๆ ขั้นแปดในเมืองหลวง แต่ก่อนหน้านั้นกลับเกิดเรื่องขึ้นกับเขา คนพูดกันว่าเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสม จึงได้พลาดตำแหน่งเล็กๆ นั้นไป
หลังจากโดนเขี่ยออกจากตำแหน่ง วันนี้เขาจึงไปเป็นพนักงานสอบสวนที่ศาลตัดสินคดีความ
พนักงานสอบสวนนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบสวนไม่ก็โบยตี เวลาตามสืบคดีก็ต้องติดตามใต้เท้าเบื้องบนไปสืบสวนสอบสวนด้วยทุกที่
แม้เป็นตำแหน่งที่เขาไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนดุดัน ดังนั้นจึงอยู่ที่ศาลตัดสินคดีความได้ไม่เลวนัก
ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือใหญ่ หากอยู่ในมือเขา เขาก็สามารถสอบสวนได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนวันนี้ ตอนที่เขาออกไปสืบคดีก็พบกับศพหนึ่งเข้าจริงๆ…
เซี่ยผิงกั่งจ้องมองเซี่ยเฉียวไม่วางตาราวกับว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้
“ข้าก็บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าได้กลิ่นน่ะ” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ พลางพูด น้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านพี่ กลิ่นแรงขนาดนี้ คงไม่ได้มีของไม่ดีอะไรตามท่านกลับมาบ้านหรอกนะ ได้ยินมาว่าคนตายคราวนี้โหดเอาเรื่อง พอท่านพี่เข้านอนกลางดึก เขาจะขึ้นเหยียบตัวท่านแล้วบีบคอให้ตายหรือไม่”
“เฮอะ” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาหนึ่งที่ “ข้าเนี่ยนะจะกลัวเขา ตายอนาถขนาดนั้น เน่าเปื่อยอย่างกับโคลนกองหนึ่ง ต่อให้กลายมาเป็นวิญญาณลอยไปลอยมาได้ ก็แค่พวกไร้ประโยชน์!”
“…” เซี่ยเฉียวหนังตากระตุก น้ำเสียงสังเวช “ข้าผิดเอง เข้าใจท่านพี่ผิดไป….ที่โมโหใส่ท่านพี่”
นึกไม่ถึงว่าแค่อยากจะขู่ให้เซี่ยผิงกั่งกลัวสักหน่อย
กลับกลายเป็นว่านางทำอะไรโง่ๆ ลงไปแล้ว!
เซี่ยเฉียวหันไปมองที่ประตูอีกครั้งก็เห็นวิญญาณเน่าเปื่อยตนนั้นขดตัวด้วยความหวาดกลัวมากขึ้น
เซี่ยเฉียวทั้งประหลาดใจและอิจฉา
หากวันใดวันหนึ่งนางสามารถมีพลังหยางได้มากเหมือนพี่ใหญ่จะดีเพียงใดกัน!
แค่เขาพูดประโยคเดียวก็ทำให้วิญญาณร้ายตกใจจนตัวหด ร้ายกาจจริงๆ
ดวงตาเซี่ยเฉียววาววับขึ้นหลายส่วน นางหันศีรษะกลับมา
พวกเขาขุดบ่อน้ำนี่มาได้หนึ่งชั่วยามก็หยุดมือ
เซี่ยเฉียวคำนวณเวลาแล้วก็ให้เซี่ยผิงกั่งกลับมาใหม่พรุ่งนี้เวลาเดิม
ทว่าเซี่ยผิงกั่งไปแล้ว แต่วิญญาณตนนั้นยังไม่ยอมขยับไปไหน
เซี่ยเฉียวไม่ใช่ไม่เคยเห็นวิญญาณมาก่อน นางไม่ได้กลัว แต่วิญญาณตนนี้ค่อนข้างแย่หน่อย ไม่น่ามองอย่างยิ่ง มองมากๆ แล้วนางจะรู้สึกคลื่นไส้
ตามหลักแล้ว รูปร่างของวิญญาณจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาสุดท้ายก่อนตาย แต่ตนนี้…
“เจ้ามองเห็นข้า…” วิญญาณตามมาที่ประตูบ้านของเซี่ยเฉียว
ในบ้านของนางมีของดีอยู่มากมาย วิญญาณตนนี้จึงไม่กล้าเข้ามา
“อยู่ให้ห่างจากบ้านข้าหน่อย กลิ่นแรง” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
ดวงตาที่ขุ่นมัวของวิญญาณตนนั้นเบิกโตขึ้น “ข้ามีความปรารถนาที่ยังทำไม่สำเร็จ หากช่วยข้าทำให้เป็นจริงได้ ข้าก็จะไม่กินเจ้า!”
“เฮอะ” เซี่ยเฉียวยิ้มอ่อนๆ จากนั้นจึง…
นางดึงแส้ด้ามไม้หัวมังกรสีทองที่ดูเหมือนเชือกเส้นหนึ่งมากกว่าออกมาจากในอกเสื้อ เกิดเสียง ฟึ่บ ขึ้นมา
ทันใดนั้นร่างวิญญาณก็ปกคลุมไปด้วยควันตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด
“เพิ่งพบกันครั้งแรกก็ไม่ค่อยรู้ความเอาเสียเลย จะต้องให้เจ็บตัวหน่อยถึงจะรู้จักเชื่อฟัง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียงเบาน้ำเสียงน้อยใจ ต้องให้ลงไม้ลงมือนางก็เหนื่อยนะ ผีพวกนี้จะไม่รู้จักมีมารยาทบ้างเลยหรือ!
“ท่าน ท่านเซียนไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้ามีเงินนะ! ให้ท่านหมดเลยก็ได้!” วิญญาณตนนั้นกลับมีสติอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้รับความเจ็บปวดแล้ว เขาก็รีบกุมศีรษะหมอบลงแล้วตะโกนเสียงดังทันที
เซี่ยเฉียวพยักหน้าเล็กน้อย เอ่ยถามขึ้นช้าๆ “เจ้ามีความปรารถนาอะไร ขอเพียงไม่ใช่การฆ่าคนวางเพลิงก็พอ พูดมาสิ”
——————————–
[1] ผังเจ็ดดาวจื่อเวย การทำนายดวงชะตาโดยใช้ตำแหน่งของดวงดาวในตอนที่เกิด