ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 69 ดูกระดูก / ตอนที่ 70 ไปเรียน
ตอนที่ 69 ดูกระดูก / ตอนที่ 70 ไปเรียน
ตอนที่ 69 ดูกระดูก
เซี่ยเฉียวเก็บแส้น้อยกลับมา นางเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้เพื่อเตรียมตัวฟัง
วิญญาณตนนี้น่าเกลียดมาก เขาเองก็ไม่กล้าลุกขึ้นมาในเวลานี้
“ความปรารถนาของข้า…” วิญญาณน้อยน้ำเสียงคลุมเครือ พอเริ่มเปิดปากพูดเขาก็ชะงักไปอีก
ความปรารถนาของเขาคืออะไรกันนะ
ความจริงเขาเองก็ไม่แน่ใจนัก เพียงแต่เขาตายไปแล้ว ตอนนี้เมื่อได้พบเจอคนที่มองเห็นเขาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาย่อมอยากเติมเต็มความปรารถนาที่ยังไม่บรรลุ!
แต่ความเสียดายของเขามีมากเกินไป!
เขาตายตั้งแต่อายุยังน้อย ซ้ำยังมาตายอนาถอย่างนี้โดยที่ยังไม่ได้แต่งภรรยามีลูก ก่อนหน้านี้ตอนที่เขามีชีวิตอยู่ก็เอาแต่เก็บเงิน แม้แต่อาหารดีๆ ก็ยังไม่เคยได้กิน ยี่สิบกว่าปีมานี้กลับกลายเป็นว่าเสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆ!
พอคิดอย่างนี้ วิญญาณก็น้ำตานองหน้า
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้ร้อนใจ “เจ้าค่อยๆ คิด หากต้องการให้ฝังก็ห้าตำลึง ที่ฮวงจุ้ยดีๆ ก็จะแพงหน่อย เริ่มต้นที่ยี่สิบตำลึงเป็นต้นไป หากต้องการวางค่ายกลกระดาษยันต์ด้วยก็ต้องเพิ่มเงินอีก ค่าของเริ่มต้นที่ห้าสิบตำลึงเป็นต้นไปถึงไม่จำกัด สามารถเลือกรูปแบบได้”
วิญญาณได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นอย่างอึ้งๆ
“แพงขนาดนี้เลย! ค่าของที่ว่า…คืออะไร”
“ของหรือ…” เซี่ยเฉียวค้นของจากตะกร้า ก็เลือกหยิบเอาตุ๊กตาคนที่ทำจากไม้ขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่งออกมา “ก็คือสิ่งนี้ เจ้าชอบแบบไหนก็สามารถแกะสลักออกมาได้อย่างนั้น จะเป็นบ้านหรือคนก็แกะได้หมด เพียงแต่ของพวกนี้เป็นของสั่งทำ ราคาก็จะแพงหน่อย”
ดวงตาของวิญญาณจ้องมองไปที่ตุ๊กตาไม้รูปคนในมือของเซี่ยเฉียว
ตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปหญิงสาวนางหนึ่งที่งดงามราวกับเทพเซียน เสื้อคลุมพลิ้วไหว ใบหน้าดั่งหยก งดงามอย่างยิ่ง!
“ท่าน ท่านจะเผาให้ข้า?” วิญญาณถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“เฮอะ” เซี่ยเฉียวยิ้มอ่อนๆ “ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะจ่ายไหวหรือไม่”
“แบบนี้…ราคาเท่าไร” วิญญาณเอ่ยถาม
“ของสิ่งนี้จะขายให้แต่วิญญาณโสดอย่างเจ้าเท่านั้น ของที่อยู่ในมือข้าตอนนี้…หนึ่งพันตำลึงขาดตัว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ทำไมแพงเช่นนี้!” วิญญาณถึงกับต้องถอนหายใจอีกครั้ง!
ตอนแรกนางยังบอกว่าแค่ไม่กี่ตำลึงไม่กี่สิบตำลึงอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ราคาก็กลายเป็นพันตำลึงไปเสียแล้ว วัสดุไม้นี่ก็ดูธรรมดาออก!
“เฮอะ โหงวเฮ้งแบบเจ้า ตอนยังมีชีวิตอยู่คงทำเรื่องไม่ดีมาไม่น้อยสินะ? ราคาขายของข้าขึ้นอยู่กับคนซื้อ ข้ารู้สึกว่าเจ้าดูไม่ค่อยสบายตาน่ะราคาก็เลยสูงขึ้นหน่อย หากเจ้าไม่พอใจก็แค่ออกไป ข้าทำการค้าจริงจัง ไม่เคยบังคับใครให้ซื้อขายมาก่อน แน่นอนว่าหากเจ้าอยากได้ที่ราคาถูกข้าก็มีเหมือนกัน ตัวละห้าสิบตำลึง แต่เพราะว่ามันดูน่าเกลียด ข้าก็เลยไม่มีของอยู่ในมือ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
วิญญาณที่นางฝังก่อนหน้านี้โหงวเฮ้งดี สีหน้าราศีก็ไม่เลว แม้จะเป็นแค่บ่าวรับใช้แต่ก็ไม่ใช่คนที่ทำความเลวความชั่ว
คนนี้ไม่เหมือนกัน
ร่างวิญญาณเน่าเปื่อยขนาดนี้ เซี่ยเฉียวยังรู้สึกได้ถึงปราณที่สับสนในตัวเขา
ตอนที่ยังมีชีวิตเขาน่าจะทำความชั่วมาไม่น้อย
“ท่าน…” วิญญาณมองนางด้วยความหวาดกลัว
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถูกนางมองเห็นความลับของตัวเองจนทะลุปรุโปร่งอย่างไรอย่างนั้น
“มีอะไร หรือว่าข้าพูดผิดไป” เซี่ยเฉียวยิ้มเยาะ
คนเราต่างก็มีโหงวเฮ้ง ลายมือ กระดูก และปราณ นอกจากนั้น การดูคนต้องดูที่กระดูกก่อน เพราะเนื้อหนังภายนอกไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ภายใน
เพียงแต่มองหน้าผากของเขาซึ่งไม่ได้อิ่มเอิบแปลว่าเขาต้องมีประสบการณ์ชีวิตที่ธรรมดาทั่วไป
เดิมทีกระดูกตรงท้ายทอยมีลักษณะที่ดีอยู่สิบแปดแบบ แต่คนผู้นี้ธรรมดามาก ไม่เข้าลักษณะไหนเลย แปลว่าโชควาสนาไม่เพียงพอ
กระดูกข้างขม่อมแหลมเล็กน้อย เขาประพฤติมิชอบ
กระดูกขมับยุบบุ๋มต้องโดดเดี่ยวลำพัง
กระดูกคิ้วไร้พลัง ไม่เด่นชัด หากร่ำรวยขึ้นมาก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก
แต่โหนกแก้มของเขาถือว่ามีลักษณะที่ดี โหนกสูงโดดเด่น มีลักษณะของคนมีตำแหน่ง กระดูกต้นคอแบนราบมีเนื้อ ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ชีวิต เพียงแต่เมื่อมองรวมๆ กับตรงอื่นแล้วทำให้ลักษณะที่ดีของทั้งสองตำแหน่งนี้ด้อยลงไปเล็กน้อย ดังนั้นแม้ว่าคนคนนี้จะมีตำแหน่งและร่ำรวย แต่ก็อยู่แค่ในกลุ่มคนเล็กๆ เท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นขุนนางผู้ปกครองหรือเศรษฐีใหญ่
อย่าแม้แต่จะคิด
ท่าทีของเซี่ยเฉียวเย็นชา ยิ่งดูลึกลับคาดเดาไม่ได้มากขึ้นไปทุกที
ตอนที่ 70 ไปเรียน
วิญญาณตนนี้รู้สึกกระสับกระส่ายยิ่งขึ้น เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวเซี่ยเฉียวมากขึ้นอีกเล็กน้อย
“ข้า…ตอนนี้ยังไม่ซื้อของก่อนดีกว่า แต่ข้าอยากขอร้องท่านเรื่องหนึ่ง…” วิญญาณลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ”ข้า ข้าคิดจะตามหาหญิงนางหนึ่ง…แม้ข้าจะเคยพบเจอมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ข้าก็ยังงุนงงอยู่”
“ผู้หญิงคนไหน” เซี่ยเฉียวถามรายละเอียด
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ก่อนข้าจะตายได้พบกับหญิงผู้หนึ่ง แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แค่รู้ว่านางค่อนข้างมีเสน่ห์…ข้ารู้สึกได้ว่านางเกลียดข้ามาก เกลียดถึงขั้นที่อยากจะกำจัดข้าไปให้พ้นโดยเร็วแบบนั้น” วิญญาณเอ่ย
เขาตายได้อย่างไรกันแน่ แม้แต่ตัวเองก็ยังจำได้ไม่ชัด สับสนเลอะเลือนไปหมด
แต่เขารู้ว่าการตายของตนเกี่ยวข้องกับหญิงผู้นี้
เซี่ยเฉียวตัดสินใจว่าจะถามพี่ใหญ่พรุ่งนี้
กรมอาญามีหน้าที่ทบทวนคดีทั้งหมด ซึ่งนอกจากการทบทวนคดีแล้ว ก็ยังมีหน้าที่ต้องตรวจสอบคดีที่น่าสงสัยหรือคดีสำคัญอื่นๆ อีกด้วย
พี่ใหญ่จะต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิญญาณตนนี้
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอีกเรื่องที่แปลกมาก
รูปลักษณ์ของวิญญาณตนนี้เน่าเฟะขนาดนี้ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นวิญญาณหลังจากที่เน่าเปื่อยมาแล้วเป็นเวลานาน ซึ่งผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยเฉียวหยิบกระดาษและพู่กันออกมา ปล่อยให้วิญญาณตนนี้บรรยายไป แล้วนางก็วาดรูปโฉมลักษณะเด่นของหญิงผู้นั้นออกมา
พอเสร็จเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว เซี่ยเฉียวก็ไปหาภาชนะมาเก็บวิญญาณไว้ในนั้น
วิญญาณบางตัวมีพลังหยางเต็มเปี่ยมก็จะเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกนานหน่อย หากในใจเต็มไปด้วยความแค้นเคืองก็จะอยู่นานขึ้น ส่วนวิญญาณตนนี้แม้จะไม่รู้ว่าตนเองตายได้อย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากนักเกี่ยวกับความตาย จะมีก็แต่ความสงสัยเท่านั้น
ตอนนี้เป็นวิญญาณลอยไปลอยมาได้ แต่ผ่านไปอีกไม่นานก็จะสลายหายไปแล้ว
ก่อนที่จะได้รับเงินกักเขาไว้ก่อนจะดีกว่า
วันถัดมาเป็นวันที่เซี่ยเฉียวจะต้องไปเล่าเรียน
นางไปเบิกเงินที่ห้องบัญชีตั้งแต่เช้าตรู่
หลูซื่อก็อยู่ด้วย
เมื่อหลูซื่อเห็นนางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เมื่อวานเจ้าพูดอะไรกับพี่ใหญ่ของเจ้าหรือ พ่อบ้านถึงโดนโบยยกใหญ่ นี่ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะต้องนอนพักบนเตียงไปอีกกี่วัน หลายสิ่งหลายอย่างในบ้านนี้ต้องพึ่งพาเขานะ!”
“ท่านแม่ควรจะถามว่าหยวนหรงทำเรื่องอะไรผิดต่างหาก หากเขาทำเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้ก็ควรจะไล่เขาออกจากบ้านไปโดยไม่ปรานี นี่ควรเป็นคำพูดที่ท่านแม่ควรจะพูด หรือจะต้องให้ข้าสอน?” เซี่ยเฉียวมองตั๋วเงินในมือ นางพูดมากขึ้นเล็กน้อย
หลูซื่ออึ้งงันไป
ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น…
“หยวนหรงติดตามท่านพ่อเจ้ามานาน แม้เขาจะไม่มีความชอบ แต่ก็ทำงานหนัก…” น้ำเสียงหลูซื่อเบาลงอยู่บ้าง
“ติดตามมานานขนาดนี้แต่กลับทำได้แค่งานหนัก ก็เห็นได้ว่าคนคนนี้ไร้ประโยชน์” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ ก่อนจะประทับลายนิ้วมือลงบนบัญชี
แม้จะเป็นเงินจำนวนมากแต่นางก็ไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือย
นางยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆ หากจะให้นางอาศัยเงินทำบุญที่ได้จากวิญญาณที่บังเอิญพบเจอเป็นครั้งคราวนั้นคงไม่เพียงพอ ดังนั้นนางจึงเตรียมตัวที่จะเปิดร้านค้าของตนเอง
ในฐานะลูกสาวของตระกูลเซี่ย หากให้นางออกหน้าออกตาเดินไปทั่วเมืองก็คงเป็นไปไม่ได้
แต่หากมีหน้าร้านบังหน้า นางจะทำอะไรก็ง่ายขึ้นมาก
หลูซื่ออ้าปาก ก่อนจะคิดได้ว่านางไม่ควรพูดอะไรไม่เข้าหูต่อไปด้วยเรื่องพ่อบ้านคนเดียว จึงได้แต่อดทนไว้ด้วยสีหน้าเย็นชา
นางมองเซี่ยเฉียวเดินออกจากประตูไปพร้อมเงินอย่างมีความสุข
นั่นมันห้าพันตำลึงเชียวนะ!
ครอบครัวกำลังดิ้นรน นางยังไม่รู้จักช่วยประหยัดเงินบ้าง!
ทว่าเผยหว่านเย่ว์กลับแย้มยิ้ม
ตอนนี้นางหวังว่าเซี่ยเฉียวจะไปสำนักศึกษาหลวงได้อย่างราบรื่น เมื่อนางตั้งหลักได้อย่างมั่นคงแล้ว หากนางถูกเปิดโปงว่าภาพวาดที่นางมอบให้เป็นของปลอม ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณธรรม นางจะไม่ถูกไล่ออกได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวเพิ่งนำเงินห้าพันตำลึงหายลับไป หลู่ซื่อก็นำเงินออกมาอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็พาเผยหว่านเย่ว์ไปกู่หลัน
กู่หลันก็เป็นที่ที่มีชื่อเสียงเช่นกัน
เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างจากสำนักศึกษาหลวงก็คือ กู่หลันจะเน้นสอนผู้ชายเป็นหลัก และค่อนข้างผ่อนปรนกับนักเรียนหญิง