ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 91 กระบี่วิญญูชน / ตอนที่ 92 คาถาเก้าตัว
ตอนที่ 91 กระบี่วิญญูชน / ตอนที่ 92 คาถาเก้าตัว
ตอนที่ 91 กระบี่วิญญูชน
เด็กสาวของเรือนคงกู่เพิ่งจะเรียนเพลงกระบี่ชมจันทร์นี้มาได้ไม่นาน ดังนั้นแม้ว่าการแสดงของซย่าหย่าอวิ๋นจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังสามารถจัดอยู่ในอับดับต้นๆ ได้ แม้แต่พวกอาจารย์ก็ยังพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
หลังจากการแสดงของซย่าหย่าอวิ๋น พวกอาจารย์ก็ให้คะแนน
การประเมินนี้แบ่งเป็นสามระดับเก้าขั้น
ระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง ทั้งหมดสามระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะแบ่งย่อยไปอีกสามขั้น ด้วยวิธีนี้เก้าขั้นก็จะเป็น ระดับบนขั้นสูง ระดับบนขั้นกลาง ระดับบนขั้นต่ำ ระดับกลางขั้นสูง ระดับกลางขั้นกลาง ระดับกลางขั้นต่ำ ระดับล่างขั้นสูง ระดับล่างขั้นกลาง และระดับล่างขั้นต่ำ ทั้งหมดเก้าขั้น
ประเมินคะแนนโดยคณาจารย์ซึ่งปกติแล้วจะไม่ได้ให้คะแนนแตกต่างกันมากนัก
ถ้าหากขัดแย้งกันจริงๆ ก็ให้เลือกคะแนนระหว่างกลางนั้น
เนื่องจากอาจารย์ได้แจ้งให้ทุกท่านทราบแล้วว่าพวกนางเรียนเพลงกระบี่มาเพียงไม่นาน ดังนั้นจึงพอจะอะลุ้มอล่วยอยู่บ้าง
เซี่ยเฉียวกำลังครุ่นคิดว่าการแสดงของซย่าหย่าอวิ๋นนี้ แม้ว่าจะไม่ถึงระดับบน แต่ก็เป็นระดับกลางขั้นสูง
“เซี่ยเฉียว อย่างมากเจ้าก็ได้แค่ระดับล่าง!” หลังจากที่ลงมาจากด้านบนแล้ว ซย่าหย่าอวิ๋นก็ตรงดิ่งมาหาเซี่ยเฉียวแล้วเอ่ยเบาๆ กับนาง
เซี่ยเฉียวไม่ได้เอ่ยอะไร แต่นางกลับได้ยินเสียงถามดังขึ้นมาจากตรงตำแหน่งที่อาจารย์นั่งอยู่ “ทำไมต้องกระซิบกระซาบ”
ซย่าหย่าอวิ๋นทรุดตัวลงทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น
ดวงตาจ้าวเสวียนจิ่งเฉียบคมกว้างไกล “อาจารย์ก็อยู่ที่นี่ด้วย เจ้าพูดอะไรลับๆ ล่อๆ”
เมื่อได้ยินรัชทายาทตรัสเช่นนั้น พวกอาจารย์ก็หนังตาเต้นกระตุกทันที
รัชทายาทก็ยังเป็นรัชทายาทคนเดิม
เด็กสาวรวมตัวกันยากที่จะไม่ให้กำลังใจกันและกัน จะพูดคุยกันบ้างสักสองสามคำก็ไม่เป็นไรนี่?
“นางบอกว่าข้าก็แค่ระดับล่าง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
สีหน้าซย่าหย่าอวิ๋นเปลี่ยนไปในทันที นางรีบเอ่ยอย่างลนลาน “ข้า ข้าแค่จะบอกนางว่าเพลงกระบี่นี้ไม่ใช่จะเรียนรู้กันได้ภายในวันเดียว นางเพิ่งจะได้เห็นแค่ไม่กี่ครั้งในวันนี้ คงทำการทดสอบได้ไม่ดีแน่ อาจจะได้แค่ระดับล่าง…”
“ข้าเห็นเหมือนว่าเจ้าจะพูดเพียงไม่กี่คำเท่านั้นนะ หน้าตาดุดัน ไม่ได้เหมือนมีเจตนาดี” ดวงตาจ้าวเสวียนจิ่งล้ำลึก เขาพูดขึ้นอย่างเย็นชาด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
ซย่าหย่าอวิ๋นตัวสั่นสะท้าน
เด็กสาวหลายคนมองนางอย่างเห็นอกเห็นใจ
หากเป็นองค์ชายสี่ แม้ว่าเขาจะพบว่านางพูดอะไรไม่เหมาะสมก็จะไม่ถามซึ่งหน้าอย่างนี้
แต่นี่บังเอิญเป็นองค์รัชทายาท…
หย่าอวิ๋นโชคร้ายจริงๆ
“ฝ่าบาท แม่นางผู้นี้ยังเด็กและชอบแข่งขัน นางพูดอะไรผิดไป หวังว่าฝ่าบาทจะประทานอภัยให้นางด้วย” ท่านอาจารย์กราบทูลทันที
ในสำนักศึกษานี้ไม่ต้องคุกเข่า อาจารย์แค่โค้งตัวและประสานมือเคารพ ซึ่งดูแล้วเต็มไปด้วยความจริงใจ
“คำพูดของนางไม่ได้พูดกับข้า ยกโทษให้หรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า แต่ข้าไม่พอใจที่นางปกปิดและกล่าวคำโกหก เมื่อสักครู่นางได้ระดับไหนหรือ”
“ระดับบนขั้นสูง“ ท่านอาจารย์มองคะแนนที่อาจารย์ท่านอื่นประเมินแล้วจึงกราบทูล
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว นางนึกไม่ถึงว่าการประเมินของพวกอาจารย์จะไม่เข้มงวดถึงขนาดนี้
อย่างนี้ยังได้ระดับบน?
“กระบี่นั้นคู่ควรกับวิญญูชน พฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าบกพร่อง คะแนนนี้ควรจะต้องได้รับการแก้ไข” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวพยักหน้าช้าๆ พูดได้ไม่เลว
กระบี่เป็นนายของทหารนับร้อย ต้องมีท่าทางอันสง่างาม ซย่าหย่าอวิ๋น…ในด้านนี้ของนางไม่ไหวจริงๆ
ในเวลานี้ดวงตาของซย่าหย่าอวิ๋นแดงขึ้น
นางไม่กล้าโต้เถียงหักล้างคำพูดของรัชทายาท ฮ่องเต้ทรงตามพระทัยรัชทายาท และรัชทายาทก็ชอบรังแกผู้อื่นเสมอ ต่อให้สิ่งที่รัชทายาทพูดจะลดเลี้ยวไม่ถูกต้อง แต่ผลลัพธ์ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
พวกอาจารย์พากันถอนหายใจ หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเซี่ยเฉียว “แม่นางท่านนี้ เจ้าคิดว่าควรลดคะแนนของแม่นางซย่าผู้นี้หรือไม่”
หากแค่ลดระดับคะแนนก็ไม่เป็นไรหรอก
แต่ทุกครั้งระดับคะแนนจะถูกบันทึกไว้ และเวลาที่จดบันทึกจะต้องบันทึกเรื่องที่ซย่าหย่าอวิ๋นพูดจายั่วยุเป็นการส่วนตัวลงไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังถูกรัชทายาทเรียกออกมาต่อหน้าทุกคน ชื่อเสียงของนางอาจเลวร้ายไปชั่วขณะหนึ่ง
ตอนที่ 92 คาถาเก้าตัว
เซี่ยเฉียวถูกผู้คนจ้องมองก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด
“การประเมินไม่ใช่หน้าที่ของข้า ควรจะลดคะแนนหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้าที่เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งจะชี้แนะได้ ท่านอาจารย์ทั้งหลายพิจารณาด้วยตัวเองก็แล้วกันเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบๆ
คิดจะโยนเผือกร้อนมาให้ข้าหรือ
ทำไม่ได้หรอก
หากนางพยักหน้าบอกให้ลดคะแนน ต่อไปเมื่อคนข้างนอกพูดกันถึงเรื่องนี้ ก็จะกลายเป็นว่านางยืมมือผู้มีอำนาจมากลั่นแกล้งรังแกซย่าหย่าอวิ๋น
แต่ถ้าหากนางบอกว่าไม่ นั่นก็เท่ากับนางไม่ไว้หน้ารัชทายาท
นางไม่ได้โง่นะ ไม้นี้นางไม่รับหรอก
เซี่ยเฉียวพูดจบก็ปรับลมหายใจของตัวเอง จากนั้นก็จิบน้ำชาทีละน้อย
ท่าทางราวกับนางกำลังระงับความตกอกตกใจหลังจากที่ถูกทำให้ตกใจเช่นนั้น
“ฝ่าบาททรงคิดว่านางควรได้คะแนนระดับไหนหรือเพคะ“ ท่านอาจารย์จู้ผู้สอนวิชากระบี่ให้เซี่ยเฉียวทูลถาม
“เลือกคะแนนที่ต่ำที่สุดในนั้นมา แล้วลดคะแนนลงไปอีกหนึ่งขั้นก็พอแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งพูดด้วยอารมณ์สงบท่าทางสบายๆ
ท่านอาจารย์จู้นำคะแนนของอาจารย์ทุกท่านมาดูอีกครั้ง
คะแนนที่สูงที่สุดอยู่ที่ระดับบนขั้นกลาง ส่วนที่ต่ำที่สุดคือระดับกลางขั้นกลาง ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก
อย่างไรก็ตามท่านอาจารย์ที่ให้คะแนนระดับกลางขั้นกลางก็ขึ้นชื่อว่าค่อนข้างเข้มงวด เขาคงไม่ได้พิจารณาว่าเด็กสาวพวกนี้เพิ่งจะเรียนเพลงกระบี่ชมจันทร์มาได้ไม่นาน จึงให้คะแนนตามระดับความสามารถจริงๆ
หากลดคะแนนลงหนึ่งขั้นก็จะเป็นระดับกลางขั้นต่ำ
คะแนนนี้ยิ่งแย่ลงไปอีกเล็กน้อย
แต่นังหนูนี้ไม่รู้ความ รัชทายาทยังอยู่ที่นี่ด้วย แต่นางกลับกระซิบกระซาบอย่างเสียมารยาท นางถูกลงโทษก็สมควรแล้ว
อาจารย์จู้แก้ไขคะแนนของนาง
แล้วจึงเรียกคนต่อไปเข้าทดสอบ
ในเมื่อมีบทเรียนให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว พวกเด็กสาวจึงนิ่งเงียบและประหม่ามากขึ้น ทุกสีหน้าและการกระทำพยายามทำเต็มที่เพื่อให้ได้ตามข้อกำหนด
ทันใดนั้นการแสดงของพวกนางก็ดีขึ้นอีกระดับจริงๆ
“คนต่อไป เซี่ยเฉียว” อาจารย์จู้เอ่ยขึ้น ราวกับนางกลัวว่าอาจารย์ท่านอื่นจะลำเอียงโดยพิจารณาจากนักเรียนที่แสดงได้เยี่ยมยอดก่อนหน้านี้จึงเอ่ยเสริม “แม่นางเซี่ยเพิ่งจะมาเรียนที่สำนักศึกษา เพลงกระบี่ชมจันทร์นี้นางเพิ่งจะได้ดูไปไม่กี่รอบ”
จ้าวเสวียนจิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร
สีหน้าท่าทางของเขาราวกับไม่รู้จักเซี่ยเฉียวมาก่อน
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืนช้าๆ นางจัดเสื้อผ้าก่อนจะเดินขึ้นไปอย่างไม่รีบร้อน
แม้นางจะไม่ได้อ่อนแออย่างกับใบหลิวลู่ลมเช่นนั้น แต่แค่มองแวบแรกก็รู้ได้ว่าร่างกายของเด็กคนนี้ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พวกอาจารย์ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ดูข้อมือเล็กๆ นั่นสิ จะกวัดแกว่งกระบี่ได้หรือ
อย่าทำให้ตัวเองหักไปเสียก่อนนะ
เซี่ยเฉียวยกกระบี่ขึ้นมา
ปลุกพลัง
นางสวมชุดเครื่องแบบของสำนักศึกษา เข็มขัดรอบเอวของนางส่องแสงระยิบระยับ
ทันใดนั้น ในมือถือดาวหกแฉก ใต้เท้าเหยียบรอยเท้าเซียน
กระบี่ดุจดั่งมังกรเหินที่ฉวัดเฉวียนไปมาในมือของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างของนางลอยมาตามลม ท่วงท่าพริ้วไหว รูปแบบไม่ธรรมดา ในชั่วพริบตาราวกับได้เห็นสายลมเย็นจันทร์กระจ่างที่สง่างามและสดชื่น ประณีตถึงขีดสุด
แต่ที่คนอื่นไม่รู้คือ เซี่ยเฉียวท่องมนต์อยู่ในใจตลอดเวลา…
“ทหารนักสู้ในแนวรบ เดินหน้าวางค่ายกล…”
คาถาเก้าตัว[1]
ท้ายที่สุด…
จัดการ!
นางเกือบจะส่งเสียงร้องออกมาแล้ว
สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง ท่ามกลางสายตาตกตะลึง นางเก็บพลัง
แล้วพ่นลมหายใจออกมา
เหนื่อย
นางโค้งคำนับพวกอาจารย์ด้วยอาการวิงเวียน จากนั้นก็เดินลงไปอย่างมึนงง และรีบนั่งลงยังที่ของนาง
รอบกายสงบเงียบอย่างยิ่ง
ซย่าหย่าอวิ๋นมองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไร! เพลงกระบี่ชมจันทร์ร่วมกันคิดค้นขึ้นโดยอาจารย์หลายคนในช่วงสามเดือนมานี้ เมื่อคิดค้นเสร็จแล้วก็ให้ที่เรือนหมู่ตันได้เรียนก่อน เพิ่งนำออกมาแสดงครั้งสุดท้ายที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน
หลังจากนั้นเพลงกระบี่ชมจันทร์นี้ก็โด่งดังในสำนักศึกษา
แม้คิดจะเรียน แต่ในเวลาไม่กี่วันย่อมทำไม่ได้แน่?!
แต่นางร่ายรำได้…
แม้แต่ซย่าหย่าอวิ๋นก็ยังต้องยอมรับว่าเซี่ยเฉียวร่ายรำได้ดีกว่านาง กระบี่ในมือนางทรงพลังมาก มีบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากต้นฉบับ แต่นางเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีอาการสะดุดแม้แต่น้อย การเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่นธรรมชาติ นางร่ายรำได้ไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์เลย!
——————–
[1] คาถาเก้าตัว คาถาป้องกันร่างกายของลัทธิเต๋า