ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 95 อายุสั้น / ตอนที่ 96 ได้มาเยอะเลย
ตอนที่ 95 อายุสั้น / ตอนที่ 96 ได้มาเยอะเลย
ตอนที่ 95 อายุสั้น
อาจารย์จู้ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นความจริง
ก็นังหนูคนนี้ตอนที่ร่ายรำเพลงกระบี่เมื่อสักครู่เต็มไปด้วยพลังขนาดนั้น เขาไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติเลยนี่!
หลังจากที่นางหยุดลง จู่ๆ ก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ร่างของนางเหมือนจะกลวงไปหมดเสียอย่างนั้น
อาจารย์หลี่ว์ถอนหายใจ
หญิงสาวคนนี้…มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ในชั้นเรียนสองวันมานี้นางตั้งใจเรียนอย่างยิ่ง จากที่เขาได้สัมผัสนางมาก็เห็นว่าหญิงสาวจดจำทุกอย่างที่เขาพูด นางมีความตั้งใจและรู้ความถึงขนาดนี้ หากเป็นผู้ชายแล้วไปสอบจอหงวน ไม่ช้าก็เร็วจะต้องสอบติดแน่ๆ!
นึกไม่ถึงเลยว่าร่างกายนางจะย่ำแย่ขนาดนี้
นอกจากนี้ยังมีเด็กสาวอีกสองคนตามมาในเรือนคงกู่ด้วย
เวลานี้นางได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจนไม่มีตกหล่น
ต่างก็ตกใจกันหมด
ช่างน่าสงสารเกินไปแล้ว!
นางเป็นลูกสาวที่ท่านแม่ทัพไม่ได้รักใคร่ ต้องเติบโตมาข้างนอกก็ช่างเถอะ แต่นี่นางกลับมีสุขภาพร่างกายย่ำแย่ ต้องตายในไม่ช้าก็เร็ว?!
เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเคยพูดรุนแรงกระทั่งรังเกียจเดียดฉันท์แม่นางเซี่ยมาก่อน จู่ๆ พวกนางก็รู้สึกผิดอย่างที่สุด!
พวกนางทำเรื่องเลวร้ายเกินไปแล้วหรือไม่
ขณะที่เซี่ยเฉียวลืมตาขึ้นนางก็พบว่ามีหลายคนกำลังมองนางอยู่
สีหน้าแปลกประหลาด
“แม่นางเซี่ย…” ฟังมู่เสวี่ยร้อนตัว “ข้าขอโทษ!”
“…” อะไรนะ
เซี่ยเฉียวมึนงง
เมื่อครู่ไม่ใช่ว่านางทนไม่ไหวจนหมดสติล้มลงไปเองหรอกหรือ หรือว่าถูกคนอื่นทุบเข้า
เหตุใดคนคนนี้ต้องขอโทษนางด้วย
เซี่ยเฉียวมองนางอย่างงๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“อ่อ” นางตอบรับเสียงเบา
ฟังมู่เสวี่ยรู้สึกผิดอย่างมาก “แม่นางเซี่ย หากเจ้าโทษพวกข้าก็สมควรแล้ว จริงๆ แล้ว..พวกเราไม่รู้ว่าเจ้ามีร่างกายที่แย่ขนาดนี้ หากรู้มาก่อน พวกเราก็คงไม่…พูดกับเจ้าแบบนั้นแล้ว”
เซี่ยเฉียวเข้าใจแล้ว
ที่แท้เป็นเพราะสุขภาพของตนไม่ดีจึงทำให้พวกนางเกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
ใช้ความอ่อนแอเป็นเหตุผลได้ด้วยหรือ
เซี่ยเฉียวพยักหน้า ก่อนจะพูดอย่างเฉยเมย “พูดก็พูดไปแล้ว ตอนนี้จะมาพูดเรื่องพวกนี้ก็ไม่มีประโยชน์”
ฟังมู่เสวี่ยและเด็กสาวอีกนางหนึ่งอึ้งไปเล็กน้อย
“เซี่ยเฉียว ร่างกายเจ้าไม่ดีอย่างนี้ งั้นวิชากระบี่ต่อไปก็ไม่ต้องเข้าเรียนแล้ว ไม่เพียงแต่วิชากระบี่ วิชายุทธ์อื่นๆ ก็ไม่ต้องเรียนหรอก!” อาจารย์หลี่ว์เอ่ยขึ้น
“ท่านอาจารย์ เวลาเรียนครั้งหน้าข้าแค่ดูจะได้ไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
อาจเพราะชาตินี้ร่างกายของนางย่ำแย่มาก ดังนั้นทุกๆ วันที่นางมีชีวิตอยู่จึงรู้สึกว่าเป็นกำไรแล้ว
ตอนที่อยู่ในวัด ถึงแม้ร่างกายจะทรมานแค่ไหน แต่ก็ไม่มีวันไหนที่นางจะอยู่ว่างๆ
เวลาที่นางสามารถขยับเคลื่อนไหวได้นางก็จะฝึกท่าเก็บวิญญาณของลัทธิเต๋า ลองทำสักสองครั้งก็ได้ผลอยู่บ้าง ส่วนตอนที่ขยับไม่ไหวนางก็จะอ่านหนังสือ
หากตอนที่นางใช้สมองแล้วรู้สึกสบาย นางก็จะใช้มือทำอะไรสักอย่างแทน
การที่นางทำให้ตัวเองยุ่งอยู่อย่างนี้วันแล้ววันเล่าปีแล้วปีเล่าจึงทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
นางไม่อยากนอนรอความตายอยู่บนเตียง
ยิ่งไปกว่านั้นอาการป่วยของนางก็ไม่เหมือนคนอื่น
ที่สำนักศึกษาทำให้จิตวิญญาณและพลังชีวิตของนางไม่เลวเลย
วิชากระบี่สง่างามน่าดูชม ซึ่งนางเองก็อยากเรียน ในเมื่อร่างกายไม่อำนวยให้ฝึกซ้อมมากเกินไป นางก็ใช้สมองจดจำเอาก็ได้ พอร่างกายดีขึ้นมาเมื่อไหร่นางค่อยกวัดแกว่งกระบี่สักทีสองที
แต่เมื่อพวกฟังมู่เสวี่ยได้ยินคำพูดเหล่านี้ของเซี่ยเฉียวกลับเข้าใจไปอีกอย่าง
“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องหาถั่วเงินหรอก มันไม่ดีกับร่างกายของเจ้า เรื่องเงินบริจาคพวกเราจะคิดหาวิธีช่วยเอง…” ฟังมู่เสวี่ยพูดด้วยความเมตตา
เซี่ยเฉียวมองนางด้วยความประหลาดใจ “แม่นางฟัง ความโกรธและความเมตตาของพวกเจ้าราคาถูกขนาดนี้เลยหรือ”
ฟังมู่เสวี่ยชะงักไปทั้งร่าง
เซี่ยเฉียวไม่ได้โกรธ แต่นางรู้สึกขบขัน
คำพูดดีร้ายพวกนี้ล้วนขึ้นอยู่กับพวกนางว่าจะพูดอย่างไรหรือ แล้วข้าล่ะ? เป็นแกะที่จะถูกเชือดหรือว่าปลาบนเขียงเท่านั้นหรือ?
ตอนที่ 96 ได้มาเยอะเลย
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่า พวกเด็กสาวมักมีความคิดเรียบง่าย และแสดงออกอย่างที่ตัวเองรู้สึกโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
ไม่เหมือนนางที่ใช้ชีวิตเหมือนคนแก่ชรา ค่อนข้างไร้อารมณ์อยู่บ้าง
แต่นางกลับคร้านที่จะแสร้งยิ้มอ่อนโยนออกมา แล้วบอกพวกนางว่าไม่เป็นไรด้วยหน้าตายิ้มแย้ม…
ฝืนใจไม่ไหว
พวกฟังมู่เสวี่ยอับอายเล็กน้อย
สีหน้าอึดอัดทำตัวไม่ถูก
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้ปลอบใจ นางขี้เกียจ
อาจารย์หลี่ว์ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นท่าทีกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ของนาง “ในเมื่อเป็นอย่างนั้น กลับไปข้าจะไปพูดกับอาจารย์ท่านอื่นสักหน่อยว่า เวลาที่เจ้าเข้าเรียนให้คำนึงถึงร่างกายเป็นสำคัญ ทำเท่าที่จะทำได้ก็พอ”
“ขอบคุณท่านอาจารย์” เซี่ยเฉียวเอ่ย
นางเป็นลมหมดสติไปครู่หนึ่งกลับรู้สึกว่าศีรษะโล่งขึ้นมาก
ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอย่างเมื่อสักครู่แล้ว
“จริงสิ เจ้าได้ที่หนึ่ง ตามหลักแล้วก็ควรจะไปขอบพระทัยฝ่าบาทเรื่องของหยกที่ได้ประทานให้เสียหน่อย อีกเดี๋ยวพอพักจนดีขึ้นแล้วก็อย่าลืมเสียล่ะ” อาจารย์จู้เอ่ยเสริม
“พระองค์อยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ” เซี่ยเฉียวงุนงง
“ฝ่าบาททรงมีที่ประทับส่วนพระองค์อยู่ในสำนักศึกษา ตรงตำแหน่งสุดทิศตะวันออก แค่เดินผ่านป่าไผ่ก็ถึงแล้ว” อาจารย์จู้ตอบนาง
ป่าไผ่?
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
พื้นฐานร่างกายของรัชทายาทมีความพิเศษอยู่บ้าง สายเลือดฮ่องเต้ เช่นเขามักมีปราณมังกรมาก ทั้งยังเป็นถึงรัชทายาท ปราณของมังกรน่าจะค่อนข้างแข็งแรง แต่เขากลับดึงดูดวิญญาณอย่างยิ่ง ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
เมื่อมาคิดๆ ดู หากไม่ใช่เพราะปราณมังกรปกป้องเขาอยู่ คนคนนี้คงได้รับผลกระทบจากวิญญาณและเสียชีวิตไปนานแล้ว
พื้นฐานร่างกายแบบนี้กลับอยู่ใกล้ต้นไผ่ นั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย
ต้นไม้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการดูดซับน้ำ ซึ่งมีลักษณะของหยางมากมาย ต้นไผ่นี้…
ลำต้นเป็นโพรง ไม่ชอบแสงแดด ดังนั้นจึงเหมือนต้นไหวซู่[1] ซึ่งมีลักษณะความเป็นหยางสูงไม่เหมาะกับรัชทายาทองค์นี้เลย
เซี่ยเฉียวไม่เคยเห็นป่าไผ่นั่น นางจึงไม่สามารถพูดอะไรมากได้
หมอหลวงจับชีพจรให้นาง เมื่อเห็นว่าชีพจรของนางดีขึ้นมากแล้ว เขาจึงถามนางว่าต้องการใบสั่งยาหรือไม่
ร่างกายของนางสามารถอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้จะต้องมียาที่นางใช้มาตลอด หมอหลวงรู้ดีจึงไม่กล้าสั่งยาใหม่ให้นางโดยพลการ เพราะกลัวว่าจะขัดกับยาที่นางใช้อยู่ก่อนแล้ว
ยาในสำนักศึกษานี้จะต้องใช้ถั่วเงิน
และสามารถลงบัญชีไว้ก่อนได้
เซี่ยเฉียวส่ายหน้าปฏิเสธ
จากนั้นนางก็นึกถึงเงินรางวัลของตนเอง “ถั่วเงินของข้าล่ะ”
อาจารย์จู้ส่งของให้นางอย่างจนใจ
เครื่องประดับศีรษะเป็นทองคำฝังประดับหยก มีหวีสับสามอัน ปิ่นปักผมหนึ่งคู่ เครื่องประดับหน้าผากสองชิ้น ดูมีราคามากมาย
เพียงแต่ในสำนักศึกษาไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องประดับที่หรูหราเกินไป และแม้แต่เสื้อผ้าก็ต้องเป็นแบบมาตรฐาน
นางสามารถนำของพวกนี้กลับไปขายได้
เซี่ยเฉียวรับมาอย่างยินดี
เซี่ยเฉียวประคองจานถั่วเงินค่อยๆ นับจำนวน แล้วก็พบว่ามีตั้งหกสิบเมล็ด!
ได้มาเยอะเลย
เซี่ยเฉียวพอใจมาก นางเก็บถั่วเงินลงในกระเป๋าเงินใบเล็กๆ เช่นนี้นางจะได้ไม่ต้องกังวลใจว่าจะไม่มีเงินจ่ายคืนเงินกู้ดอกเบี้ยสูงของน้องสาวนางแล้ว
จากนั้นก็เป็นหยกขาวชิ้นนั้น
นางกำไว้ในมือก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น นับเป็นหยกคุณภาพดี หากนางพกติดตัวตลอดจะต้องส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน
เซี่ยเฉียวจ้องมองหยกชิ้นนี้ ในหัวก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย
กราบอาจารย์?
นางไม่ต้องการ
สำนักศึกษามีวิชาให้เรียนมากมาย เท่านี้นางก็เรียนรู้ไม่หมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาชี้แนะเรื่องไหนเป็นพิเศษ อีกอย่างปรมาจารย์เหล่านี้มักจะไม่ชอบให้ลูกศิษย์ศึกษาเรื่องนอกรีต หากเขารู้ว่านางมีความสนใจหลากหลาย เกรงว่านางจะถูกอบรมน่ะสิ
เอาไปแลกกับสมบัติล้ำค่าควรเมือง?
อาจจะเป็นไปได้
และยังสามารถขายให้คนอื่นได้ด้วย…ลองคิดๆ ดู สถานะศิษย์ของปรมาจารย์ ก็น่าจะมีหลายคนเต็มใจซื้ออยู่หรอกใช่ไหม
ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวเซี่ยเฉียวเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
นางพักในห้องด้านข้างนี้อีกสักครู่
พวกอาจารย์และหมอหลวงต่างออกไปแล้ว เหลือไว้แต่เพียงหญิงชราสองคนที่คอยดูแลอยู่ที่นี่ นางยกน้ำชาเข้ามาให้เซี่ยเฉียว
หลังจากพักไปได้ครึ่งชั่วยาม เซี่ยเฉียวก็เตรียมตัวที่จะไปพบองค์รัชทายาท
————–
[1] ต้นไหวซู่ ต้นเจดีย์ญี่ปุ่น ต้นไม้ทรงพุ่มตระกูลถั่ว นิยมปลูกประดับสวน