ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 116 อย่าไม่สนใจหนู
และแล้วอวี่เจ๋อก็ไม่ว่างจริงๆ
“ขอโทษจริงๆ นะอวิ๋นตั่ว วันอาทิตย์พี่ต้องไปจ็อปแฟร์ (Job fair) ที่
มหาลัย เพื่อหาพนักงานเข้าบริษัท”
อวิ๋นตั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะเธอกับอวี่เจ๋อไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น
ด้วยกันนานมากแล้ว
“ช่วงนี้พี่ยุ่งมากเหรอคะ?”
“ใช่แล้วล่ะ ต่อไปงานก็จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ต้องเลือกสถานที่ของบริษัท
ย่อยในเมืองต่างๆ เพื่อรับสมัครพนักงาน ฝึกอบรม คงยุ่งมาก” อวี่เจ๋อตอบ
ด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ค่ะ”
เขาฟังออกว่าอวิ๋นตั่วผิดหวัง เช่นนั้นจู่ๆ ก็เกิดรู้สึกผิดขึ้นมา “อวิ๋นตั่ว พี่
บอกแม่ของเธอแล้วนะว่าให้หาครูสอนพิเศษคนใหม่ให้”
“หนูไม่เอา!” อารมณ์ของเธอเปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่ได้ฟัง
“แต่ต่อไปพี่ก็จะไม่มีเวลาดูแลเธออีกนานเลย คงยากที่จะไม่ถูกตำหนิว่า
เป็นการถ่วงการเรียนของเธอ”
“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ พี่แค่ช่วยแนะนำนิดหน่อยก็พอ จริงๆ นะคะ”
อวิ๋นตั่วขอร้องมาตามสาย “หนูไม่ทำให้พี่ลำบากหรอกค่ะ”
“พี่ไม่เคยคิดว่าเธอเป็นความลำบากนะ” เขาไม่ได้อยากจะทำแบบนี้
แต่พอคิดไปถึงปริมาณงานในอนาคตของตัวเองแล้วก็เกรงว่าจะไม่มีแม้แต่
เวลาที่จะได้เจอกัน แล้วแบบนี้จะสอนพิเศษเธอได้ยังไง
อวี่เจ๋อฝืนยิ้ม เขาปรึกษากับชูยินแล้วเรื่องที่จะลาออกจากการเป็นครู
สอนพิเศษบ้านอวิ๋น อีกทั้งยังรับปากว่าจะหาคนเก่งๆ มาแทนให้ด้วย
“พี่อย่าทิ้งหนูไป อย่าไม่สนใจหนู!” เสียงร้องไห้ของอวิ๋นตั่วดังมาจาก
ปลายสาย
คำพูดอย่างที่ทำให้คนฟังรู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมา “พี่ไม่ได้บอกว่าจะทิ้ง ไม่ได้
บอกจะไม่สนใจเธอ แค่ไม่ได้เป็นครูสอนพิเศษให้แล้วเท่านั้นเอง”
“แต่ว่าหนูอยากให้พี่เป็นครูสอนพิเศษนี่คะ” เธอเริ่มดื้อดึงขึ้นมาอีกครั้ง
“โอเค ถ้างั้นเรื่องนี้เราค่อยมาว่ากันอีกที ดีไหม?” อวี่เจ๋อรู้ว่าการเกลี้ย
กล่อมอวิ๋นตั่วผ่านโทรศัพท์แบบนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เขาคงต้องหา
เวลาไปคุยกับเธอดีๆ
อวิ๋นตั่วเปลี่ยนใจ ไม่ไปเที่ยวแถบชานเมืองแล้ว
เธอโทรศัพท์หาเทียนอี้ “เทียนอี้ ขอโทษนะ ฉันคงไปเที่ยวด้วยไม่ได้แล้ว
ล่ะ”
“ทำไมล่ะ?” เทียนอี้แปลกใจ ก็ตอนแรกคุยกันไว้เรียบร้อยแล้วนี่
“ฉันจะไปช่วยอวี่เจ๋อรับสมัครพนักงาน”
อวี่เจ๋ออีกแล้ว เหตุผลที่พลอยทำคนฟังรู้สึกโมโหขึ้นมา
วันอาทิตย์ อวิ๋นตั่วสะพายเป้ไปปรากฏตัวต่อหน้าอวี่เจ๋อ
“เกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่านัดเพื่อนไปเที่ยวแถบชานเมืองไม่ใช่เหรอ?”
อวี่เจ๋อถาม
“หนูส่งนกพิราบไปบอกแล้วค่ะ หนูอยากไปรับสมัครพนักงานกับพวกพี่”
อวิ๋นตั่วดูนอบน้อมจริงใจเป็นพิเศษ “จะได้ลองมาสัมผัสความลำบากของ
การหางานและปัญหาของการสมัครงานน่ะค่ะ”
“อย่าพูดเหลวไหลน่ะ เราไปทำงานนะ”
“แล้วใครบอกว่าหนูไม่ได้ไปทำงานล่ะคะ หนูจะไปช่วยส่งนํ้าแจกใบปลิว
ชั่วโมงละห้าหยวน เป็นยังไงคะ?” อวิ๋นตั่วบอกค่าตอบแทนออกมาด้วย
ความจริงจัง ราวกับแค่มาทำงานพาร์ทไทม์เท่านั้น
“ไม่เคยเจอคุณหนูผู้สงสัยโลกมนุษย์จริงจังเท่าเธอมาก่อนเลยจริงๆ ไม่
ต้องพูดถึงเรื่องที่ตอนนี้เธอยังเรียนอยู่มัธยมนะ แม้ว่าเธอจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ด้วยครอบครัวของเธอน่ะ ยังจะต้องทำงานอีกเหรอ?” เฉินอวี้หัวเราะ
“มองคนแค่ช่องประตู*จริงๆ เลยนะคะ หรือว่าในอนาคตหนูจะต้องทำ
ตัวเป็นกาฝากอยู่ที่อี้ฟานกรุ๊ปตลอดไปอย่างนั้นเหรอคะ?” อวิ๋นตั่วว่า
“ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอก” อวี่เจ๋อรู้ถึงความเย่อหยิ่งของอวิ๋นตั่ว เขา
จึงคอยปกป้องความภาคภูมิใจในตัวเองของเธอด้วยความระมัดระวัง “แต่ไป
รับสมัครพนักงานแล้วพาเด็กไปด้วยมันดูไม่ค่อยเป็นทางการเท่าไหร่”
“เราเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ทหารประจำการสักหน่อย” ชีซิงออก
หน้าให้อวิ๋นตั่ว “ฉันว่าอวิ๋นตั่วไปด้วยก็เป็นความคิดที่ดีนะ มีเด็กน่ารักๆ ยืน
อยู่ด้วย ต้องดึงดูดสายตาของคนได้แน่”
“ดูสิคะ หนูยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีก แต่พี่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่
เก็บค่ายืนเป็นนางแบบแน่นอน”
“ให้เธอไปเถอะ” เจียงหนานที่อยู่ข้างๆ ก็ช่วยพูดด้วย
“ตอนนี้มีสามเสียงแล้วนะคะ พี่เป็นเจ้านายที่ฟังเสียงข้างมากใช่ไหม
คะ?” อวิ๋นตั่วขยิบตาให้อวี่เจ๋อ ก่อนที่จะขึ้นรถไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ย
ปาก
มองคนแค่ช่องประตู* หมายถึง การมองคนแค่ผิวเผินหรือการดูถูกคน
อื่น
————————————————–