ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 140 ยากกว่าชี้หินให้กลายเป็นทอง
ถึงแม้โรงเรียนมัธยมอันดับหกจะไม่ใช่โรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุด แต่ถ้าอวิ๋
นตั่วอยากจะสอบเข้าไปก็ต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง
ชูยินกับอวิ๋นตั่วได้ทำข้อตกลงกันแล้วว่า ถ้าสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับ
หกได้ก็จะไม่ส่งเธอไปต่างประเทศ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องไปเร็วขึ้นกว่าเดิม ไปอยู่
เป็นเพื่อนพี่ชายเธอ
ก็แค่โรงเรียนมัธยมอันดับหกเองไม่ใช่เหรอ ก็ไม่ได้ยากเกินไปนัก ไปหาขง
เบ้งที่ออฟฟิศอวี่เจ๋อให้ช่วยหน่อย ก็น่าจะไม่มีปัญหา
“หนูขอไม่มากหรอกค่ะ ก็แค่โรงเรียนมัธยมอันดับหกเอง นี่ไม่ยาก
สำหรับพวกพี่หรอกมั้ง?” อวิ๋นตั่วพูดกับบรรดาขงเบ้งที่ออฟฟิศ
บรรดาขงเบ้งรู้สึกว่าตรรกะของเธอมีปัญหาจริงๆ สอบเข้าโรงเรียนมัธยม
ปลาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเขาล่ะ พวกเขาจะสนใจทำไม
“ในเมื่อเธอตั้งเป้าหมายแล้ว ก็กลับไปตั้งใจเรียนสิ จะวิ่งมาหาพวกเรา
ทำไม?” ชีซิงถาม
เฉินอวี้ก็พูดเช่นกัน “ใช่ ถึงโรงเรียนมัธยมอันดับหกจะไม่ยากสำหรับ
พวกเรา แต่สำหรับเธอยังเป็นเรื่องยากอยู่นะ กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ”
“ก็เพราะเป็นเรื่องยายังไงล่ะคะหนูเลยมาขอร้องพวกพี่ ตั้งแต่วันนี้ไป
พวกพี่มีหน้าที่รับผิดชอบคะแนนของหนู พวกพี่ต้องแสดงนํ้าใจช่วยเหลือคน
อ่อนแอนะคะ ทำให้ความผุพังกลายเป็นความมหัศจรรย์ ช่วยให้หนูสอบเข้า
โรงเรียนมัธยมอันดับหกนะ ไม่อย่างนั้นหนูจะทำลายชื่อเสียงของพวกพี่”
อวิ๋นตั่วพูด
“ชื่อเสียง ชื่อเสียงอะไร? พวกเราไม่ได้เป็นศูนย์กวดวิชานะ” เฉินอวี้บ
อก
อวิ๋นตั่วยิ้ม “ถึงจะไม่ได้ทำศูนย์กวดวิชา แต่ก็หานักเรียนให้ศูนย์กวดวิชา
นี่คะ ถ้าหนูสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหกไม่ได้ หนูจะออกไปป่าวประกาศ
ให้พวกพี่ บอกว่าพวกพี่เป็นพวกต้มตุ๋น ดูสิว่าใครยังอยากทำงานร่วมกับนัก
ต้มตุ๋นอยู่บ้าง”
เฉินอวี้หันกลับมามองอวี่เจ๋อ “นักเรียนของนายก่อความวุ่นวายแบบนี้
นายยังไม่สนใจอีกเหรอ?”
“เธอก็แค่มาขอความช่วยเหลือ ช่วยได้ก็ช่วยไปเถอะ” อวี่เจ๋อพูด
“ที่เธออยากเข้าคือโรงเรียนมัธยมอันดับหกนะ คะแนนคณิตศาสตร์
สามสิบแปดคะแนน ยังอยากจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหกอีก ไม่ได้ฝัน
เฟื่องอยู่ใช่ไหม? เรื่องนี้จะช่วยได้ยังไงล่ะ พวกเราไม่ใช่เทพเซียนนะ ที่จะชี้หิน
ให้เป็นทองได้!” ชีซิงพูด
เฉินอวี้ “ฉันยอมไปฝึกวิชาชี้หินให้เป็นทองดีกว่าไปติวหนังสือให้เธอ
เรื่องชี้หินให้เป็นทองกับเรื่องที่อวิ๋นตั่วสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหกได้ ฉัน
ว่าอย่างแรกเป็นไปได้มากกว่านิดหนึ่งนะ”
“เกินไปแล้วนะ!” อวี่เจ๋อโมโหแล้ว “ก็แค่ให้พวกนายทบทวนให้เอง
ไม่ใช่เหรอ ต้องพูดจาไม่น่าฟังขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าพวกนายไม่เต็มใจสอนก็
ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันสอนเอง ก็แค่โรงเรียนมัธยมอันดับหกเองไม่ใช่หรือไง”
“อวี่เจ๋อ ครั้งนี้ฉันไม่ช่วยนายหรอก ถึงคนเราไม่ควรจะท้อถอยกับเรื่อง
ยาก แต่จะมาฝืนตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะ” ชีซิงพูด
เฉินอวี้ปรบมืออยู่ข้างๆ “ดูสิ ขนาดชีซิงเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนาย เชื่อฟัง
นายทุกอย่าง ยังคัดค้านเลย”
น่าโมโหจริงๆ อวิ๋นตั่วกะพริบตามองเจียงหนาน “พี่เจียงหนาน พี่ก็ไม่
เต็มใจติวให้หนูเหรอคะ?”
เจียงหนาน “พี่เต็มใจติวให้อยู่แล้วจ้ะ ใครว่าไม่เต็มใจล่ะ ต่อไปนี้พี่
กับอวี่เจ๋อจะรับผิดชอบการเรียนของเธอ ถ้าสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหก
ไม่ได้ ก็มาเอาเรื่องพี่กับอวี่เจ๋อเลยเป็นไง?”
“ดูพวกพี่สิ ผู้ชายสองคนยังสู้ผู้หญิงคนเดียวไม่ได้เลย” อวิ๋นตั่วสั่งสอนชี
ซิงกับเฉินอวี้ “พวกพี่เหมาะกับประโยคนั้นจริงๆ เลย „สตรีเพศไม่ยอมเป็น
รองบุรุษเพศ!‟ พี่เจียงหนาน หนูนับถือพี่มากเลยค่ะ ให้หนูเลี้ยงข้าวพี่นะ”
“ได้สิ!” เจียงหนานรับปากด้วยความดีใจ
“พี่อวี่เจ๋อก็ไปด้วยนะคะ” อวิ๋นตั่วพูด
“แล้วพวกเราล่ะ?” เฉินอวี้ถามชีซิง
อวิ๋นตั่วเบะปาก “พวกเราสามคนจะคุยกันเรื่องแผนการเรียน พวกพี่
เกี่ยวอะไรด้วยล่ะคะ?”
“อวิ๋นตั่วอย่าเห็นแก่ผลประโยชน์อย่างเดียวสิ” เฉินอวี้พูดขึ้นมา “เธอ
กล้ารับประกันหรือเปล่าว่าจะไม่ขอให้พวกเราช่วย ถ้าอวี่เจ๋อกับเจียงหนานไม่
มีเวลาขึ้นมาล่ะ?”
อวิ๋นตั่วพูดแบบไม่เกรงใจเลยสักนิด “ถ้าอย่างนั้นหนูก็ไม่กล้ารบกวน
พวกพี่หรอกค่ะ ชี้หินให้เป็นทองยังง่ายกว่าทำให้หนูสอบเข้าโรงเรียนมัธยม
อันดับหกได้ไม่ใช่หรือไง? ตั้งใจฝึกวิชาชี้หินให้เป็นทองของพวกพี่ไปเถอะค่ะ
ฝึกสำเร็จแล้วอยากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้นนี่ ถูกไหมคะ?”
————————————————–