ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 29 คุณชายเสเพล
กว่าที่อวิ๋นตั่วจะมีจักรยานเป็นของตัวเอง ก็หลังจากที่เธอเรียนจบ ป.6
ไปแล้ว ตอนนั้นอวี่เจ๋อก็เป็นนักศึกษาชั้นปีที่สามแล้ว และแน่นอนว่าอวี่เจ๋อ
ยังคงเป็นครูของอวิ๋นตั่ว หลายปีมานี้ เขามองดูคะแนนของอวิ๋นตั่วที่ขยับจาก
27 เป็น 90 ช่างเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
“แน่นอนว่าบนเหรียญความดีความชอบนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นของหนู ส่วนอีก
ครึ่งเป็นของพี่” อวิ๋นตั่วมักจะพูดกับเขาแบบนี้
“ความสำเร็จเกิดจากหลายปัจจัย ผมไม่กล้าเอาเป็นความดีความชอบ
ของตัวเองหรอกครับ”
ถึงอวี่เจ๋อจะพูดแบบนั้น ทว่าบ้านอวิ๋นก็ปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นคุณครู
คนหนึ่งจริงๆ พอถึงตรุษจีน อวิ๋นตั่วก็ต้องมาเยี่ยมคุณครู
อวี่เจ๋อพูดกับชูยินว่า “ต่อไปอย่ามาเลยนะครับ ทำอะไรเป็นทางการ
แบบนี้แล้วเหมือนผมอายุมากเลย”
มันยากมากที่ชูยินจะทำตามคำบอกนั้น “อวิ๋นตั่วมีวันนี้ได้ ก็ถือว่าเป็น
ความดีความชอบของเธอ ศิษย์เคารพครูเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว จริงไหม
จ๊ะอวิ๋นตั่ว?”
ในตอนนั้นอวิ๋นตั่วกำลังดูนิตยสารแฟชั่นกับคุยเรื่องซุบซิบอยู่กับอวี่ซี
เพราะแบบนั้นเธอจึงตอบรับไปอย่างใจลอย “ค่า!”
“เธอเรียกพี่ฉันว่าครู เธอก็ต้องเรียกฉันว่าชืออี๋” ( 师姨 ชืออี๋ :
ความหมายตรงตัวแปลว่าอาจารย์อา)
“หนูเรียกเขาว่าครูเมื่อไหร่กัน หนูเรียกเขาว่าพี่ต่างหาก”
“แต่เขาเป็นพี่ชายของฉัน จะให้ยอมให้เธอหยิบไปแบบไม่มีเหตุผลได้
ยังไงกัน”
“ถ้าอย่างนั้นหนูให้พี่ชายหนูก็ได้”
“พี่ชายของเธอไม่ได้เรื่อง ฉันไม่เอาหรอก”
“ถึงจะไม่มีความสามารถ แต่หน้าตาก็พอถูๆ ไถๆ ไปได้นะคะ”
“นุ่มนิ่มเป็นหมอกปัก สมองแบบนั้นใครเขาจะไปอยากได้”
“เขามีคุณพ่อคอยสนับสนุน ต่อให้ไม่เอาการเอางานก็ยังมีคนต้องการ”
ตรงจุดนี้อวี่ซีเองก็เห็นด้วย ตั้งแต่อวิ๋นเฉียวไปอังกฤษ ทุกครั้งที่เขาส่งรูป
กลับมาก็มักจะมีสาวข้างกายไม่ซํ้าหน้า เพียงแต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงพวกนั้นต้องการ
อะไร เพราะหน้าตาของเขาหรือ คุณชายที่หน้าตาดีกว่าเขาก็มี หรือหากหวัง
เงินของครอบครัวเขา มุ่งตรงเข้าหาพ่อของเขาจะไม่ได้ผลเร็วกว่าหรือไง ได้ยิน
ว่ามีครั้งหนึ่งเขาก่อกวนอวิ๋นอี้ฟานจนถูกระงับบัตรเครดิต สุดท้ายก็ต้องอาศัย
เงินค่าขนมของอวิ๋นตั่วใช้ชีวิตไปอย่างยากลำบาก แต่ถึงแบบนั้น เขาก็ยัง
เปลี่ยนคู่ควงอยู่ตลอด
ทุกคนต่างก็ถามเขาว่า “คนข้างๆ คือใครกัน”
เขาก็จะตอบว่า “เพื่อน”
ได้ฟังเช่นนั้นทุกคนก็ได้แต่หัวเราะ เพื่อนของเขานั้นเยอะเสียจริงๆ
ครอบคลุมไปถึงห้าทวีปสี่มหาสมุทร มีทุกชนชาติ ทุกสีผิว
เวลาอยู่ที่บ้าน อวี่ซีก็มักจะด่าเขาบ่อยๆ “มั่วไม่เลือกแบบนี้ ระวังจะเป็น
โรคเอดส์เข้าสักวัน”
และอวี่เจ๋อก็จะตำหนิเธอ “เขาไม่ได้มายุ่งกับเธอสักหน่อย เธอจะไปด่า
เขาทำไม”
“หรือเขาแค่ยังไม่ไปตรวจ”
“ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว”
“ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องความรักก็ต้องจริงจังทั้งนั้นแหละ” จู่ๆ อวี่ซีก็
เปลี่ยนมาพูดถึงเรื่องของคนเป็นพี่ซะเฉยๆ “ตอนนี้มันยุคไหนแล้ว พี่ยังไม่มี
ความรักอีกเหรอ”
“เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของพรหมลิขิต มันบังคับกันได้ที่ไหน”
“แล้วพี่เพียวเพียวล่ะคะ”
อวี่เจ๋อเผยรอยยิ้มบางๆ “เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
แต่อวี่ซีกลับไม่คิดแบบนั้น ตั้งแต่ขึ้นมหาลัยมา ความรู้สึกของหลินเพียว
เพียวที่มีต่ออวี่เจ๋อนั้นเธอแสดงมันออกมาอย่างชัดเจนสุดๆ เพียงแต่ถ้าหาก
ไม่ได้ตาบอดก็คงดูออกว่าเธอสนใจในตัวอวี่เจ๋อ วันอาทิตย์พอกลับมาบ้าน
แทนที่จะอยู่บ้านตัวเองก็กลับมาที่นี่ เดินตามแม่ของเธอ คุณน้าอย่างนั้น คุณ
น้าอย่างนี้ จนถึงขั้นม้วนแขนเสื้อ เข้าครัว ทำอาหาร ราวกับเป็นบ้านของ
ตัวเอง
หลิวห้าวตงเคยพูดว่า “สถานะครอบครัวเราเป็นแบบนี้ ได้คนอย่างเพียว
เพียวมาเป็นสะใภ้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะเธอไม่รังเกียจที่ลูกไม่รํ่ารวย ไม่มี
อำนาจ ดูแลด้วยใจ แล้วยังจะหวังอะไรอีก”
ใช่ แล้วยังจะหวังอะไรอีก?
อวี่เจ๋อเข้าใจความรู้สึกของเพียวเพียว และรู้ด้วยว่าเพียงตัวเองเดินหน้า
ไปอีกหนึ่งก้าว ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองก็จะไม่เหมือนเดิม ทว่าก้าวนี้
สำหรับเขามันกลับหนักเสียเหลือเกิน
มหาลัยปี 3 เพื่อนผู้หญิงที่มาตามจีบเขานั้นพูดได้เลยว่านับไม่ถ้วน แต่
เขาก็ปฏิเสธไป ทำไมถึงปฏิเสธงั้นเหรอ? เหตุผลที่เขาบอกกับคนอื่นคือเรื่อง
เรียนต้องมาก่อน เขายังไม่อยากที่จะมีความรัก แต่ความจริงแล้ว ใจของเขา
กำลังรออะไรบางอย่าง เขารออะไรน่ะเหรอ? ความรัก ใช่ สิ่งที่เขารอ…นั่นคือ
ความรัก
เขารู้ดีว่าหลินเพียวเพียวเป็นคนดี เพื่อนผู้หญิงเหล่านั้นก็ดี แต่เขาไม่ได้
รักพวกเธอ เขาคิดว่าสุดท้ายแล้วจะมีใครสักคน คนที่สามารถเดินไปด้วยกัน
กับเขา บุกนํ้าลุยไฟไปด้วยกันได้ เพียงแต่ตอนนี้คนคนนั้นยังไม่ปรากฏตัว
เพราะแบบนั้นเขาจึงเก็บรักษาความรักที่สวยงามและสมบูรณ์ไว้อย่างหวง
แหน รอจนวันที่เธอปรากฏตัวขึ้นมา เขาถึงจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็ม
คำว่า “ผมให้หัวใจดวงนี้กับคุณ ให้คุณหมดทั้งใจเลย!”