ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 329 การลงโทษที่แยบยล
อวิ๋นตั่วคว้าตะเกียบมาโยนใส่เฉินอวี้ เขาเองค่อนข้างประหลาดใจที่
สถานการณ์ไม่ได้แย่อย่างที่คิด กำลังแขนของอวิ๋นตั่วไม่ได้มากมาย ตะเกียบ
หลายอันโยนมาก็ไม่โดนเขา บางอันถึงจะโดน แต่ก็แรงน้อยเต็มที ไม่เจ็บเลย
สักนิด
อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้ใส่ไปเต็มแรง เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกและ
กำลังจะคว้าออกไป แต่จู่ๆ ก็หยุดมือ นึกความคิดดีๆ ออก “หนูไม่ทำพี่
แล้ว!”
แม้จะไม่เจ็บ แต่ก็เกือบรับมือกับการสั่งสอนของเธอไม่ได้แล้ว ครั้งที่สอง
จะออกแรงได้มากกว่าเดิมงั้นเหรอ? ดังนั้นพอได้ยินอวิ๋นตั่วบอกว่าจะไม่ทำ
อะไรแล้ว เฉินอวี้ก็ดีใจมาก “จริงเหรอ? พี่รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นคนมีนํ้าใจ เธอ
เป็นใคร เธอคืออวิ๋นตั่วผู้อยู่บนฟ้าเชียวนะ จะมาเอาอะไรกับคนธรรมดาตัว
เล็กๆ อย่างพวกเราล่ะ จริงไหม?”
“ไม่ต้องมาประจบหนูหรอกค่ะ ที่หนูไม่ทำอะไรพี่ ไม่ได้หมายความว่า
เราเข้าใจกันแล้ว”
“เธอคิดจะทำอะไร?”
“พี่เลี้ยงหม้อไฟหนูสิคะ”
“ได้เลย เราเปิดร้านหม้อไฟอยู่แล้วนี่”
“หนูชอบกินสมองหมู พี่ช่วยเอาเลือดสีแดงในสมองหมูออกให้สะอาด
ด้วยนะคะ แต่พี่ต้องทำเอง เอามาทำให้หนูดูด้วย”
“แค่กินหม้อไฟ ไม่ต้องถึงกับทำรายการอาหารหรือเปล่า?” เฉินอวี้นึก
ถึงตอนเลือกเอาสีแดงในสมองหมูออก มันเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและ
ความละเอียดมาก
“ถ้าพี่ไม่ยอมทำ หนูจะพังแนวฮวงจุ้ยพี่!” อวิ๋นตั่วขู่เขา
“ก็ได้ๆ พี่จะทำให้”
“ตั้งหม้อไฟหมาล่าให้หนู เอาเนื้อแกะสองจาน เนื้อปลาสองจาน ผักหลู
เฮาหนึ่ง ถั่วงอกหนึ่ง กุ้งหนึ่ง แล้วก็สมองหมูสิบ”
“สมองหมูสิบ!” เฉินอวี้ร้องออกมา “ไม่กลัวจุกตายหรือไง”
“จุกตายมันก็เรื่องของหนู เมื่อกี้พี่ว่าหนู พี่ไม่สำนึกถึงความผิดของ
ตัวเองเลยสักนิดสินะคะ เพิ่มสมองหมูอีกสอง รวมเป็นสิบสองจาน!”
เฉินอวี้หน้าบูด “สมองหมูถึงจะดี แต่ก็ไม่ควรกินเยอะเกินไปนะ”
“ไร้สาระน่ะ ถ้าพี่ยังพูดมากอีก หนูจะเพิ่ม เพิ่มทีละสองจานเลย!”
“โอเคๆ พี่กลัวแล้ว”
หม้อไฟถูกตั้ง อาหารก็ทยอยถูกนำมาเสิร์ฟ สมองหมูสิบจานก็ถูกนำมา
วางบนโต๊ะ
“แน่ใจนะว่าจะให้พี่เอาเส้นเลือดออกต่อหน้าเธอ มันน่าขยะแขยงมาก
เลยนะ อาจจะส่งผลถึงการเจริญอาหารของเธอก็ได้” เฉินอวี้ถาม
“เรื่องนี้พี่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เฉินอวี้ก็ต้องนั่งลงตรงข้ามอวิ๋นตั่ว เลือกเอาเส้น
เลือดออกไป ก็คุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปกับอวิ๋นตั่วไปด้วย “อวิ๋นตั่ว เธออยู่
กับลั่วเสวี่ยบ่อยๆ ได้ยินเธอพูดถึงพี่บ้างไหม?”
คำถามที่อวิ๋นตั่วก็ตอบกลับอย่างหงุดหงิด “ไม่มีเรื่องอะไรแล้วจะพูดถึง
พี่ทำไมล่ะคะ?”
“ช่วงนี้เราคุยกันได้ดี เกี่ยวกับพวกเรื่องลี้ลับหลายเรื่อง ความคิดเห็น
หลายอย่างของเราล้วนแต่ดูเข้าใจกันจนน่าตกใจ พี่คิดว่าในสายตาเธอ พี่ก็
ไม่ได้อ้วนขนาดนั้น”
อวิ๋นตั่วปรายตามองเฉินอวี้ “ลดนํ้าหนักมาตั้งนานแล้ว เนื้อที่ลดไปมัน
เพิ่มกลับมาเหรอคะ?”
เฉินอวี้ “เธอก็อย่าพูดแบบนั้น จะบอกอะไรให้นะ การลดนํ้าหนักน่ะ
ลำบากมาก
ต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวตั้งใจ ก็เหมือนกับการเลือกเอาเส้น
เลือดออกนี่แหละ สุภาษิตกล่าวไว้ว่าแต่ละคนก็มีเรื่องที่ตัวเองถนัด ใครถนัด
อะไรก็ควรทำอันนั้น”
“พี่กำลังจะบอกว่าพี่เหมาะกับเรื่องพูดจาไร้สาระแบบนี้น่ะเหรอคะ?”
“ดูเธอสิ ชอบเถียงแบบนี้ พี่เรียนคอมพิวเตอร์ ความถนัดของพี่คือ
พัฒนาซอฟต์แวร์กับเขียนโปรแกรม”
“นี่ก็หลายปีแล้ว หนูยังไม่เห็นพี่พัฒนาซอฟต์แวร์อะไรที่มีประโยชน์
ออกมาเลย?”
สมองหมูสิบจานทำเอาเฉินอวี้ตาลายจนแทบตกจากเก้าอี้ไปกองที่พื้น
“อวิ๋นตั่ว พี่ไม่รู้หรอกนะว่าประโยคนี้ใครพูด เงินเป็นของเธอ แต่
ทรัพยากรเป็นของทุกคน สิ้นเปลืองแบบนี้คงไม่ค่อยดี!”
อวิ๋นตั่ว “พี่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เงินเป็นของพี่ ทรัพยากรเป็นของทุกคน
เพื่อนของหนูกำลังมา กลัวก็แต่เท่านี้จะไม่พอกินน่ะสิคะ!”