ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 330 ประลองยุทธ์ที่เขาหัวซาน
“นายไม่เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อกี้เหรอ คนที่โต๊ะสิบกว่าคน กินเนื้อแพะ
สไลด์ของฉันไปยี่สิบจานเต็มๆ ฉันเลือกสมองหมูให้พวกเธอสามสิบจาน เธอ
ยังให้ฉันนำเก้าอี้ตัวเล็กไปนั่งใต้โต๊ะ ให้ฉันเลือกต่อหน้าเพื่อนของเธอ นาย
เข้าใจความรู้สึกตอนนั้นไหม มันเหมือนกับทำการบ้านไม่เสร็จ แล้วถูกยืนทำ
โทษต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง ยัยนี่ฆ่าคนได้แบบไม่ต้องกะพริบตา นายรู้ไหม?
นับว่าฉันเข้าใจถ่องแท้แล้ว ถ้าผู้หญิงเกลียดขึ้นมา เกลียดกว่าผู้ชายสิบเท่า
เธอจะไม่แทงร่างกายนายอย่างเดียว เธอจะแทงหัวใจนายด้วย ระวังไว้หน่อย
นะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน อย่าตามใจเธอทุกเรื่อง ในอนาคตนายต้องลำบาก
แน่!”
เฉินอวี้ที่ไปรัฐบาลเมืองกับอวี่เจ๋อบ่นตลอดทาง เลือกสมองหมูไป
สามสิบจาน เลือกจนมือจะหักแล้ว จนถึงตอนนี้เวลายกมือขึ้นมายังรู้สึกว่ามัน
ไม่ฟังคำสั่ง “ถ้าวันนี้ฉันแสดงความสามารถได้ไม่ดี อย่ามาโทษฉันนะ ไปคิด
บัญชีกับแฟนนายเลย”
“ยังมีหน้ามาพูดอีกนะ สมองหมูนั่นนายทำสะอาดแล้วเหรอ พอเธอ
กลับไปก็ท้องเสียเลย ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเลยนะ!” อวี่เจ๋อกำลังขับรถ
สายตามองไปข้างหน้า ฟังเฉินอวี้บ่นจนจบด้วยความจนใจ
“ไม่ต้องแสดงออกว่าผู้หญิงสำคัญกว่าเพื่อนชัดขนาดนั้นก็ได้ นายบอก
มาว่ามือของฉันสำคัญหรือท้องเธอสำคัญกว่า? ท้องเสียเป็นบางครั้งจะ
กระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ แต่ถ้าฉันเสียมือไป แล้วจะเขียนโปรแกรมได้
ยังไง ชีวิตฉันก็พังทลายหมดสิ! ชีซิง นายว่าฉันพูดมีเหตุผลไหม?” เฉินอวี้
ถาม
ชีซิงมองอวี่เจ๋อ แสดงความลำบากใจ อึกๆ อักๆ อยู่นาน แต่ก็ไม่ได้พูด
เหตุผลอะไรออกมา
“ช่างเถอะ ถามนายก็เหมือนไม่ได้ถาม” เฉินอวี้อึดอัดมาก
“ฉันขอเตือนนายนะ เวลาทำงานก็ตั้งใจทำงาน ห้ามใครใช้อารมณ์” อวี่
เจ๋อพูด
พอถึงประตูทางเข้า รถก็ถูกยามสกัดไว้ อวี่เจ๋อแสดงบัตรผ่าน ถึงจะเข้า
ไปได้
“เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก พวกเราจะได้จับ
มือกับผู้นำสูงสุดของเมืองนี้ใช่ไหม?” เฉินอวี้พูด
“ผู้นำสูงสุดจะมาจับมือกับนาย” อวี่เจ๋อพูด
เฉินอวี้รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ “โตมาจนป่านนี้แล้ว ยังไม่เคยมาสถานที่
ใหญ่โตขนาดนี้เลย!”
“ดูนายกำลังจะมีอนาคตอันสดใสนะ!”
เฉินอวี้หันไปมองชีซิง พบว่าเขาพึมพำอยู่คนเดียวตลอดทาง
“นายนี่บื้อไปแล้ว พูดอะไรอยู่คนเดียว?” เฉินอวี้พูด
“ฉันต้องซ้อมหน่อย ว่าอีกสักพักเจอผู้นำแล้วจะพูดยังไง!” ชีซิงพูด
เฉินอวี้หัวเราะแล้วพูดว่า “เห็นไหม มีคนตื่นเต้นกว่าฉันอีก”
“ถ้าพวกนายตื่นเต้นจริงๆ ฉันส่งพวกนายกลับได้นะ ที่จริงฉันคนเดียวก็
จัดการได้ ก็แค่มีปัญหาเรื่องความน้อยมากของเวลาเอง” อวี่เจ๋อพูด
“ฉันไม่กลับ!” ชีซิงพูด
เฉินอวี้ก็พูดเช่นกัน “ฉันก็ไม่กลับ นี่เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้เปิดหูเปิดตา
ได้ยินว่าหัวกะทิของหลายๆ บริษัทก็เจาะมาจากกูเกิ้ลนี่แหละ ฉันกำลังอยาก
เรียนรู้ความสามารถจากพวกเขาพอดี!”
“ฉันรู้สึกเหมือนจะได้ประลองยุทธ์ที่เขาหัวซานเลย” ชีซิงพูด
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านแล้ว สงบจิตสงบใจ แสดงความสามารถ
ในระดับมาตรฐานที่ดีที่สุดของนาย อย่าทำฉันขายหน้า!” อวี่เจ๋อพูด
พอรถจอด ผู้ที่มารับพวกเขาก็คือเลขาคนแรกของเลขาหวัง หลังจาก
แนะนำตัวสั้นๆ ทั้งสามคนก็ถูกพาไปที่ห้องปราชุม เข้าร่วมกับบริษัทที่ประมูล
ทั้งสี่แห่ง ผู้นำคนสำคัญของพวกเขาก็มาถึงแล้วด้วย
ทุกคนจับมือกัน ทักทายกันสองสามคำ ภายนอกดูอ่อนโยนเป็นมิตร แต่
ความจริงกลิ่นอายสังหารกำลังซักสาดอย่างรุนแรง
หยูอี้ซินพูดขึ้นก่อน “อาจารย์หลิว ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว!”
อวี่เจ๋อยิ้มแล้วพูดว่า “ประธานหยูพูดเกินไปแล้วครับ ผมก็เป็นแค่
อาจารย์สอนหนังสือคนหนึ่ง”
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินอวี้ได้เห็นหยูอี้ซิน พอนึกถึงวิธีการชั่วช้าที่เขารับซื้อ
บริษัทพวกตนในปีนั้น ในใจก็โมโหขึ้นมา พูดกับชีซิงเบาๆ ว่า “ถ้าผู้นำไม่ได้
อยู่ที่นี่ ฉันคงอัดเขาไปแล้ว”
“นายอย่าบุ่มบ่ามนะ!” ชีซิงพูด
“รู้แล้วน่า ฉันก็แค่พูดเท่านั้นเอง”
———————————————————
—