ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 384 บีบคั้น
สองสามวันมานี้อี้ซินกรุ๊ปไม่ค่อยสงบ ผู้จัดการคนหนึ่งของฝ่าย
ปราชาสัมพันธ์ของพวกเขาถูกตรวจสอบเพราะเรื่องการติดสินบน จริงๆ เรื่อง
นี้ไม่มีอะไรเลย คนระดับล่างต้องการผลงาน การพยายามทุกทาง เพื่อให้
บรรลุเป้าหมายเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องพนักงานเล็กๆ คนหนึ่งที่ถูกตรวจสอบ
เพราะเรื่องการติดสินบนไม่ได้มีค่ามากพอจะทำให้หยูอี้ซินต้องทุกข์ใจ แต่
คราวนี้มันแตกต่างออกไป เพราะคนคนนี้เป็นพนักงานที่เคยเกี่ยวข้องกับโปร
เจคสมาร์ตซิตี้
สมาร์ตซิตี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้หยูอี้ซินปวดใจ มันเป็นขุมทรัพย์ที่เขาทุ่มเท
ความคิดและจิตใจเพื่อให้ได้มันมา แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ จากที่คิดว่าได้เปรียบ
แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องสูญเสียอย่างหนัก
เขากลัวว่าคนของสำนักงานอัยการจะตรวจสอบตามเบาะแสแล้วสาว
เรื่องมาถึงตัวเขา แต่ที่ทำให้เขาไม่เข้าใจเอามากๆ ก็คือ ทำไมจู่ๆ คนของ
สำนักงานอัยการก็มาสนใจพนักงานตัวเล็กๆ คนนี้ หรือว่านี่เป็นเพียงช่องโหว่
เดียวของเขา เป้าหมายที่แท้จริงคือตัวเขาเองคืออี้ซินกรุ๊ปของเขา?
“คนที่ส่งไปติดต่อกับบริษัทบาร์เลย์กลับมาแล้วครับ ถ้าเราอยากจะอัด
ฉีดเงินทุนให้บริษัทบาร์เลย์น่าจะเป็นไปไม่ได้แล้ว” ผู้อำนวยการสวี่ว่า
“พวกเขาเจออะไร?”
“ไม่แน่ใจครับ แต่เราตรวจสอบแล้ว ช่วงนี้สถานการณ์เงินทุนสมาร์ตซิตี้
ของบริษัทบาร์เลย์กำลังวิกฤตจริง
และน่าจะกำลังหาพาทเนอร์ร่วมงาน
สำหรับพวกเขาแล้วต้องบอกว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์
วิกฤตถึงจะถูก แต่พวกเขาก็กัดแน่นไม่ยอมปล่อย”
“ไม่ได้กระหายอะไรขนาดนั้น แต่ก็อยากกินเนื้อก้อนนี้คนเดียว?”
ผู้อำนวยการสวี่ส่ายหน้า ”ผมส่งคนไปตรวจสอบมาแล้ว พวกเขากำลัง
หาเงินทุนอยู่”
“น่าแปลก!”
“ผมคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลิวอวี่เจ๋อ บริษัทบาร์เลย์สนิทสนมกับเขา
มาก ผมสงสัยว่าน่าจะเป็นความคิดของเขาครับ”
พอได้ยินชื่อของหลิวอวี่เจ๋อ หยูอี้ซินก็เกลียดเข้ากระดูก ถ้าไม่ใช่เพราะ
หลิวอวี่เจ๋อเข้ามาขวาง เขาคงไม่พลาดโปรเจคสมาร์ตซิตี้ ทั้งที่ทุ่มเทความคิด
ไปหนักขนาดนี้ เขาไม่เคยต้องทนรับความรู้สึกคับแค้นใจแบบนี้มาก่อนเลย!
ในที่สุดผู้อำนวยการสวี่ก็หาข้ออ้างที่ดีที่สุดให้กับการไร้ความสามารถ
ของตัวเองได้แล้ว ”ผมคิดว่าเรื่องที่ฝานเสี่ยวจุนถูกตรวจสอบก็น่าจะเกี่ยวกับ
เขาด้วย ได้ยินว่าหลายวันก่อนมีคนจากสำนักงานอัยการสองคนไปหาหลิวอวี่
เจ๋อ คุณว่าที่พวกเขาไปหาหลิวอวี่เจ๋อแล้วจะไม่ได้บันทึกเสียงนั่นเหรอครับ?”
“ให้บันทึกเสียงนั่นไปก็ไม่มีประโยชน์ ส่งคนไปคุยกับฝานเสี่ยวจุน ให้
เขารู้เรื่องนี้ซะ แล้วกำชับประเด็นสำคัญไปด้วย”
“ผมให้คนไปจัดการแล้วครับ” ผู้อำนวยการสวี่บอก ”ผมสงสัยว่าการ
ตรวจสอบครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับหลิวอวี่เจ๋อ เขากับลูกสาวของอวิ๋นอี้ฟานจะจัด
งานหมั้นกันวันนี้แล้ว แต่อวิ๋นอี้ฟานยังเปิดราคาของจินหูไม่ได้ ผมสงสัยว่าเขา
กับพ่อตาจะจับมือกันประกาศสาส์นท้ารบกับเรา!”
“ถ้าทำแบบนั้นเขาก็โง่มาก เขาคิดว่าเรื่องนี้จะทำอะไรผมได้อย่างงั้น
เหรอ?” หยูอี้ซินหัวเราะเสียงเย็น “เรื่องนี้ถ้าจะตรวจสอบคงต้องตรวจสอบ
หลายอย่าง แต่วันนี้ฉันจะทำให้อวิ๋นอี้ฟานต้องกระโดดตึกให้ได้เลย!”
“แต่อย่าลืมนะครับว่าหลิวอวี่เจ๋อน่ะแฮคเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเรา
ได้ง่ายๆ เลย!”
คำพูดของอีกฝ่ายเหมือนเป็นการเตือนสติหยูอี้ซิน จะมองมุมไหน คนคน
นี้ก็เป็นหอกข้างแคร่ของเขา ไม่ว่าเขาจะร่วมมือกับอวิ๋นอี้ฟานหรือไม่ ฝ่ายนั้น
ก็สามารถสั่นคลอนอำนาจของเขาได้ วันนี้อวี่เจ๋อกำลังจะหมั้นกับลูกสาวขอ
งอวิ๋นอี้ฟาน แน่นอนว่าไม่มีทางทนมองพ่อตาของตัวเองล้มละลายไปต่อหน้า
ต่อตาแน่นอน หยูอี้ซินสูดหายใจเข้าลึกๆ เรื่องนี้จะให้ยืดเยื้อต่อไปอีกไม่ได้
แล้ว
“ส่งนกอินทรีไปเตือนเขาสักหน่อย อย่าให้เขาอยู่สบายนัก” หยูอี้ซินลุก
ขึ้นยืน เดินไปหยุดข้างหน้าต่าง มองออกไปยังภาพของเมืองที่อยู่ด้านล่าง
“พวกเขาคิดว่าพ่อตากับลูกเขยร่วมมือกันแล้วจะรับมือกับฉันได้ แบบนั้นคงดู
ถูกกันเกินไปหน่อยแล้ว”
“เมื่อไม่นานมานี้อวิ๋นอี้ฟานได้ทำการตรวจสอบเฟยซู่ เป็นไปได้ไหมครับ
ว่าเขาจะสังเกตเห็นแล้ว?” ผู้อำนวยการสวี่ว่า
“ถ้าเขารู้ตัวแล้วก็ดี ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสำหรับเขาแล้วอะไรที่
สำคัญที่สุด?”
——————————————