ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 442 แอบถ่าย
ขณะที่ม่านราตรีเริ่มโรยตัว ในที่สุดอวิ๋นตั่วก็เจอรถตู้คันใหญ่ของฟู่เข่อ
เจีย พอเห็นรถก็เท่ากับเจอที่อยู่ของเธอ คฤหาสน์ขนาดใหญ่สามชั้น มีลาน
บ้านเล็กๆ แยกต่างหาก นอกลานบ้านปลูกดอกไม้เขียวงอกงาม
กู่เลี่ยงถอนหายใจออกมา “เจอรถไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เราก็ไม่เห็น
คนข้างในอยู่ดี! เอาคนมาเปรียบเทียบกันนี่มันน่าโมโหชะมัด ดูสิ
ขนาด
ออกมาถ่ายละครยังได้อยู่ห้องดีๆ แบบนี้ ได้ยินว่าคืนล่ะตั้งแปดเก้าหมื่น
แน่ะ?”
อวิ๋นตั่วมองต้นไม้ที่อยู่นอกกำแพงแล้วก็ปลดเป้ส่งให้กู่เลี่ยง จากนั้นเธอก็
เอากล้องจากอีกฝ่ายมาคล้องคอ แล้วก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปอย่างรวดเร็ว
ทำเอากู่เลี่ยงที่อยู่ข้างๆ ตกตะลึงจนตาค้าง “เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ หรือ
เปล่าเนี่ย?”
“เพ้อเจ้อน่ะ รออยู่ข้างล่างดีๆ ล่ะ”
อวิ๋นตั่วเอากล้องขึ้นมาหากิ่งไม้ที่จะทำให้ถ่ายได้มุมดีที่สุด กู่เลี่ยงเงย
หน้าขึ้นมอง เห็นเธอปีนข้ามแต่ละกิ่งแล้วใจก็เต้นแทบหลุดจากอก
ในที่สุดเธอก็เจอมุมที่ดีที่สุด อวิ๋นตั่วมองลงไปด้านล่างด้วยความ
ภาคภูมิใจแล้วบอกกับกู่เลี่ยงว่า “พอดีเลย เห็นหมดทุกมุมเลย”
“เป็นยังไงบ้าง หรูหรามากเลยใช่ไหม?”
“ไร้สาระน่ะ! คืนล่ะตั้งแปดหมื่นจะไม่หรูได้ยังไงเล่า?”
“กองถ่ายนี่รวยชะมัด เงินจากการโปรโมทเป็นร้อยล้านคงเอามาจ่าย
ค่าที่พักนี่สินะ”
“ต้องไม่ใช่เงินกองถ่ายอยู่แล้ว น่าจะเป็นเงินของผู้ชายคนนั้นมากกว่า”
“งั้นเธอเห็นผู้ชายคนนั้นไหม?”
“ยังไม่เห็น” อวิ๋นตั่วตอบ “นายไปดูหน่อยสิว่าที่นี่มีซุปเปอร์มาร์เก็ต
ไหม ฉันหิวแล้ว”
“เธอนี่โง่หรือไง ในคฤหาสน์ก็ต้องมีห้องครัวสิ จะไปซื้อจากข้างนอกมา
กินทำไมกัน”
“ถึงจะมีห้องครัว แต่ก็ต้องใช้วัตถุดิบนี่ ถ้าไม่มีวัตถุดิบจะทำอาหารได้
ยังไง ไปดูเลยนะ ตั้งแต่ออกมาฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย”
สิ้นเสียงของอวิ๋นตั่ว เสียงท้องของกู่เลี่ยงก็ดังโครกคราก “ถ้าเธอไม่พูด
ฉันคงไม่รู้สึก จะว่าไป ฉันก็หิวเหมือนกันแฮะ”
กู่เลี่ยงออกไปหาอะไรให้อวิ๋นตั่วกิน ส่วนอวิ๋นตั่วก็ถือกล้อง ยืนอยู่บน
ต้นไม้ มองเข้าไปในบ้าน ตอนนี้ในบ้านมีฟู่เข่อเจียอยู่คนเดียว เธอกำลังนั่งดู
โทรทัศน์อย่างเซ็งๆ อยู่บนโซฟา เมื่อมองผ่านเลนส์ อวิ๋นตั่วเห็นถึงขั้นว่าเธอ
กำลังดูรายการอะไร
ไม่นานนักกู่เลี่ยงก็ถือขนมปังกลับมาสองก้อน ก่อนที่จะหยุดยืนหอบ
หายใจ “วิ่งเกือบตายกว่าจะเจอร้านขนมปัง ราคาแพงสุดๆ แถมยังไม่อร่อย
อีกต่างหาก”
ขณะที่อวิ๋นตั่วกำลังจะปีนลงจากต้นไม้นั้น ฟู่เข่อเจียก็ลุกขึ้นยืน อวิ๋นตั่ว
เหมือนนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อปรากฏตัว เธอตื่นเต้นขึ้นมาทันที “มาแล้วๆ”
“จริงเหรอ?” เมื่อได้ยินแบบนั้น กู่เลี่ยงก็เก็บขนมปังเข้ากระเป๋าแล้วปีน
ขึ้นต้นไม้บ้าง
“ไหนล่ะ?” เขาถามอวิ๋นตั่ว
“ในห้องรับแขก นายดูสิ ที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำนั่นไง โอ๊ย! น่าเสียดายชะมัด
ดันเห็นแต่ข้างหลัง”
เห็นข้างหลังก็ยังดีกว่าไม่เห็นอะไรเลย เธอคิดว่าต้องกดชัตเตอร์ ถ่ายได้
เท่าไหนก็เท่านั้น
กู่เลี่ยงยืดคอดูบ้าง “สองคนนั้นยืนทำอะไรกันตั้งนาน ไม่เห็นขยับเลย?
ผู้ชายคนนั้นทำไมถึงดูคุ้นตานักล่ะ?”
“ก็คงเป็นแค่คุณชายที่ชื่นชอบดาราสาวๆ จะคุ้นตาก็ไม่แปลก”
อวิ๋นตั่วมองผ่านเลนส์เห็นฟู่เข่อเจียกอดแฟนหนุ่มของเธอแล้วรุกเข้าจูบ
อีกฝ่ายก่อน แต่กู่เลี่ยงกลับมองเห็นไม่ชัด ทำให้เขาไม่พอใจ ดึงเอากล้องมา
จากมือของอวิ๋นตั่ว “ฉันถ่ายเอง เธอไปกินขนมปังเถอะ อยู่ในกระเป๋าน่ะ”
อวิ๋นตั่วหยิบขนมปังสองก้อนออกมาจากกระเป๋า “ไม่มีนํ้าเหรอ?”
“อ๊ะ ฉันลืมสนิทเลย”
“นายนี่มันจริงๆ เลย เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ จะให้ฉันสำลักตายเหรอไง”
“มีให้กินก็ดีแล้วน่า อย่าเลือกมากหน่อยเลย” กู่เลี่ยงกดชัตเตอร์ “โอ๊ะ
ฟู่เข่อเจียรุกก่อนเลยแฮะ ถ้าปล่อยรูปออกไป ภาพพจน์หญิงสาวผู้บริสุทธิ์จบ
เห่แน่”
อวิ๋นตั่วเห็นลางๆ ว่าผู้ชายคนนั้นผลักหญิงสาวบริสุทธิ์ออก “เหมือนพวก
เขาจะทำเลาะกันหรือเปล่าน่ะ?”
“ไม่หรอกน่า พวกเขาเพิ่งรักกัน น่าจะอยู่ในช่วงตัวติดกันสิ?”
—————————————————–