ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 456 เลือกที่รักมักที่ชัง
กู่เลี่ยงเป็นปาปารัสซีมาก็หลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเรื่องแบบ
นี้ ทำให้เขาได้แต่มองอวิ๋นตั่ว อย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
“ถ่ายสิ ในเมื่อเขามาให้เราถ่ายแล้ว ทำไมถึงจะไม่ถ่ายล่ะ?”
เขากดชัตเตอร์ ทั้งด้านหน้าด้านข้าง อย่างกับถ่ายรูปแต่งงานไม่มีผิด เขา
ไม่เคยถ่ายรูปดาราแบบเปิดเผยขนาดนี้มาก่อนเลย ทำให้เขายังปรับตัวไม่
ค่อยได้สักเท่าไหร่นัก
ผ่านไปสักพัก ในที่สุดเทียนอี้ก็เริ่มหงุดหงิด “เสร็จหรือยัง?”
“สะ…เสร็จแล้ว”
“งั้นเราไปกันเถอะ!”
ฟู่เข่อเจียคิดว่าเขาบอกตัวเอง ทว่าพอหันมาก็เห็นเขาจับมืออวิ๋นตั่วอยู่
ถึงได้แต่มองไปที่อีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ
อวิ๋นตั่วดึงมือของเทียนอี้ออก
“นายนี่ก็ตลกนะ ฉันจะไปกับนาย
ทำไม?”
“เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันจะเลี้ยงกาแฟเธอ รูปก็ถ่ายไปแล้ว แค่คำ
ขอเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้เธอก็ยังไม่ยอมอีกเหรอ?”
“ก็เพราะถ่ายรูปแล้วน่ะสิ ฉันก็เลยต้องกลับไปเขียนข่าว ฉันไม่รบกวน
พวกคุณแล้วดีกว่า บาย!”
อวิ๋นตั่วดึงกู่เลี่ยงให้ออกวิ่ง ทั้งสองขึ้นไปนั่งบนรถเก่าๆ ของตัวเองแล้วขับ
กลับสำนักงานนิตยสาร
หม่าต้าเก้อดูรูปไปพลางพร้อมกับกระซิบไปด้วย “นี่ไม่เหมือนแอบถ่าย
เลยนะ ไปทำยังไงถึงได้มาน่ะ?”
“ไม่ต้องสนใจวิธีการหรอกค่ะ ยังไงเราก็ได้มาแล้ว หนึ่งพันหยวน จะ
ตุกติกไม่ได้นะคะ”
“เอ่อ…จะเอาหนึ่งพันจริงๆ น่ะเหรอ?” หม่าต้าเก้อนึกเสียใจ
“คุณคงไม่ได้คิดจะเบี้ยวเราหรอกใช่ไหมคะ?” อวิ๋นตั่วเริ่มร้อนรน ยื่น
มือไปคว้ารูปพวกนั้นมา “คราวนี้เราจะเปลี่ยนวิธี เอาเงินให้เราก่อน เราถึงจะ
ให้รูปกับคุณ”
“ก็แค่เงินหนึ่งพัน จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“จำเป็นสิครับ จำเป็นมากๆ” กู่เลี่ยงที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นบ้าง
“คือแบบนี้นะ ถึงเราจะถ่ายรูปมาได้แล้ว แต่ลงในนิตยสารแล้วยอดขาย
จะเป็นยังไงก็ยังบอกไม่ได้เลย” หม่าต้าเก้อหัวเราะ “พวกคุณเองก็รู้ สื่อ
สิ่งพิมพ์เดี๋ยวนี้น่ะ…”
“สื่อสิ่งพิมพ์เดี๋ยวนี้มันซบเซา สำนักพิมพ์หลายแห่งจ่ายเงินเดือนไม่ไหว
แล้ว ที่คุณยังได้เงินเดือนตรงเวลาแบบนี้ก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว เราควรจะเห็น
คุณค่าในงานนี้ อย่าเอาแต่นึกถึงผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของตัวเอง ต้อง
ร่วมหัวจมท้าย แบ่งปันความยากลำบากกัน!” อวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงพูดเป็นเสียง
เดียวกันราวกับกำลังท่องหนังสือ
“ในเมื่อเข้าใจเหตุผลกันดีแล้วก็ไม่ต้องมาคอยทวงหนี้เหมือนหวงซื่อเห
รินอีก!” หม่าต้าเก้อมองอวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงอย่างน่าสงสารราวกับตัวเองเป็นห
ยางไป๋เหล่า
“ลูกพี่หม่า ถึงยังไงคุณก็ทำงานในธุรกิจบันเทิง
คุณจะทำตัวเป็น
ผู้รับเหมาไร้ยางอายไม่ได้นะครับ ถ้าคุณยังขี้เหนียวแบบนี้อีก ผมจะตายให้
คุณดูจริงๆ นะ!” กู่เลี่ยงพูดอย่างจนปัญญา
“พอๆๆ!” หม่าต้าเก้อหัวเราะใส่กู่เลี่ยง “เป็นชายต้องมีอุดมการณ์
กว้างไกล อย่าเอะอะก็อยากไปตาย แบบนี้ไม่ดีหรอก!”
“งั้นบอกมาสิครับว่าสรุปจะให้หรือไม่ให้”
“ถึงจะให้ แต่ผมก็ต้องไปแจ้งฝ่ายการเงินก่อน ไม่ใช่บอกจะให้ก็ควักให้
ได้ทันทีเลยใช่ไหมล่ะ?”
“ครับ งั้นเราจะรอ”
เมื่อออกมาจากห้องทำงานของหม่าต้าเก้อแล้ว กู่เลี่ยงก็เริ่มแย่งเอา
ความดีความชอบมาเป็นของตัว “เป็นไงล่ะ คนอย่างหม่าต้าเก้อ พูดดีไปก็ไม่
มีประโยชน์ ต้องรุนแรงกับเขาสักหน่อย”
อวิ๋นตั่วนั่งลงประจำที่ตัวเองอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ก่อนที่จะหันไปสั่งกู่
เลี่ยง “จัดการรูปพวกนั้นให้เรียบร้อยแล้วส่งให้ฉันด้วย”
“โอเค!” กู่เลี่ยงถือกล้องเดินออกไป ทว่าจู่ๆ ก็หันกลับมาทำหน้าทะเล้น
“ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอนี่เป็นคนเลือกที่รักมักที่ชัง”
“หมายความว่ายังไง?”
“หยูเทียนอี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอ แต่เธอก็ยังให้เขามาปรากฎตัวใน
นิตยสารของเราได้ ไม่กลัวว่าเขาจะเสียชื่อเสียงหรือไง?”
“เขาให้เราถ่ายเองนี่”
“สัมภาษณ์พิเศษนั่นอาจารย์หลิวก็เป็นคนอยากให้เราทำเองนะ?”
อวิ๋นตั่วมองกู่เลี่ยงตาขวาง เขาเองก็ยอมกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเองอย่างรู้
งาน “ฉันรู้ว่าฉันปากมากไปหน่อย ทำงานของเธอต่อเถอะ!”
—————————————————–