ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 461 รู้สึกเหมือนหยางป๋ายเหลาเซ็นสัญญาขายตัว
เมื่อถึงหน้าร้านอวี่ซีแล้วอวิ๋นตั่วก็รู้สึกเหมือนตัวเองนั่งรถไฟเหาะมารอบ
หนึ่ง พอลงจากรถ ขาสองข้างก็อ่อนแรงไปหมด โลกทั้งใบเหมือนกำลังหมุน
อวี่ซีออกมาจากร้าน เมื่อเห็นว่าสีหน้าของอวิ๋นตั่วไม่ค่อยดี จึงรีบเอ่ยถาม
ขึ้น “เป็นอะไรไปน่ะ?”
อวิ๋นตั่วชี้ไปที่อวิ๋นเฉียวแล้วบอกว่า “เขาขับรถซะที่ไหนกันคะ ทำการ
แสดงผาดโผนชัดๆ ตลอดทางที่มาฉันแสดงหนังเรื่อง A Friday Night
Date ไปหลายรอบเหมือนกัน ทำฉันเวียนหัวหมดแล้ว”
อวิ๋นเฉียวคืนกุญแจรถให้อวี่เจ๋อ รู้สึกขุ่นเคืองใจแทนตัวเอง “โทษฉันได้
เหรอ ฉันไม่ได้ขับรถมาเกือบหกปีแล้ว ไม่ชำนาญบ้างเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ
ไง?”
ทั้งสามเข้ามาในร้านแล้วนั่งลงบนโซฟา โดยที่อวิ๋นเฉียวถูกอวิ๋นตั่วกับอวี่
เจ๋อขนาบไว้ตรงกลาง อวี่ซียืนอยู่ตรงหน้า ลักษณะเคร่งขรึมจริงจัง ทำให้เขา
รู้สึกอึดอัด
หนิงหนิง หนึ่งในพนักงานบริการยกนํ้าชาออกมาสามแก้วทันที ตอนที่
วางนํ้าชาตรงหน้าอวี่เจ๋อนั้น เธอก็มองเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาอาวรณ์
จากนั้นก็ยิ้มเขินแล้ววิ่งออกไป
อวิ๋นตั่วมองเธอ แล้วยิ้มเยาะ “ดวงหน้าแดงเรื่อ อิงแอบประตูมอง กลับ
เด็ดลูกบ๊วยมาดอมดม!”
อวิ๋นเฉียวมองน้องสาว “ท่องกลอนอะไรแต่เช้า หมายความว่ายังไง
น่ะ?”
ทว่าอวิ๋นตั่วก็ไม่สนใจเขา
เขาจึงต้องหันมองอวี่เจ๋อ แล้วถามว่า “ฉันเรียนมาน้อย นายบอกฉัน
หน่อยสิว่าที่เธอเพิ่งพูดหมายความว่ายังไง กำลังด่าฉันหรือเปล่า?”
“ไม่ได้ด่านาย แต่ด่าฉันต่างหาก!” อวี่เจ๋อพูด
อวิ๋นเฉียวมองอวี่ซีอีกครั้ง แล้วเม้มปากหัวเราะ เขาเอนตัวลงไปให้ทั้งตัว
อิงอยู่บนโซฟา “ฉันมาแล้ว เรามาคุยปัญหากันดีกว่า!”
อวิ๋นตั่วตีพี่ชายแล้วพูดว่า “จริงจังหน่อยค่ะ นั่งดีๆ”
อวิ๋นเฉียวต้องนั่งให้ดีอีกครั้ง ทำท่าทางเหมือนมาสมัครงาน
อวี่ซีก็ทำท่าทางเป็นการเป็นงานเช่นกัน “ฉันคิดว่าพี่ชายฉันคงบอก
กฎระเบียบพื้นฐานนายแล้ว ไม่มีเงินเดือนขั้นตํ่า เสื้อผ้าทุกชุดที่ออกแบบมา
เราจะทำตัวอย่างชุดออกมาก่อน ยอมรับไว้ล่วงหน้า ยิ่งยอดขายสูง เงินที่นาย
จะได้ก็ยิ่งเยอะ เนื่องจากเอกลักษณ์พิเศษของงานนี้ นายสามารถจัดเวลา
ทำงานของนายเองได้ แต่ฉันต้องการให้นายวาดภาพโครงร่างให้ฉันอย่างน้อย
เดือนละสิบภาพ แล้วก็ระวังด้วย เพราะสิบภาพที่ฉันบอกไปต้องใช้งานได้ทุก
ภาพ ภาพทุกภาพต้องให้ฉันดูก่อน ฉันคิดว่าต้องตรวจทานคุณภาพ ถึงจะถือ
ว่านายทำงานพื้นฐานสำเร็จ ไม่อย่างนั้นต่อให้วาดออกมาสามพันฉันก็ไม่
นับ”
อวิ๋นเฉียวฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าอวี่ซีเหมือนนายจ้างหน้าเลือด
ทำไมเมื่อก่อนเขาดูไม่ออกเลย?
“เธอเข้าข่ายขูดเลือดขูดเนื้อกันนี่ ทำไมภาพของฉันต้องขึ้นอยู่กับการ
ตัดสินใจของเธอด้วย ถ้าเธอมีเจตนาจะไม่จ่ายเงินเดือนฉัน แล้วบอกว่าภาพ
ของฉันไม่ผ่านสักภาพ แบบนั้นฉันก็ทำฟรีน่ะสิ?”
“ที่ฉันเชิญนายมาที่นี่ก็ต้องหวังให้นายสร้างผลประโยชน์ให้อยู่แล้ว ถ้า
ฉันปฏิเสธภาพนายหมดเลยสามภาพ ให้นายเอ้อระเหยอยู่ที่ร้านฉันเฉยๆ จะมี
ผลดีอะไรกับฉันล่ะ?”
“ใช่ๆๆ ขอแค่พี่ออกแบบได้ดี มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ไม่ใช้! นั่นถือเป็นการ
ช่วยเธอหาเงินนะ” อวิ๋นตั่วเกลี้ยกล่อมพี่ชาย
“ยังไงเธอก็ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนขั้นตํ่าให้ฉัน ต่อให้ฉันสร้างผลประโยชน์
ให้ร้านเธอไม่ได้ เธอก็ไม่เสียหายหรอก” อวิ๋นเฉียวกลับไม่สนใจ
อวี่ซีกอดอก มองอวิ๋นเฉียวอย่างแน่วแน่แม้เธอจะว้าวุ่นใจ “นายไม่มั่นใจ
ใช่ไหมล่ะ?”
หากทนสิ่งนี้ได้ ยังมีอะไรที่ทนไม่ได้อีกล่ะ อวิ๋นเฉียวเงยหน้าแล้วบอกว่า
“ฉันเนี่ยนะไม่มั่นใจ ตลกแล้ว!”
“ก็ดี!” อวี่ซีหยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก แล้วส่งให้อวิ๋นเฉียว
“นี่เป็นสัญญาจ้าง นายอ่านสักรอบก่อน ถึงจะไม่มีเงินเดือนขั้นตํ่า แต่ฉันให้
สวัสดีการดีนะ นายคงไม่ขาดทุนหรอกมั้ง? ถ้าไม่มีปัญหา นายก็เซ็นชื่อ
ตั้งแต่วันนี้ไปนายก็มาทำงานได้อย่างเป็นทางการ”
อวิ๋นเฉียวถือปากกา แล้วมองอวิ๋นตั่วด้วยความลังเลนิดหน่อย “น้องสาว
พี่เชื่อถือเธอที่สุดแล้ว เธอว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นดี?”
“เซ็นสิคะ ทำไมจะไม่เซ็นล่ะ?” อวิ๋นตั่วถาม
อวิ๋นเฉียวขมวดคิ้ว แล้วกระซิบกับอวิ๋นตั่ว
“พี่รู้สึกเหมือนหยางป๋าย
เหลา*เซ็นสัญญาขายตัวเลย”
อวิ๋นตั่วหัวเราะ “พี่คิดมากจัง พี่ดูตัวเองตอนนี้สิ ทั้งเนื้อทั้งตัว มีอะไร
ราคาสูงบ้าง?”
อวิ๋นเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “ก็ใช่ เซ็นก็เซ็น!”
หยางป๋ายเหลา*
เป็นหนึ่งในตัวละคร จากภาพยนตร์เรื่อง The
White-haired Girl เป็นชายยากจนที่ถูกบังคับให้ขายลูกสาวตัวเอง