ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 462 หลิวอวี่เจ๋อ เหมือนคุณจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีสัก
เท่าไหร่ เราสองคนเลิกกันแล้ว
เมื่ออวิ๋นเฉียวเซ็นสัญญาเสร็จเรียบร้อย ก็ถือว่างานของอวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อ
ก็สำเร็จแล้ว อวิ๋นตั่วทำเหมือนเอาผู้เป็นพี่ยกให้อวี่ซีไม่มีผิด “ฉันฝากพี่ชาย
ด้วยนะคะ ฝากดูแลเขาด้วย ถ้าเขาทำตัวไม่ดี พี่ก็สั่งสอนเขาได้เลยนะคะ”
อวิ๋นเฉียวที่อยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินเข้าก็รู้สึกอึดอัดใจจนต้องบ่นออกมา “พูด
อะไรแบบนั้นน่ะ พี่ชายเธอไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ยังต้องดูแลอะไรอีก?”
อวิ๋นตั่วถลึงตามองผู้เป็นพี่ “พี่ตั้งใจทำงานอยู่ที่นี่ อย่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฟ่อ
เข้าใจไหมคะ!”
“เข้าใจแล้วล่ะน่า!” อวิ๋นเฉียวจำใจโค้งตัวให้น้องสาว “กลับดีๆ ล่ะ พี่
ไม่ไปส่งนะ!”
อวิ๋นตั่วชูกำปั้นใส่พี่ชาย บอกเขา “อย่ามาทำตัวแปลกๆ นะคะ!”
หลังจากฝากฝังผู้เป็นพี่ให้กับอวี่ซีแล้ว อวิ๋นตั่วก็ออกจากร้านมา อวี่เจ๋อก็
รีบเดินตามมาด้วย ก่อนจะก้าวนำไปเปิดประตูรถให้ ทว่าเธอกลับแสร้งทำเป็น
ไม่เห็น เดินผ่านรถเขาไปอย่างสง่าผ่าเผย แต่อวี่เจ๋อก็รั้งไว้ “เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งรถเมล์ได้”
“หึงเหรอ” เขามองเธอหน้าทะเล้น
“หึง? หึงอะไรคะ?” เธอไม่รู้จะตอบยังไง
“ก็เมื่อกี้ในร้านอวี่ซีน่ะ เธอหึงชัดๆ เลยนี่!”
“ฮ่าๆ!” อวิ๋นตั่วหัวเราะแห้ง “คิดเองเออเองคงไม่ดีเท่าไหร่มั้งคะ? ฉัน
จะไปหึงคนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันทำไม อย่าว่าแต่เป็นความต้องการ
ของเธอคนนั้นฝ่ายเดียวเลย ถ้าคุณจะรักกับเธอ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่
แล้ว”
เขามองเธอแล้วยิ้มอย่างมีความนัย “เธอคิดว่าเธอเข้าใจพี่ใช่ไหม? รู้ว่า
เป็นความต้องการของเขาฝ่ายเดียว ในเมื่อรู้แล้วทำไมถึงยังอารมณ์เสียอยู่อีก
ล่ะ?”
“ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งคะว่าฉันไม่ได้อารมณ์เสีย!”
“ถ้าไม่ได้อารมณ์เสียแล้วทำไมไม่ขึ้นรถ?”
“ตรรกะนี้ดูไม่สมเหตุสมผลเลยนะคะ จะขึ้นรถหรือไม่ขึ้นรถ แล้วมัน
เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ฉันอารมณ์เสียหรือไม่อารมณ์เสียล่ะ?”
“พี่ว่าตรรกะนี้มีเหตุมีผลที่สุดแล้ว ถ้าเธออารมณ์ดีก็จะนั่งรถพี่
ถ้า
อารมณ์เสียก็ไม่นั่งรถพี่ ไม่อย่างนั้นก็หาคนมาตัดสินดูสิว่าใครพูดถูก?”
อวิ๋นตั่วมองอาจารย์ผู้เคยให้ความรู้กับตัวเองด้วยความเสียดาย “ทำไม
พี่เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้คะ?”
“เปลี่ยนไปยังไง?”
“กลายเป็นคนหน้าไม่อาย!”
อวิ๋นเฉียวโผล่หน้าออกมาดูพวกเขาด้วย “เถียงอะไรกันอยู่? ทำไมยังไม่
ไปอีก? เดี๋ยวน้องสาวฉันก็สายหรอก!”
“จะทำตัวตึงเครียดต่อหน้าพี่ชายจริงๆ เหรอ?”
อวิ๋นตั่วโบกมือพลางส่งยิ้มให้พี่ชาย ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถของอวี่เจ๋อ
อวี่เจ๋อตามขึ้นรถไป แล้วจู่ๆ ก็เอนตัวเข้าหาจนเธอผงะ
“จะทำอะไร
คะ?”
“ช่วยคาดเข็มขัดให้ไง”
อวิ๋นตั่วผลักเข้าออก “ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันก็มีมือ!”
“อืม งั้นต่อไปก็อย่าลืมว่าขึ้นรถแล้วต้องคาดเข็มขัดด้วย”
แล้วอวิ๋นตั่วก็ดึงเข็มขัดมาคาดแรงๆ อย่างกับมันทำอะไรให้ไม่พอใจ “ไป
ได้แล้วค่ะ”
“อ่อนโยนหน่อยสิ มันไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย” อวี่เจ๋อบอกเสียงนุ่ม
“จะไปหรือไม่ไป?”
“ไปสิ!”
ขับรถมาถึงสำนักงานนิตยสารแล้วยังไม่ทันจอดสนิทดี อวิ๋นตั่วก็รีบร้อน
จะถอดเข็มขัดจะลงจากรถ แต่อวี่เจ๋อก็รั้งไว้ “เลิกงานเมื่อไหร่ พี่จะมารับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เคยเลิกงานตรงเวลา” เธอเปิดประตูรถ
ทว่าอีกฝ่ายกลับยังไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมให้เธอลงจากรถ “เดี๋ยวก่อน!”
“มีอะไรอีกคะ?” เธอเริ่มหงุดหงิด
แล้วเขาก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด อวี่เจ๋อจู่โจมเข้าหาริมฝีปากของเธอเบาๆ
จากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ “แล้วเจอกัน!”
เธอมองเขาด้วยความตกใจ จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ดึงสติกลับมา
ได้ “หลิวอวี่เจ๋อ ดูเหมือนคุณจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของเรานะคะ เราเลิก
กันแล้ว! เลิกกัน เข้าใจความหมายไหมคะ? ถ้าไม่เข้าใจ ก็ลองไปเปิด
พจนานุกรมดูนะคะ การกระทำเมื่อกี้ของคุณ ฉันฟ้องได้เลยนะ!”
“แต่ไม่ฟ้องก็จะดีกว่า เพราะยิ่งฟ้องร้องเป็นคดี ก็ยังจะเกี่ยวข้องกันสลัด
ไม่หลุด” เขายิ้มเจ้าเล่ห์
———————————————————
–