ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 712 ฉันจะวิ่งให้เขาตาย
หลายมาวันนี้อวิ๋นตั่วต้องตื่นนอนหกโมงเช้า แบบนี้ถึงจะได้พบกับเหล
ยป๋อเหวินที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เขตที่เขาอยู่
ทุกๆ วันเหลยป๋อเหวินจะตื่นนอนประมาณเจ็ดโมงเช้า แล้วจะไปวิ่งที่
สวนสาธารณะ โดยพื้นฐานจะแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะแสดงความ
จริงใจของตัวเอง อวิ๋นตั่วไปวิ่งเป็นเพื่อนเขาติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์ แต่เจ้าตัว
เหมือนจะไม่รู้สึกถึงความจริงใจที่เธอลดเกียรติไปเชื้อเชิญเลยสักนิด
อวี่เจ๋อเห็นเธอนั่งผูกเชือกร้องเท้าอยู่ตรงชั้นวางรองเท้า ก็อดที่จะพูด
หยอกไม่ได้ “อย่าให้สุดท้ายเชิญเขามาไม่ได้ แต่ฝึกเธอให้เป็นนักกีฬาวิ่ง
มาราธอนแทนนะ”
“แค่ตาเฒ่านั่นน่ะเหรอ คิดว่าวิ่งได้วันละแปดร้อยเมตรทุกวันแล้วจะเจ๋
งมากสินะ เขานึกว่าทักษะเล็กน้อยแค่นี้ของเขาจะทำให้ฉันลำบากได้ ฉันรู้สึก
เกรงใจที่จะว่าเขา ตอนแรกที่ฉันเป็นปาปารัซซี่ ตอนที่วิ่งตามดารามีครั้งไหน
บ้างที่วิ่งไม่ถึงพันเมตร มาวิ่งแข่งกับฉันไหมล่ะ ฉันจะวิ่งให้เขาตายเลย!”
อวี่เจ๋อหัวเราะ “เธอจะวิ่งให้เขาตายจริงเหรอ แบบนั้นเธอก็เสียแรงเปล่า
น่ะสิ?”
“ดังนั้น ฉันเลยจะเหลือทางรอดให้ยังไงคะ!”
อวิ๋นตั่วผูกเชือกรองเท้าเสร็จ แล้วรีบร้อนวิ่งออกไปข้างนอก อวี่เจ๋อตะโกน
ตามหลังเธอว่า “ลืมอะไรไปหรือเปล่า?”
อวิ๋นตั่วรีบหันตัววิ่งกลับมา แล้วจูบบนริมฝีปากเขา “ฉันรักพี่ค่ะ!”
“ยิ่งนับวันก็ยิ่งทำแบบขอไปที” อวี่เจ๋อพอใจมาก
“แก้ขัดไปก่อนแล้วกันค่ะ ฉันไม่ทันแล้วจริงๆ!”
อวิ๋นตั่วรีบไปถึงสวนสาธารณะ ตามเส้นทางที่เคยมา ก็จะพบกับเหลยป๋อ
เหวินได้ราบรื่นมาก
“อาจารย์เหลย บังเอิญจังเลยนะคะ!”
“คุณอยู่เมืองตะวันออก ผมอยู่เมืองตะวันตก จะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไง
ครับ? อย่าบอกนะว่าคุณมาจากทิศตะวันออกเพื่อมาวิ่งทางทิศตะวันตกทุก
วัน”
“ปิดบังอะไรคุณไม่ได้เลยจริงๆ นะคะ ตอนอยู่ต่อหน้าคุณ คนเจ้าเล่ห์
อย่างฉันโดนยิงร่วงในนัดเดียวเลย”
“ผมบอกคุณแล้วนะ อย่าเปลืองความคิดเลย ผมไม่ไปหรอกครับ”
“คุณเจียดเวลาได้ไหมคะ ฟังฉันแนะนำรายการสักหน่อย ยังไม่ทันจะรู้
อะไรคุณก็ปฏิเสธแล้ว แบบนี้ไม่ยุติธรรมกับพวกเราไม่ใช่เหรอคะ?”
“เดิมทีโลกนี้ก็ไม่มีความยุติธรรมในการปฏิเสธอยู่แล้ว วันแรกผมก็บอก
คุณไปแล้ว ผมไม่ไปทำของเว็บไซต์หรอก ผมก็รู้เหมือนกันนะว่าตอนนี้เว็บไซต์
ทำเงินดีมาก แต่คนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อเงินอย่างเดียวหรอกใช่ไหมล่ะ? ผม
ไม่นำชื่อเสียงที่ผมสะสมมาในชีวิตช่วงแรกไปเล่นสนุกกับพวกคุณหรอกนะ”
เหลยป๋อเหวินหยุดก้าวเดิน และมองข้างหน้า “ผมจะกลับแล้ว คุณก็กลับไป
เถอะ ทีหลังไม่ต้องมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหรอก”
อวิ๋นตั่วหายใจหอบ นึกไม่ถึงว่าตาแก่จะวิ่งเก่งขนาดนี้ วิ่งได้นานขนาดนี้
โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เธอใกล้จะประคับประคองต่อไปไม่ไหวแล้ว
“อาจารย์เหลยคะ ถ้าพวกเราคิดจะทำเงินอย่างเดียวเหมือนที่คุณบอก
ก็คงไม่มาทำรายการสืบข่าวหรอกค่ะ คุณอย่าคิดไปเองโดยใช้ความประทับใจ
แรกว่ารายการของพวกเราใช้ไม่ได้เพราะเป็นเว็บไซต์
เว็บไซต์ก็เป็นแค่
แพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อคุณรู้สึกว่าเว็บไซต์สู้สถานีโทรทัศน์ไม่ได้ แล้ว
คุณจะลาออกจากสถานีโทรทัศน์มาทำไมล่ะคะ? สิ่งนี้ก็อธิบายชัดเจนแล้วว่า
คุณเกิดความไม่เข้าใจกับแพลตฟอร์มนี้ ก่อนจะมาพบคุณ ฉันดูข่าวที่คุณเคย
รายงานมาทุกข่าว ไม่ผิดหรอกค่ะ ในฐานะสื่อมวลชนคนหนึ่ง คุณมีคุณสมบัติ
เหมาะสม คุณอยู่ในแนวหน้ามาตลอด รักษาท่าทีที่เที่ยงธรรมและมองปัญหา
อย่างเป็นกลางอยู่ตลอด เป็นผู้ดูเหตุการณ์ที่สงบเยือกเย็น ยิ่งคุณสงบเยือก
เย็นขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้คุณไม่มีความฮึกเหิมเร้าใจ ขอโทษที่พูดตรงๆ นะคะ
สำหรับฉัน ฉันชอบคุณในตอนแรกมากกว่าค่ะ เฉียบคมลึกซึ้ง ในการปราชด
ปราชันเสียดสี สามารถชี้แนะให้คนเข้าใจความจริงอย่างสมบูรณ์”
เหลยป๋อเหวินมองอวิ๋นตั่ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มองประเมินหญิงสาวที่วิ่ง
เป็นเพื่อนเขามาหนึ่งสัปดาห์อย่างละเอียด “คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คนทำข่าว
หลีกเลี่ยงที่สุดคืออะไร?”
“วันแรกที่ไปเรียน อาจารย์เคยบอกพวกเราไว้ค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของ
ข่าวคือมองและวิเคราะห์มันจากสภาพความจริง”
———————————————————