ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 713 คนที่ทำเรื่องใหญ่
“ในเมื่อคุณรู้หมดแล้ว ยังมาพูดเรื่องบุคลิกนิสัยอะไรกับผมอีก ไม่รู้สึกว่า
น่าขำเหรอ?”
“นิยามในตอนแรกสุดจะต้องถูกเสมอไปเหรอคะ? ข่าวต้องการความ
เป็นกลาง แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ข่าวล่ะคะ?”
“ผมชื่นชมคนที่กล้าซักถามข้อสงสัยทุกอย่างแบบคุณนะ คุณชื่อ
อะไร?”
อวิ๋นตั่วโดนโจมตี วิ่งเป็นเพื่อนเขามาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าแม้แต่
ชื่อเธอเขาก็ยังจำไม่ได้ ชื่อเธอธรรมดาขนาดนั้นเลยเหรอ?
“อวิ๋นตั่วค่ะ!” เธอพูดสองคำนี้ใส่หูเหลยป๋อเหวินอย่างชัดเจน “อวิ๋นตั่ว
ที่แปลว่าปุยเมฆบนท้องฟ้า”
“ได้ คุณให้ผมไตร่ตรองดูหน่อย อีกสามวันผมจะให้คำตอบคุณ”
คำพูดนี้ไม่ต่างจากตอนสัมภาษณ์งานแล้วบอกให้กลับไปรอการแจ้งผล
เลย
อวิ๋นตั่วสิ้นหวังมาก หรือตัวเองจะไม่มีทางทำให้เขาซาบซึ้งได้จริงๆ
อุตส่าห์มาเชิญด้วยตัวเองหลายครั้งแล้วยังไม่ได้ หรือยังต้องให้คารวะเป็น
อาจารย์อีก?
เธอกลับถึงบ้านอย่างรวดเร็ว อวี่เจ๋อยังไม่ออกไปข้างนอก พอเห็นเธอ
หน้าครํ่าเครียดเหมือนคนแก่ก็เดาได้ว่าเจอคนที่รับมือด้วยยากอีกแล้วแน่นอน
“โดนปฏิเสธมาอีกแล้วเหรอ?”
“ตาแก่คนนี้ใจแข็งจริงๆ ค่ะ ฉันวิ่งเป็นเพื่อนเขามาหนึ่งสัปดาห์แล้ว
สุดท้ายก็ได้รับคำพูดประโยคเดียวว่า อีกสามวันผมจะให้คำตอบคุณ”
“แล้วเธอคิดจะทำยังไงล่ะ หวังให้เขาซาบซึ้งในตัวเธอเหรอ?”
“ไม่ว่ายังไงก็ต้องมองเห็นความจริงใจของฉัน ตั้งใจฟังฉันพูดถึงความ
ปรารถนาเดิมในการทำรายการนี้ไม่ใช่เหรอคะ?” อวิ๋นตั่วบ่นพึมพำ “ยัง
เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์ ถ้าฉันยังจัดการเขาไม่ได้ ก็ต้องเลิกล้มรายการนี้แล้ว”
“เธอเอาความเป็นความตายของรายการนี้ไปผูกไว้ที่เขาเหรอ?”
“ตอนแรกเอาเขาใส่เข้ามาในแผนด้วยไม่ใช่เหรอคะ? ผลก็คือเหยาจุน
บอกว่า ถ้าฉันเชิญเขามาได้ เขาก็จะยอมรับรายการของฉัน ตอนนั้นฉันหัว
ร้อน เลยรับพระราชโองการมาทันที” อวิ๋นตั่วพูดอย่างจนใจ
“ดังนั้น อย่าพูดโม้ส่งเดช!”
เธอล้มตัวลงบนโซฟา แล้วหยิบหมอนอิงมาตีหัวตัวเอง
“ทำยังไงดี
นะ?”
“ไม่ได้ก็ช่างเถอะ ไปทำงานอย่างมั่นคงปลอดภัยก็ดีมากแล้วไม่ใช่
เหรอ?”
อวิ๋นตั่วพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถทำเรื่องที่ใหญ่กว่านี้ได้
สังคมนี้ต้องการคนที่มีความรับผิดชอบและชอบทำภารกิจอย่างฉัน!”
อวี่เจ๋อรู้สึกตลกกับท่าทางที่เอาจริงเอาจังของเธอ “เธอบอกมาสิว่ามี
เรื่องใหญ่อะไรกำลังรอให้เธอไปทำให้สำเร็จ?
ช่วยเหลือโลกเหรอ หรือ
ช่วยเหลือมนุษยชาติ?”
“ไม่รู้สิคะ แต่ฉันมีลางสังหรณ์ว่าฉันจะเป็นคนที่ทำเรื่องใหญ่โต!”
“พอแล้ว คนทำเรื่องใหญ่ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงานเถอะ ไม่อย่างนั้น
เหยาจุนจะไล่เธอออกแน่!”
“ไม่ได้ค่ะ ฉันปวดขา ยืนไม่ไหวแล้ว พี่แบกฉันหน่อยสิ!”
“ดูเธอสิ ตอนเช้ายังโม้อยู่เลยว่าสามารถวิ่งให้ตาแก่นั่นตายได้
ชั่ว
พริบตาเดียวก็เดินขึ้นบันไดไม่ไหวแล้ว” อวี่เจ๋ออุ้มอวิ๋นตั่ว และเดินขึ้นบันได
“เธอน่ะ ทำเป็นแต่รังแกพี่!”
พอถึงห้อง เขาก็วางอวิ๋นตั่วไว้บนโซฟา แล้วเข้าไปเอาชุดอาบนํ้าในห้อง
เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อวิ๋นตั่ว หยิบชุดสูทสีดำออกชุดหนึ่ง แล้วให้เธอดู “ตัวนี้เป็น
ยังไง?”
“ดูแก่เกินไปค่ะ สีดำทั้งตัว คนอื่นจะคิดว่าฉันไปงานศพนะคะ!”
“แต่พี่ว่าดีมากเลยนะ ดูมีความสามารถและประสบการณ์
”
เขา
ดึงอวิ๋นตั่วขึ้นมา “รีบไปเปลี่ยนชุดเร็ว”
อวิ๋นตั่วหยิบชุดขึ้นมาแล้วเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเห็นอวี่เจ๋อยืน
อยู่ตรงประตู ก็ผลักเขาออกไป
อวิ๋นตั่วเปลี่ยนชุดแล้วลองมองดูก็ยังรู้สึกแก่อยู่ดี เธอเปิดประตูออก แล้ว
มองอวี่เจ๋ออย่างไม่พอใจมากๆ “ดูชุดที่พี่เลือกสิคะ?”
“ดีมากเลยนะ” อวี่เจ๋อเดินเข้ามา หยิบเข็มกลัดติดหน้าอกติดให้เธอ
“แบบนี้จะได้ดูเด่นขึ้นมาหน่อย เออใช่ วันนี้กลับเร็วๆ หน่อยนะ ตอนกลางคืน
มีงานประมูลการกุศล เขาขอให้พาคนในครอบครัวไปด้วย”
“ฉันไม่อยากไปที่แบบนั้นค่ะ พี่ให้อวี่ซีไปเป็นเพื่อนไม่ได้เหรอ?”
“อวี่ซีไปกับพี่ชายเธอแล้ว เพิ่งไปมาเมื่อวาน”
“ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ?”
“เธอเป็นคนทำเรื่องใหญ่ เคยสนใจเรื่องเล็กแบบนี้ซะเมื่อไรกัน!” อวี่เจ๋อ
พูดหยอก