ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 116 การต่อสู้อันดุเดือดในทะเล
บทที่ 116 การต่อสู้อันดุเดือดในทะเล
พูดตามตรง เขาเห็นใจทั้งคู่
ทว่าในวันแรกที่มาถึงโลกเซียนอันโหดร้ายแห่งนี้ เขาได้เตือนตัวเองว่าอย่าสร้างปัญหาให้กับตัวเอง
หากไม่ใช่ครอบครัว สหายหรือคนแปลกหน้า ต่อให้ไม่มั่นใจก็สามารถขอโทษไปก่อนได้
“สหายเต๋า ช่วยข้าด้วย ขอเพียงเจ้าให้การช่วยเหลือ ข้าก็พร้อมจะมอบสมบัติให้”
ผู้บำเพ็ญหญิงตะโกนมาทางสวี่หยางด้วยเสียงอันแหบพร่า
สวี่หยางเหลือบมองนาง
แม้มั่นใจว่าไม่รู้จักกัน แต่นางก็ค่อนข้างดูดี รูปร่างอวบ ใบหน้าเล็ก ผิวขาวและการบำเพ็ญอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหก
“สหายเต๋า…” ผู้บำเพ็ญหญิงตะโกนอีกครั้ง
ทว่าสวี่หยางวิ่งเร็วขึ้นจะแทบจะทะยานออกไป
ผู้บำเพ็ญหญิงกัดฟันขณะทะยานเข้าหาสวี่หยาง
“ฮ่าฮ่า สาวน้อยน่าสนใจไม่เบา ชายคนนั้นขี้ขลาดเหมือนหนู เขาจะช่วยเจ้าได้อย่างไร? ข้าคิดว่าเจ้ายอมเชื่อฟังข้าแต่โดยดีเถอะ ขอเพียงรับใช้ข้าให้ดี ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าอย่างแน่นอน”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าหัวเราะเสียงดังขณะทะยานออกไป แล้วคลื่นแสงสว่างก็ปลดปล่อยออกมาจากใต้เท้าขณะตรงเข้าหาผู้บำเพ็ญหญิง
“ตาย!”
คนที่เหลือทะยานออกไปเช่นกัน
“สหายเต๋าช่วยด้วย!”
ผู้บำเพ็ญหญิงยังคงตะโกนมาทางสวี่หยาง เขาเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์เพียงคนเดียวที่นางเห็นในบริเวณนี้ ทำให้ความหวังทั้งหมดถูกฝากฝังเอาไว้กับอีกฝ่าย
สวี่หยางขมวดคิ้วขณะจากไปอย่างรวดเร็ว “การบำเพ็ญของข้าไม่ได้สูงส่งมากนัก คงให้การช่วยเหลืออะไรไม่ได้”
“สหายเต๋า ข้ามีสมบัติล้ำค่าจะมอบให้เจ้า เจ้าแค่ต้องช่วยข้าเท่านั้น”
สวี่หยางลอบถอนหายใจ เขาไม่ได้สนสิ่งที่เรียกว่าสมบัติล้ำค่าเสียหน่อย
ฝั่งตรงข้ามมีจำนวนคนมากเกินไป ซึ่งคนที่เป็นผู้นำก็อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า
คนพวกนี้ใช้อุบายอันโหดเหี้ยม เห็นได้ชัดว่างานหลักที่ทำจัดอยู่ในจำพวกโจรชั่ว จึงไม่แปลกที่จะมีไพ่ตายอยู่กับตัว เขาจะไม่สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด
ทว่าความเร็วของผู้บำเพ็ญหญิงเกินกว่าที่สวี่หยางคาดเอาไว้ เพียงพริบตานางก็ไล่หลังตามมาทัน
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง”
หัวใจของสวี่หยางสั่นไหว หลังจากบิดข้อมือ ยันต์ลูกไฟระดับสองก็ปรากฏ
ยันต์นี้ได้มาจากโจรหญิงในช่วงท้ายของงานชุมนุมแลกเปลี่ยนผู้บำเพ็ญธรรมดาในเมืองเซียนของสำนักชิงหยาง จำนวนมีทั้งสิ้นห้าใบ
สวี่หยางจับจ้องผู้บำเพ็ญหญิงแล้วแค่นเสียงเย็น “อย่าเข้ามาใกล้ข้า”
ผู้บำเพ็ญหญิงตวาดลั่น “มันรู้ตัวแล้ว จัดการมัน!”
“ฆ่ามัน!”
ซ่า…
ฉับพลันผู้บำเพ็ญชายซึ่งตกลงไปในน้ำทะเลพลันทะยานขึ้นมา กระบี่ยาวที่ปกคลุมด้วยปราณวิญญาณตวัดใส่ร่างกายส่วนล่างของสวี่หยาง
“นึกแล้วเชียว…”
สวี่หยางหรี่ตา
เขามั่นใจว่าผู้บำเพ็ญหญิงที่กำลังหลบหนีเร็วมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดเองได้ แต่นางเลือกที่จะลากให้ตนเองเข้ามาพัวพัน
ดูท่าว่าเรื่องนี้จะไม่ชอบมาพากล
ผู้บำเพ็ญมนุษย์สามีภรรยา รวมถึงกลุ่มที่มีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าคนนั้นน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน
หากละโมบในเงินทอง และพยายามช่วยเหลือผู้บำเพ็ญหญิงเมื่อครู่ เขาอาจจะติดกับไปแล้ว
เขาคาดเดาว่าอาจมีค่ายกลที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ทะเลตรงนั้น ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็จะเจอกับปัญหาใหญ่หลวง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สวี่หยางก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมา ความระแวดระวังในคราวนี้ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้
โดยไม่คิดให้มากความ สวี่หยางทะยานออกไปขณะมองกระบี่ยาวที่ตรงเข้ามา
“ฮ่าฮ่า เจ้าตายแน่”
ผู้บำเพ็ญชายที่ทะยานออกจากน้ำบังเกิดความยินดีเมื่อเห็นว่าสวี่หยางไม่หลบเลี่ยง หนำซ้ำยังพุ่งเข้าใส่อีกด้วย
เขาควบคุมปราณกระบี่แล้วเร่งความเร็วถึงขีดสุด
ทว่าทันทีที่สัมผัสร่างของสวี่หยาง โล่ไม้ศิลาในมือก็ทำการปกป้องเจ้าของก่อนจะปัดป้องการโจมตีทันที
“อะไรกัน?”
ขณะเข้าใกล้ผู้บำเพ็ญชาย สวี่หยางขว้างยันต์ลูกไฟในมือออกไป
“อ๊าก…”
ชายผู้นี้เพิ่งจมสู่ห้วงความยินดีที่ได้ลาภครั้งใหญ่ ทำให้ไม่ทันได้ตอบสนองก่อนจะถูกไฟคลอกท่วมร่าง
นี่คือยันต์ลูกไฟระดับสอง มันมีพลังเทียบเท่ากับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น หาใช่ของธรรมดาไม่
หากไม่ใช่เพราะสวี่หยางเห็นว่ามีคนจำนวนมากตรงเข้ามาก็คงอยากจบการต่อสู้โดยไว หาไม่แล้วตนเองคงไม่เต็มใจที่จะใช้ยันต์ใบนี้
ไม่ช้า ถ่านร่างมนุษย์ตกลงไปในทะเล คราวนี้มันจมลงไปจริง ๆ
“อู๋หลาง…”
ผู้บำเพ็ญหญิงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา ทันใดนั้นนางก็หันไปมองสวี่หยางด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “เจ้าถึงกับฆ่าอู๋หลาง ข้าจะถลกหนังและเอาหัวของเจ้ามาจุดตะเกียงสวรรค์เพื่อไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีก”
สวี่หยางหัวเราะแผ่วเบา “เจ้าที่อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณนับว่ายังเด็กเกินกว่าจะมาใช้วิธีชั่วร้ายเช่นนั้น”
ผู้บำเพ็ญหญิงแค่นเสียงเย็น แม้จะรู้สึกเดือดดาล แต่ที่พูดมาก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล
นางทราบว่าอาจจะไม่สามารถเอาชนะสวี่หยางด้วยพละกำลังที่มีได้ ดังนั้นตนเองจึงใช้กระบี่เพื่อต่อสู้กับอีกฝ่ายโดยไม่เข้าใกล้จนเกินไป
แม้ความคิดของนางจะไม่เลว แต่สวี่หยางไม่เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น!!
“อ๊ากก!!”
เคล็ดวิชามังกรขับขานถูกปลดปล่อยออกมา ผู้บำเพ็ญหญิงตอบสนองไม่ทันจึงตกอยู่ในภวังค์
อึดใจต่อมา กระบี่ที่นางควบคุมก็ตกลงไปในทะเล เมื่อกลับมามีสติ นางก็เห็นร่มพันกลของสวี่หยางมาอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ไม่…”
ร่มพันกลเล็งมาที่ปากนางก่อนจะพุ่งเข้าใส่ทันที!
พรวด!
ร่มพันกลทะลุเข้าไปก่อนจะถูกดึงออก ปลายของมันมีโลหิตหยดลงมา
ฟ่าว!!
หลังจากร่างตกลงไปในทะเล สวี่หยางก็ปลดถุงเก็บของของนางกับกระบี่ที่กำลังจะจมลงไป
กระบี่เล่มนี้คุณภาพธรรมดา มันเป็นเพียงกระบี่ขั้นต่ำระดับหนึ่งเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าผู้บำเพ็ญหญิงคนนี้ไม่ได้มีสถานะสูงส่งในกลุ่มและมีบทบาทหน้าที่เพียงหลอกล่อผู้อื่นเท่านั้น
คนประเภทนี้น่ารังเกียจยิ่งกว่าพวกที่เข้ามาขัดขวางและเข่นฆ่าผู้อื่นเสียอีก นางใช้ตัวตนในฐานะสตรีเพื่อแสร้งทำเป็นอ่อนแอจนได้รับความเชื่อใจ
ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ถูกหลอก และต้องตายด้วยเงื้อมมือของนาง
เพียงพริบตา ผู้บำเพ็ญมนุษย์สามีภรรยาก็ถูกสวี่หยางสังหาร ทำให้อีกสี่คนที่กำลังไล่ตามมารู้สึกหวาดกลัวจนยากจะอธิบาย
“โอหัง!!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าแค่นเสียงเย็น แล้วหน้ากากสีดำก็คล้ายกับมีสีเข้มขึ้น
แต่เขาไม่มีความคิดที่จะหลบหนี
เหตุผลนั้นง่ายมาก พละกำลังของผู้บำเพ็ญมนุษย์สามีภรรยานับว่าธรรมดาในหมู่พวกเขา ในฐานะผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า เขาย่อมไม่มีทางได้รับผลจากเรื่องเช่นนี้
จนถึงตอนนี้ พละกำลังที่สวี่หยางเปิดเผยออกมาอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด เขาจึงคิดว่าน่าจะสามารถโค่นสวี่หยางได้อย่างง่ายดาย
“รับไปซะ!!”
ในที่สุด ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำก็เข้ามาโดยมีผู้บำเพ็ญมนุษย์อีกสามคนร่วมมือกันขนาบข้างทั้งซ้ายขวาอย่างรู้งาน
พวกเขาใช้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเพื่อโจมตีจากทุกทิศทาง ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หยุดพัก
ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำควบคุมดาบที่มีโซ่ยาว ซึ่งดาบดังกล่าวคล้ายกับสามารถหมุนไปมาได้ มันส่งเสียงคำรามหมองหม่นในอากาศธาตุประหนึ่งใบพัด จากนั้นจึงทะยานเข้าหาสวี่หยาง
การโจมตีที่ดังสนั่นหวั่นไหวของคนทั้งสี่ประสานกันอย่างดุเดือด ทำให้ไม่เหลือโอกาสที่จะรอดชีวิตกลับไปได้
สวี่หยางไม่แตกตื่นขณะขยี้เครื่องรางป้องกันขั้นสูงระดับหนึ่ง
ในเวลาเดียวกัน โล่ไม้ศิลาก็ทำงานขณะพลังเข้าสู่เครื่องรางจนเกิดเป็นโล่ป้องกันทรงพลังบนร่างกาย
“ทะลวง!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำเปี่ยมด้วยความมั่นใจและพร้อมที่จะทะลวงการป้องกันของสวี่หยางในอึดใจเดียว
ปัง ปัง ปัง…
ศัสตราศักดิ์สิทธิ์บดขยี้ชิ้นแล้วชิ้นเล่า แต่สวี่หยางยังคงไม่ขยับ ความจริง โล่ป้องกันบนร่างกายไม่มีทีท่าว่าจะสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย
“เป็นไปได้อย่างไร??”
“พวกเราโจมตีพร้อมกันสี่คนเลยนะ”
“พี่อวี่ มันเกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ติดตามทั้งสามตกตะลึง พวกเขาไม่อาจทะลวงการป้องกันได้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
ฟุ่บ ฟุ่บ!
ก่อนที่ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำจะได้พูดอะไร สวี่หยางก็ยิงดัชนีฝังเข็มออกไปคนละสองครั้ง
เขาเล็งสองคนที่อ่อนแอที่สุดก่อน
พลังยุทธ์ที่ปกป้องร่างกายทั้งสองถูกทำลายทันที ดัชนีฝังเข็มทะลวงเข้าสู่หัวใจก่อนทั้งสองจะตกลงไปในทะเลโดยไร้การตอบโต้!
ตอนนี้เองที่สวี่หยางเปิดเผยระดับการบำเพ็ญแท้จริงออกมา
ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถสังหารสองคนเมื่อครู่ได้โดยไม่ต้องพยายามแต่อย่างใด!!
น่าตกตะลึง น่าตกตะลึงเกินไปแล้ว!
ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำหวาดกลัว เขาทราบว่าตนเองเจอกับตอเข้าแล้ว อีกฝ่ายไม่ใช่ผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด แต่เป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า
เมื่อดูจากอุบายที่ใช้ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าธรรมดา
“รีบหนี!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำตะโกนเสียงต่ำขณะควบคุมอาวุธเพื่อโจมตีสวี่หยาง แต่ร่างกายของเขายังคงร่นถอยออกมา
ผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดอีกคนตอบสนองช้าเกินไป ตอนที่คิดจะหลบหนี ลูกไฟก็พุ่งเข้ามาที่ใบหน้า
ตูม ตูม…
เปลวไฟลุกโชน ชายผู้นั้นก็กลายเป็นถ่าน
“หากสหายเต๋ามีเรื่องจะพูด ศิษย์พี่ของข้า มือขลุ่ยชั่วร้ายอยู่ไม่ไกล หากไปเสียตอนนี้ เจ้าก็จะไม่เจอเขา! ไม่อย่างนั้น ถ้าเขามาเมื่อไหร่ เจ้าตายแน่”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้ากากสีดำสัมผัสได้ว่าสวี่หยางยังคงไล่ตามมา ด้วยความหวาดกลัว เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้พี่ชายมาเป็นโล่
“พี่ของเจ้า?? มือขลุ่ยชั่วร้าย??”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของสวี่หยางก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เขาทราบว่าหลินหวั่นชิงกำลังไล่ตามคนผู้นี้
หากหลินหวั่นชิงสามารถจับมือขลุ่ยชั่วร้ายได้ เท่ากับนางสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ให้กับตระกูลหลิน
ผลตอบแทนต้องดีอย่างแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น นางจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลด้วย
ความจริง แม้การต่อสู้ภายในตระกูลหลินจะดุเดือด แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังอยากให้ตระกูลอยู่ดีกินดี หากนางซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติทำผลงานได้ดี สร้างความดีความชอบได้บ่อยครั้งจนพิสูจน์ว่าสามารถพาตระกูลสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ เช่นนั้นคนเหล่านี้ผู้ไม่ใช่คนโง่เขลาก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างแน่นอน
“ดี แล้วพี่ของเจ้าอยู่ไหนหรือ”
สวี่หยางเตรียมที่จะใช้ยันต์แสงทองแล้ว
ทันทีที่มือขลุ่ยชั่วร้ายออกมา เขาจะต้องปลิดชีพอีกฝ่ายให้ได้!