ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 176 ข้าจะทำตามที่เจ้าต้องการ
บทที่ 176 ข้าจะทำตามที่เจ้าต้องการ
“หลินไห่ถัง ตอนพวกเราหลบหนี ข้าสัมผัสได้ว่าเยี่ยฉิงเข้าค่ายกลเคลื่อนย้ายและหลบหนีได้สำเร็จเหมือนกัน”
สวี่หยางกับหลินไห่ถังส่งกระแสจิตถึงกัน “ตอนเยี่ยฉิงออกไปจากที่นี่ เกรงว่านางจะบอกเบื้องบนว่าข้อจำกัดของเจ้าถูกถอนออกหมดแล้ว!”
“มันก็ช่วยไม่ได้ หอสังคีตสวรรค์มุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งครั้งนี้พวกเราเผชิญหน้ากับสามสำนักสูงสุด พวกเขาจะต้องเข้ามาปราบปรามอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพวกเขาจะมาตามล่าไปได้สักระยะ”
หลินไห่ถังวิเคราะห์
ระหว่างสนทนา หลินหวั่นชิงก็เดินเข้ามา
“สามี!”
หลินหวั่นชิงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
สวี่หยางยิ้มบาง “หวั่นชิง ม่านอวิ๋น อวี้เอ๋อร์”
“นี่ สหายเต๋าหลินไห่ถัง เจ้าก็หนีมาด้วยหรือ แล้วหวงเสี่ยวเหมยไปไหนหรือ?” เสิ่นม่านอวิ๋นเหลือบมองหลินไห่ถังด้วยความประหลาดใจ นางพบว่าอีกฝ่ายยืนใกล้สวี่หยางค่อนข้างมาก
ความใกล้ชิดเช่นนี้มันเกินกว่าขอบเขตของมิตรภาพปกติ
“หรือว่าระหว่างพวกเขา…”
ชั่วขณะหนึ่ง เสิ่นม่านอวิ๋นก็มีสีหน้าแปลกประหลาด
หลินไห่ถังอธิบาย “ข้าบังเอิญอยู่ในเมืองเซียนตอนที่มันถูกผนึก หลังจากนั้นก็มาร่วมมือกับสหายเต๋าสวี่…”
แม้นางจะอธิบายโดยสังเขป แต่ก็ไม่ได้ลงลึกถึงความสัมพันธ์กับสวี่หยาง
“ไว้คุยกันหลังจากกลับถึงบ้านแล้ว”
หลังจากสนทนากับผู้อาวุโสที่เข้ามาแล้ว หลินอีหลุนก็เป็นฝ่ายนำเพื่อเดินทางกลับ
“สามี เจ้าห่างหายไปหลายวัน ทำเอาพวกข้ากลัวแทบตาย”
หลินหวั่นชิงดึงมือของสวี่หยาง เมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บ นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ดีแล้วที่กลับมาได้”
“ฮ่า ๆ สามีของเจ้าไม่ใช่คนธรรมดาหรอกนะ” สวี่หยางเอ่ยพลางแย้มยิ้ม
หลินหวั่นชิงเอ่ยคำด้วยความสงสัย “สามี สายตาที่หลินไห่ถังมองเจ้ามันค่อนข้างผิดปกติ ซ้ำยังเอาแต่ตามเจ้าไม่ห่าง หรือว่านางจะมีใจให้?”
สวี่หยาง “…”
ยอดเยี่ยมมาก ไม่แปลกใจเลยที่เขาว่ากันว่าสัญชาตญาณของสตรีช่างน่ากลัว นางมองเห็นเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ?
“หวั่นชิง มีสิ่งสำคัญมากที่ข้าอยากบอกเจ้า”
สวี่หยางดึงมือของหลินหวั่นชิงขณะบอกเสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้ว่าให้พาหลินไห่ถังออกไปก่อน
ในความคิดของสวี่หยาง หลินหวั่นชิงอารมณ์ร้ายที่สุด
แม้ภายนอกเสิ่นม่านอวิ๋นจะอารมณ์ร้าย แต่แท้จริงกลับเป็นคนปากร้ายใจดี
ส่วนอวี้เอ๋อร์ นางเป็นคนมีน้ำใจ อ่อนโยนและใจดี อีกฝ่ายจะต้องยอมรับหลินไห่ถังได้อย่างแน่นอน
ดังนั้น ตัวแปรจึงตกอยู่กับหลินหวั่นชิง
การแจ้งหลินหวั่นชิงก่อนย่อมลดแรงกระแทกได้ค่อนข้างมาก
เมื่อเห็นเช่นนี้ เสิ่นม่านอวิ๋นพยักหน้า แล้วหลินอวี้ก็ดึงหลินไห่ถังตามไปด้วย
…
บนทุ่งหญ้าสีเขียว สายลมพัดผ่านพร้อมกลิ่นหญ้า
หลินหวั่นชิงมองสวี่หยางด้วยความสงสัยก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากฝ่าย “นี่ เจ้าไม่ได้ป่วยใช่หรือไม่?”
“พอได้แล้ว ข้าจริงจังนะ!”
หลินหวั่นชิงขมวดคิ้ว “มีข่าวร้ายอะไรหรือ?”
หากเป็นข่าวดี สวี่หยางย่อมไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่นอน มันต้องเป็นข่าวร้ายไม่ผิดแน่
เพียงชั่วขณะ หัวใจของนางก็ดิ่งวูบ “สวี่หยาง เจ้าได้รับบาดเจ็บตรงไหนงั้นหรือ เจ้ากลัวว่าข้าจะถูกทุบตีใช่หรือไม่?”
สิ้นคำ หลินหวั่นชิงก็ยิ่งวิตกขณะกุมมือของสวี่หยาง “บอกความจริงมาเถอะว่าเจ้ามีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วัน ไม่ต้องห่วง ข้าจะต้องเชิญหมอที่ดีที่สุดมารักษาเจ้าให้ได้อย่างแน่นอน!!”
สวี่หยาง “…”
เมื่อมองหลินหวั่นชิงผู้มีท่าทีวิตกกังวล สวี่หยางก็พูดไม่ออก
เขาอยากเปิดศีรษะของนางเหลือเกินว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างในสมองกันแน่
สวี่หยางเอ่ยคำอย่างจนใจ “เอาละ พูดตามตรง ข้าไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก เอ่อ… มาพูดเรื่องที่เกิดกับข้าก่อนดีกว่า”
ดังนั้น สวี่หยางจึงเล่าภาพรวมของสถานการณ์ในเมืองเซียนให้ฟัง รวมถึงความจริงที่หลินไห่ถังถูกควบคุมโดยหอสังคีตสวรรค์
ในที่สุดเขาก็เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลินไห่ถัง
เขาเน้นไปที่กระบี่คู่ยวนยางเป็นพิเศษ
“ในตอนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะกระบี่คู่ยวนยาง พวกข้าอาจจะตายไปแล้วก็ได้” สวี่หยางถอนหายใจขณะคว้าไหล่ของหลินหวั่นชิงด้วยมือทั้งสองข้างแล้วเอ่ยคำอย่างราบเรียบ “หวั่นชิง เจ้าไม่โกรธใช่หรือไม่??”
“พรืด…”
สิ่งที่ทำให้สวี่หยางประหลาดใจก็คือหลินหวั่นชิงพลันหัวเราะออกมา
สวี่หยาง “…”
“เอ่อ… เจ้าไม่โกรธใช่หรือไม่?”
หลินหวั่นชิงเอ่ยคำอย่างจริงจัง “มีอะไรต้องโกรธด้วยหรือ”
“เอ่อ… ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ให้ข้ายุ่งกับผู้หญิงข้างนอก” สวี่หยางเอ่ยอย่างจริงจัง
“ข้าหมายถึงเจ้าจะไปมั่วสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ แต่กับหลินไห่ถัง นั่นนับเป็นคนละกรณีกัน”
หลินหวั่นชิงช่วยสวี่หยางลูบเส้นผมบนหน้าผากพลางกระซิบ “แม่นางหลินไห่ถังเป็นคนดี ข้ามองออกอยู่แล้ว! นางเป็นนักปรุงยาเหมือนกัน อีกทั้งยังกลั่นยาสร้างรากฐานให้ จะว่าไป นางช่วยให้ข้ารู้แจ้งทางอ้อม หมายความว่า นางเป็นผู้มีพระคุณของข้าครึ่งหนึ่ง”
“นอกจากนี้ เพราะเจ้าร่วมมือกับนางก็เลยทำการขัดเกลากระบี่คู่ยวนยางเพื่อเพิ่มกลยุทธ์ในการหลบหนี ทำให้สามารถมาที่นี่ได้อย่างปลอดภัย ไม่เพียงแค่ไม่โกรธเท่านั้น แต่ข้าอยากช่วยให้เจ้าได้แต่งงานกับหลินไห่ถังอย่างเหมาะสมอีกด้วย”
หลินหวั่นชิงกลับแสดงความเข้าใจได้อย่างน่าประหลาด!!!
สวี่หยางยิ้มก่อนจะส่งเสียงจิ๊ปาก
เขาจูบหน้าผากของหลินหวั่นชิงอย่าง ‘ดูดดื่ม’
พละกำลังค่อนข้างมากจนทำเอาหลินหวั่นชิงหายใจไม่ออก
“เจ็บ ๆ… น่ารังเกียจนัก”
หลังจากเจอแรงวัวเก้าแรงเสือสองเข้าไป หลินหวั่นชิงก็เป็นอิสระจากปากพยัคฆ์ของสวี่หยาง
นางกลอกตามองสวี่หยางขณะเอ่ยอย่างจริงจัง “นับจากนี้ไป เจ้าต้องทำดีกับผู้อื่นให้มาก”
“แน่นอนอยู่แล้ว” สวี่หยางตบอกตัวเอง
“แต่ว่า เจ้าถอนข้อจำกัดในภวังค์จิตของหลินไห่ถังแล้ว กลุ่มหอสังคีตสวรรค์จะต้องทราบเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะงั้นหลังจากนี้ก็ระวังตัวเอาไว้ด้วย”
ทั้งสองสนทนาก่อนจะกลับไปหาตระกูล
…
ที่พักตระกูลหลิน
ในที่พักของหลินหวั่นชิง หลินไห่ถังเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ของนางกับสวี่หยางให้เสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้ฟังระหว่างเดินทางกลับ
“อย่างที่คิดเลย”
เสิ่นม่านอวิ๋นถอนหายใจ
หลินอวี้กุมมือของหลินไห่ถังแล้วแย้มยิ้ม “ไห่ถัง เจ้าไม่ต้องระแวดระวังก็ได้ อีกอย่าง ต้องขอบคุณในความร่วมมือของเจ้า สามีของข้าก็เลยสามารถฆ่าศัตรูและหลบหนีออกมาได้ พวกข้าต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเจ้าเสียด้วยซ้ำ”
“ใช่แล้ว ไห่ถัง พวกข้าจะเตรียมห้องให้เจ้า มันจะต้องสวยอย่างแน่นอน”
เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยอย่างจริงจัง
หลินไห่ถังรู้สึกประทับใจกับคำพูดอีกฝ่ายยิ่งนัก
เดิมที นางกังวลว่าภรรยาของสวี่หยางจะไม่ต้อนรับเพราะกลัวจะมาแย่งความโปรดปราน จนตนถูกกลั่นแกล้ง
ตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะกังวลมากเกินไป
ผ่านไปสักพัก หลินหวั่นชิงก็เดินเข้ามาขณะดึงมือของหลินไห่ถังแล้วบอกว่าอย่าคิดมาก นางยังขอให้คนอื่นนำเครื่องเรือนกับผ้าห่มมาให้ จากนั้นส่งข้ารับใช้ไปเตรียมอาหารกับจัดโต๊ะในตอนเย็นเพื่อต้อนรับการมาถึงของอีกฝ่าย
ตกเย็น
นี่เป็นอาหารเย็นที่ทานร่วมกันเป็นครั้งแรกหลังจากแยกจากกันมานาน
อาหารแปดจานกับน้ำแกงสองจานล้วนใช้วัตถุดิบคุณภาพชั้นยอด
ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหลินอวี้กับเสิ่นม่านอวิ๋น ขณะพวกนางนั่งรับประทานอาหาร สวี่หยางก็ถอนหายใจขณะมองภรรยาผู้งามงดทั้งสี่
ภรรยาสี่คนนี้ช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
มีสองคนที่เป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐาน หากแพร่งพรายออกไป พวกนางจะต้องภูมิอกภูมิใจเป็นแน่
สิ่งสำคัญก็คือภรรยางดงามทั้งสี่ต่างเชื่อฟังและเข้าใจกันเป็นอย่างดี
ความสามัคคีในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งสวี่หยางไม่ต้องกังวลว่าภรรยาสุดที่รักจะมาทะเลาะกันเอง
ขณะรับประทานอาหาร บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเอง
ทว่า มีสิ่งหนึ่งที่สวี่หยางลังเลเล็กน้อย
เพราะเขาไม่ทราบว่าคืนนี้จะต้องไปหาใคร
ถึงอย่างไร หลินไห่ถังก็ไม่เคยนอนร่วมกับพวกหลินหวั่นชิงมาก่อน
ดังนั้น หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว ขณะหลินหวั่นชิง หลินอวี้และเสิ่นม่านอวิ๋นกำลังล้างจาน สวี่หยางก็พูดถึงเรื่องนี้กับหลินไห่ถัง
“ข้าจะทำตามที่เจ้าต้องการ”
สิ่งที่ทำให้สวี่หยางประหลาดใจก็คือหลิ่นไห่ถังไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด
“เอ่อ… เจ้ารับได้ใช่หรือไม่?”
“มันมีอะไรผิดปกติงั้นหรือ?” หลินไห่ถังพยักหน้าอย่างเขินอาย “ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าในเมื่อเต็มใจที่จะอยู่กับเจ้าแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะยอมรับทุกสิ่งจากตัวเจ้า อีกอย่าง ความสำราญในห้องก็เป็นการสื่อสารปกติระหว่างสามีภรรยา ไม่ใช่เรื่องน่าเขินอายแต่อย่างใด”
พูดตามตรง ทุกวันนี้แทบไม่มีคนที่มีความคิดลึกล้ำเหมือนอย่างหลินไห่ถัง
สวี่หยางโล่งอกเป็นอย่างยิ่งก่อนจะดึงมือของนางแล้วเอ่ยคำ “ดีมาก ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน”
…
ตกกลางดึก
กลิ่นหอมของกล้วยไม้ที่ห่างหายไปนานอบอวลไปทั่วห้อง
ตอนหลินไห่ถังอยู่ในสำนักชิงหยาง นางแทบไม่เคยอาบน้ำ แต่ในตอนนี้ สวี่หยางกลับเติมน้ำและโรยสมุนไพรจำนวนมากลงไป ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ตนเองอยากล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาด
เสื้อคลุมถูกถอดออกจนเผยให้เห็นผิวเนียนเรียบ จากนั้นสวมชุดสีขาวบางน้อยชิ้นเย้ายวนใจยิ่ง
สวี่หยางก้าวไปข้างหน้าก่อนจะอุ้มนางขึ้น
หลินไห่ถังมีท่าทีเขินอาย “สหายเต๋าสวี่… เจ้าต้องอ่อนโยนนะ”
“เจ้ายังจะเรียกข้าว่าสหายเต๋าสวี่อีกหรือ?” สวี่หยางยิ้ม
“พวกเราควรแต่งงานกันก่อนหรือไม่” หลินไห่ถังนอนบนร่างของสวี่หยางประหนึ่งแมวเกียจคร้าน
“ได้ ข้าจะแต่งงานกับเจ้า”
สิ้นคำ เขาโยนหลินไห่ถังลงไปในถังน้ำก่อนจะตามเข้าไป
ไม่ช้า น้ำในถังก็สั่นไหว แล้วเสียงครวญครางของหลินไห่ถังก็ดังขึ้น
หลังจากเสร็จกิจแล้ว หลินไห่ถังก็กลับเข้าห้องก่อน
ถึงอย่างไรนางก็ยังไม่ได้แต่งงานอย่างเป็นทางการ ดังนั้นตนเองจึงตัดสินใจที่จะนอนคนเดียวในช่วงสองสามคืนนี้
ผ่านไปสักพัก หลินอวี้ หลินหวั่นชิงกับเสิ่นม่านอวิ๋นเข้ามาหาสวี่หยางผู้นอนหลับอยู่บนเตียง พวกนางต่างมองหน้ากันโดยไม่พูดจา
ทั้งที่เพิ่งมารวมตัวกันได้ แต่สวี่หยางกลับชิงหลับไปแล้วงั้นหรือ??
แต่ในพริบตาต่อมา สวี่หยางพลันลากหลินอวี้ขึ้นเตียง
“ไอ้หยา!” หลินอวี้ตกใจ
“ฮ่า ๆ ตกใจใช่ไหมล่ะ”
สวี่หยางหัวเราะเสียงดัง
“เลวมาก”
เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยคำอย่างเกรี้ยวกราด
หลินหวั่นชิงกัดฟัน “พวกเรามาปรนนิบัติเขาให้ดีกันเถอะ!”
ขณะทั้งสองลอบต่อว่าสวี่หยางเพราะขาดคุณธรรมในการต่อสู้ หลินอวี้ก็เข้ามาแนบชิดกับสวี่หยางแล้ว
…
วันต่อมา
ทุกคนตัดสินใจเลื่อนงานแต่งของหลินหวั่นชิง หลินไห่ถังกับสวี่หยางชั่วคราว
นั่นเพราะมีข่าวคราวจากตระกูลสูงสุดทั้งหลายซึ่งอยู่รอบข้างสำนักชิงหยาง
หลังหลบหนีออกมาจากเมืองเซียนของสำนักชิงหยางในวันนั้น มีบางส่วนที่หลบหนีไม่ทันก่อนจะถูกส่งกลับไปที่สำนักชิงหยาง
ไม่กี่วันหลังจากนั้น กลุ่มคนก็ถูกส่งออกไปกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า
ในเวลาเดียวกัน ผู้อาวุโสบางส่วนในสำนักชิงหยางก็หลบหนีไปพร้อมกับศิษย์คนอื่น ๆ
พวกเขามาพร้อมกับข่าวที่น่าตกตะลึง
ผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ถึงกับเป็นซ่งซานชูผู้เป็นศิษย์เอกของสำนักชิงหยาง
ซ่งซานชูเรียนรู้วิชากู่จากที่ใดไม่ทราบ แต่ตอนนี้แม้กระทั่งโจวหลี่ซึ่งเป็นประมุขสำนักชิงหยางก็ยังถูกควบคุม
ส่วนเหตุผลที่เขาส่งกลุ่มผู้บำเพ็ญจำนวนมากถูกส่งไปที่สำนักชิงหยางก็เพื่อขัดเกลาสมบัติกู่ระดับสี่!!
มีเพียงสมบัติกู่ระดับสี่เท่านั้นที่สามารถควบคุมผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดได้
หากคำนวณตามเวลา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สมบัติกู่ระดับสี่อาจจะถูกขัดเกลาสมบูรณ์แล้วก็เป็นได้
ถึงตอนนั้น ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดคนที่สองของสำนักชิงหยางก็จะถูกควบคุม
เรื่องนี้มีความสำคัญค่อนข้างมาก
กองกำลังกับสำนักสูงสุดทั้งหลายต่างร่วมแรงร่วมใจ พวกเขาพร้อมที่จะละทิ้งความขัดแย้งในอดีตเพื่อหารือมาตรการตอบโต้ร่วมกัน