ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 178 หกปีผ่านไป...จดหมายของหวงเสี่ยวเหมย
บทที่ 178 หกปีผ่านไป…จดหมายของหวงเสี่ยวเหมย
เอี๊ยด…
เมื่อประตูเปิดออก สวี่หยางก็ก้าวเข้าไป
สวี่หยางมองไปที่ภรรยาทั้งที่นั่งอยู่บนเตียงในห้อง หัวใจของเขาก็รู้สึกคันยุบยิบ
ตื่นเต้นนิดหน่อย
“ภรรยาที่รักทั้งสอง รอคอยเจ้านานแล้ว”
พูดจบ เขาก็ใช้ไม้ตาชั่งสองอันบนโต๊ะ ยกผ้าคลุมสีแดงของทั้งสองคนขึ้น
“งาม งดงามมาก”
สวี่หยางส่ายหัวด้วยความซาบซึ้ง
“สามี เจ้าว่าระหว่างข้ากับไห่ถัง ใครงามกว่ากัน” หลินหวั่นชิงถามพลางหัวเราะ
ไม่ดีนี่คือคำถามที่ทำให้สิ้นชีวิตได้เลย ถ้าตอบไม่ดี อาจมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นได้
หลินไห่ถังลืมตาจ้องมองสวี่หยาง เม้มริมฝีปากเล็กน้อย คาดหวังให้สวี่หยางตอบ
“เอ่อ… พวกเจ้าสองคน ต่างก็มีดีต่างกัน ส่วนใครจะงามที่สุดนั้น ไม่ได้ ข้ายังดูไม่ละเอียด รอให้ข้าตรวจดูอย่างละเอียดก่อน”
หลังจากตอบผ่านไปได้อย่างสบาย ๆ สวี่หยางก็หัวเราะคว้าสุราที่กลางโต๊ะ หยิบจอกสุราสองใบยื่นให้พวกนาง
“มา ดื่มจอกนี้เพื่อเป็นการร่วมหอ แล้วพวกเราก็รีบไปพักผ่อนกัน”
สวี่หยางหัวเราะและรินสุราให้พวกนาง
“น่ารำคาญ ใจร้อนเสียจริง”
หลินหวั่นชิงเหลือบมองสวี่หยาง
หลินไห่ถังเป็นกังวลกล่าวว่า “ช่วยอ่อนโยนกับข้าด้วยนะ”
นางเพิ่งเป็นภรรยาได้ไม่นาน จะไปทนความรุนแรงของสวี่หยางไหวได้อย่างไรกัน
ร่ำสุราแล้ว สวี่หยางก็เอนกายลงบนเตียง ซ้ายก็กอด ขวาก็โอบ นั่งรับความสุขสมดังใจหมาย
ครานี้ สวี่หยางได้เคลื่อนไหวท่วงท่าพิสดารหลายครั้ง
โชคดีที่เตียงใหม่แข็งแรง จึงไม่มีปัญหาใด ๆ
หลินหวั่นชิงมั่นคงดุจหินผา สงบนิ่งมาก และยังปรารถนาจะเล่นต่ออีก
เพียงแต่ที่ลำบากก็คือ หลินไห่ถัง ร่างกายชาไปทั่วทั้งตัว
ท่วงท่าบางอย่าง นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด ยังสามารถกลับหัวกลับหางได้อีก นี่ นี่ นี่…
โชคดีที่มีหลินหวั่นชิงคอยรับมืออยู่ ทำให้นางสบายใจขึ้นบ้าง
ในที่สุด เกือบชั่วยามก็สิ้นสุดลง
หลินไห่ถังแลบลิ้นน้อย ๆ ออกมา หลังจากได้นอนลงใหม่อีกครั้ง ร่างกายก็อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง “สามี ข้ามิอาจคาดคิดว่าเจ้าจะมีท่วงท่ามากมายถึงเพียงนี้ เจ้าช่างเก่งอะไรเช่นนี้ ข้ารับแทบจะไม่ไหวแล้ว”
หลินหวั่นชิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะ “ข้ามัวแต่เล่นจนเกินไปสักหน่อย เดี๋ยวข้าจะชดเชยให้ไห่ถังทีหลังนะ”
“อืม ถูกแล้ว ข้าจะต้องชดเชยให้เจ้าแน่ ๆ” สวี่หยางหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง เขาก็รู้ว่าตัวเองออกแรงมากไปหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หลินไห่ถังเกิดเงาในใจ จึงปลอบว่า “ต่อจากนี้ไปสามีจะอ่อนโยนขึ้นแน่นอน”
“อืม”
หลินหวั่นชิงหาท่าที่สบายแล้วก็ผล็อยหลับไป
…
รุ่งเช้าวันถัดมา
สวี่หยางตรวจดูหน้าต่างระบบ
ไม่เลว ภรรยาสี่คน ได้คะแนนพิเศษคนละ 30 แต้ม
อย่างนี้ก็มีคะแนนพิเศษทั้งหมด 120 แต้มแล้วสินะ
ตอนนี้เขาได้คะแนนพิเศษอย่างน้อย 100 แต้มทุกวัน
เปิดดูคะแนนพิเศษ
[ชื่อ: สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ: 800 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น]
[วิชายุทธ์: เคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ ศาสตร์ลับแห่งการรักษา)]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอายขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ติดตามกลิ่นอาย)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชามังกรขับขานขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: คลื่นกระแทกจิตเทวะ)]
[วิชายุทธ์ขัดเกลากายา: ตำราหล่อเลี้ยงกายาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ทนทานเท่าตัว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ภวังค์จิต)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายวิญญาณขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: เนื่องจากระดับต่ำเกินไป การกระตุ้นคุณลักษณะจึงล้มเหลว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลูกไฟคู่)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจีขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นลักษณะเฉพาะ: กายาหมอก)]
[ทักษะ: วิชาศาสตร์ทำยันต์ขั้นเชี่ยวชาญ: 0/4000]
[พลังวิเศษ: ความเป็นอมตะ ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้: 100+8]
[ความชอบของภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋น: 99]
[ความชอบของภรรยาหลินหวั่นชิง: 100]
[ความชอบของภรรยาหลินไห่ถัง: 99]
…
สวี่หยางสังเกตว่าเมื่อแต่งงานความสนใจของหลินไห่ถังก็เพิ่มขึ้นเป็น 99 แต้มแล้ว
“อืม ต่อไปข้าก็รอคะแนนพิเศษเพิ่มขึ้น 4000 ก็จะสามารถเลื่อนขั้นศาสตร์ทำยันต์ได้แล้ว”
ช่วงเวลาที่เหลือกลับคืนสู่ความสงบสุข ชีวิตครอบครัวกลับเข้าสู่วิถีปกติ
การวาดยันต์ การฝึกตน การบำเพ็ญคู่ การเคียงข้างหลินไห่ถังกลั่นยาอีกครั้ง…
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเคียงข้างเสิ่นหม่านอวิ๋นฝึกตน
เวลาผันผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
หกปีผ่านไปในพริบตา
วันหนึ่ง เสิ่นหม่านอวิ๋นหลับตาทำสมาธิเตรียมวาดยันต์ ทว่าทันใดนั้น นางก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมส่งกระแสจิตถึงสวี่หยาง
“ข้ารู้สึกได้ว่ากำลังจะเคลื่อนขอบเขต”
สวี่หยางเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว ไปยืนเฝ้าหน้าห้องฝึกตนให้นาง
หลังจากหนึ่งวันเสิ่นหม่านอวิ๋นก็ลืมตาขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
เคลื่อนขอบเขตเป็นไปอย่างราบรื่น
ตอนนี้นางนางเป็น ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า
“ดีมาก”
เมื่อมองเห็น เสิ่นม่านอวิ๋น ก้าวออกจากถ้ำฝึกฝน ใบหน้าเปี่ยมด้วยรัศมี สวี่หยาง พยักหน้าด้วยความยินดี
เสิ่นม่านอวิ๋น ใช้เวลาเกือบสิบปี จากขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด เคลื่อนเป็นระดับเก้า ความเร็วนี้ แท้จริงแล้วรวดเร็วกว่าที่คาดหมายไว้มาก
สวี่หยางเคยคาดเดาไว้ว่า ด้วยพรสวรรค์ของเสิ่นม่านอวิ๋น อย่างน้อยสิบปี จึงจะสามารถก้าวขึ้นมาถึงระดับเก้าได้
แต่ตอนนี้ เวลาไม่ถึงสิบปี ก็สามารถก้าวข้ามมาได้แล้ว ซึ่งในส่วนนี้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ตอนนี้ ทรัพยากรในการฝึกฝนของนางดีขึ้น
ไม่ใช่เพียงแค่ทรัพยากรในการฝึกฝนเท่านั้น เมื่อย้ายมายังเขตที่พักอาศัยตระกูลหลิน แม้กระทั่งถ้ำบำเพ็ญเพียรที่พวกเขาทั้งสองฝึกฝน ก็ยังจัดว่าเป็นถ้ำบำเพ็ญเพียรระดับสูง
หากเป็นความเร็วเช่นนี้ เสิ่นม่านอวิ๋นใช้เวลาอีกปีครึ่งในการฝึกฝนขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าก็สามารถกินยาสร้างรากฐานได้แล้ว
…
ยามอู่
หลินหวั่นชิง หลินไห่ถัง และหลินอวี้ทั้งสามคน ร่วมกันทำอาหาร จัดงานฉลองเล็ก ๆ ให้เสิ่นม่านอวิ๋น
ขณะรับประทานอาหาร ศิษย์ตระกูลหลินคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่ง
“อืม? หรือว่าจะเป็นหวังสวี่เฉียงที่ส่งจดหมายมาให้ข้า?”
สวี่หยางรับจดหมายมาด้วยความสงสัย
หลังจากที่หวงเสี่ยวเหมยได้เดินทางไปยังแดนเซียนตงไห่ เขาก็แทบจะไม่มีสหายคนอื่นอีก นอกจากหวังสวี่เฉียงที่ยังติดต่อกันทางจดหมายเป็นครั้งคราว
ทว่าหลังจากที่ได้รับจดหมายแล้ว สวี่หยางกลับพบว่าจดหมายฉบับนี้มิใช่ของหวังสวี่เฉียง หากแต่เป็นของหวงเสี่ยวเหมยที่ฝากสหายคนหนึ่งที่เดินทางกลับมายังแดนเซียนตอนเหนือมาส่งให้
“เป็นจดหมายของหวงเสี่ยวเหมย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ภรรยาทั้งสี่ต่างก็รู้สึกประหลาดใจ พวกนางพากันเดินเข้ามา
สวี่หยางเปิดจดหมายออกอ่าน
เป็นลายมือของหวงเสี่ยวเหมยจริง ๆ
หวงเสี่ยวเหมย หลังจากนางก้าวเป็นขอบเขตสร้างรากฐานเมื่อหกปีก่อนที่จวนตระกูลหลิน นางก็ได้ออกเดินทางไปยังแดนเซียนตงไห่
หกปีผ่านไป ไม่คิดเลยว่าจะได้รับจดหมายจากหวงเสี่ยวเหมยอีกครั้ง
นางกล่าวว่า เมื่อหลายปีก่อน นางได้เข้าร่วมการประลองครั้งใหญ่ของสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีพร้อมกับสหายร่วมสำนักชิงหยาง ประสบความสำเร็จ ได้เป็นศิษย์สายนอกสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี
หลังจากต่อสู้ดิ้นรนมาหลายปี นางก็ได้เลื่อนเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโส
แดนเซียนตอนเหนือนั้นมีความเข้มข้นของปราณวิญญาณมหาศาล และเต็มไปด้วยทรัพยากร
การฝึกฝนที่นั่นความเร็วในการพัฒนาย่อมรวดเร็วกว่าเป็นธรรมดา
ขณะนี้ นางได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานระดับหกแล้ว
สวี่หยางตกตะลึง!
“สุดยอดไปเลย หวงเสี่ยวเหมย มาถึงขอบเขตสร้างรากฐาระดับหกแล้ว ใกล้จะถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายแล้วสินะ”
สวี่หยางหันไปมองภรรยาที่อยู่ข้างกาย สีหน้าของนางล้วนแสดงความอิจฉาริษยา
ทั้งนี้ ต้องรู้ว่าพวกนางมีพรสวรรค์ที่ดี แต่ในช่วงหกปีที่ผ่านมานี้ หลินไห่ถังและหลินหวั่นชิงกลับบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานระดับสองเท่านั้น
สวี่หยางก็อยู่ในระดับสองเช่นกัน
กลับกัน หวงเสี่ยวเหมย กลับก้าวไปถึงระดับหกแล้ว!
“สำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี เป็นสำนักระดับแปรเทวา ในสำนักมีสุดยอดโอสถวิเศษที่ช่วยให้การฝึกฝนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ถ้าหวงเสี่ยวเหมยได้รับการยกย่องเพราะพรสวรรค์ของนาง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นางจะมีความก้าวหน้าเช่นนี้”
หลินหวั่นชิงกล่าว
ในแดนเซียนตงไห่
มีเจ็ดมหาอำนาจขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด
แต่กระนั้น อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ยังคงเป็นของเหล่าสำนักระดับแปรเทวา
เป็นที่รับทราบกันดีกว่า หลังจากขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด ก็คือขอบเขตแปรเทวา จากนั้นจึงเป็นขอบเขตหลอมสุญตา
อีกฝั่งของแดนนั้นมีสำนักระดับแปรเทวาอยู่สองสำนัก
สำนักหนึ่งคือสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี สำนักผู้บำเพ็ญเซียนแท้จริง แข็งแกร่งมาก มีผู้เก่งกล้ามากมาย
ได้ยินมาว่ามีศิษย์นับล้านคน
พื้นที่ของสำนักนั้นใหญ่กว่าสำนักชิงหยางถึงร้อยเท่า เกาะของสามสำนักใหญ่ แต่ละเกาะล้วนใหญ่กว่าสำนักชิงหยาง
ส่วนสำนักผู้บำเพ็ญเซียนอีกแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า เคหาสน์เทพดาบ เป็นสำนักที่มีตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนเป็นหลัก เมื่อเวลาผ่านไป ตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนนี้ได้ขยายอำนาจออกไปเรื่อย ๆ จนได้มีศิษย์ต่างแซ่เข้ามามากมาย
ปัจจุบันในสำนักจึงเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญเซียน
ทั้งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงโบราณทางใต้ ทำให้มีเส้นสายกว้างขวาง อิทธิพลยิ่งใหญ่คับฟ้า
…
อ่านจดหมายต่อ
หวงเสี่ยวเหมยระบุว่า นางได้โอสถวิเศษบางอย่างในสำนัก ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อการสร้างรากฐานของผู้บำเพ็ญ หากสนใจ ลองแวะมาได้
อนาคตการฝึกฝนในแดนเซียนตงไห่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะที่นี่การบำเพ็ญเพียรไวจริงแท้
เมื่อคำนึงถึงแดนเซียนตอนเหนือ ที่นี่ปราณวิญญาณค่อย ๆ จางลง เข้าสู่ยุคมืด อนาคตความหวังก้าวสู่ขอบเขตจินตานก็ยิ่งเลือนราง
มิต้องกล่าวอะไรอื่น
กล่าวถึงในแดนเซียนตอนเหนือ ยังไม่มีแม้แต่ปรมาจารย์ขอบเขตจินตานสักคน
แม้จะรวบรวมสมุนไพรเพื่อกลั่นยาสร้างจินตานครบ แต่จะหานักปรุงยาที่น่าเชื่อถือก็แทบเป็นไปไม่ได้!
แต่ในแดนเซียนตงไห่ บ่อยครั้งที่ได้เห็นยาสร้างจินตานในโรงประมูล
แน่นอนว่า ยอดเยี่ยมที่สุดคือยารวมจินตาน
โอกาสที่จะบรรลุขอบเขตจินตานด้วยยาสร้างจินตานนั้นต่ำมาก มีโอกาสน้อยกว่าสามสิบจากร้อยส่วน
แต่ยารวมจินตานนั้นต่างออกไป
แม้จะเป็นยารวมจินตานระดับธรรมดา ก็ยังมีโอกาสถึงสี่สิบสามส่วน
ท้ายที่สุด
หวงเสี่ยวเหมยบอกว่า หากตัดสินใจมา ให้ไปพบหวังสวี่เฉียง เขารู้จักคนล่องเรือ มีความสามารถในการล่องข้ามทะเลตงไห่ ไปยังอาณาเขตของสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี นางบำเพ็ญที่เกาะเซียนลำดับที่สามแห่งสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี
…
เมื่อวางจดหมายลง สวี่หยางก็หันไปมองภรรยาของตนแล้วกล่าวว่า
“พวกเจ้าคิดเช่นไร??”