ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 262 หมิงเจี้ยนเจินเหริน
บทที่ 262 หมิงเจี้ยนเจินเหริน
ในเวลาอันรวดเร็ว ประมุขจากสำนักต่าง ๆ ก็แสดงความประสงค์ว่าจะช่วยจัดการลี่เจี้ยนเจิ้น ผู้บำเพ็ญเหนือมารผู้นี้
เห็นเช่นนั้น
สวี่หยางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ลี่เจี้ยนเจิ้นสามารถลอบเข้ามายังเขตแดนลับได้โดยง่ายดาย ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ
แต่หากคิดจะจากไปเกรงว่าคงไม่ง่ายแล้ว
“กระนั้นในมือของเขาก็มียันต์หลบหนี หากหาจังหวะได้เหมาะ ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถหลบหนีได้” สวี่หยางคาดเดาในใจ
ไม่นานนักวันที่ต้องออกจากเขตแดนลับก็มาถึง
เหล่าศิษย์แห่งสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีต่างก็เตรียมพร้อม หากผู้บำเพ็ญมารผู้นี้ออกมา ก็จะเข้าสู่ค่ายกลกับดักมังกรอันยิ่งใหญ่นี้โดยทันที
เมื่อสวี่หยางเห็นเช่นนี้ก็คิดในใจว่า หากตนเองเผชิญค่ายกลนี้ก็คงจะพินาศไปสิ้น
แต่เขาเคยร่วมมือกับลี่เจี้ยนเจิ้น รู้ดีว่าลี่เจี้ยนเจิ้นมีแผนสำรองไว้แน่นอน ผู้บำเพ็ญมารผู้นี้ย่อมไม่ใช่ผู้ที่จัดการได้ง่าย ๆ
………
“ท่านผู้อาวุโส ทางเข้าเขตแดนลับมีการเคลื่อนไหว มีผู้กำลังจะออกมาขอรับ!”
ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนอย่างสุดเสียง
“ดีนัก เฝ้าทางเข้านั้นให้ดี อย่าให้มารร้ายตนนั้นหนีรอดไปได้โดยเด็ดขาด”
ผู้อาวุโสแห่งสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีแผ่ลมปราณอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ผู้บำเพ็ญมนุษย์จำนวนนับสิบคนก็ออกไปจากที่นี่ทันที
หลังจากนั้นก็มีเสียงตะโกนขึ้นว่า “ผู้อาวุโส ผู้บำเพ็ญมารออกมาแล้ว”
“ดี! มา! ให้ข้าเตรียมป้องกันไว้”
ผู้บำเพ็ญอาวุโสขอบเขตจินตานได้ขึ้นมาเป็นแนวหน้าด้วยตนเอง ทั้งยังได้นำหุ่นเชิดสามหัวมาคุมเชิงไว้ที่ทางเข้าอีกด้วย
“วูบ…”
ทางเข้าเกิดความปั่นป่วนอีกครั้ง
ครั้งนี้มีผู้ออกมาอีกสามสิบกว่าคน
การที่ผู้คนออกมาพร้อมกันครั้งเดียวจำนวนมากเช่นนี้ ทำให้ผู้บำเพ็ญอาวุโสขอบเขตจินตานโกรธอย่างมาก
“ผู้บำเพ็ญมาร อยู่ที่ใด?”
เขาเพิ่งใช้จิตเทวะสอดส่องผู้คนเหล่านี้แล้ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยของลมปราณของผู้บำเพ็ญมารเลย
“ผู้อาวุโส ผู้บำเพ็ญมารอยู่ทางด้านหลัง กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด พลังปราณของมันแข็งแกร่งยิ่งนัก พวกเราสู้ไม่ได้เลย”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีผมรุงรังกล่าวจบก็อาเจียนเป็นเลือดดำออกมา
“อัก…”
“ศิษย์พี่!!”
หญิงสาวร่างสูงข้างกายของเขาหน้าซีดเผือด รีบเข้าประคองร่างของผู้บำเพ็ญมนุษย์ผมรุงรังคนนั้นอย่างรวดเร็ว
แล้วกล่าวกับผู้บำเพ็ญอาวุโสขอบเขตจินตานว่า “ผู้อาวุโส ข้าขอพาพี่ชายที่บาดเจ็บลงไปพักก่อน”
ทันทีที่กล่าวจบ ก็เกิดการสั่นไหวบริเวณทางเข้าอีกครั้ง
และคราวนี้ปราณมารก็ไหลทะลักออกจากทางเข้า
“ผู้บำเพ็ญมารปรากฏกายแล้ว!!”
ปราณมารห่อหุ้มพวกเขาทั้งสองไว้ เพิ่งโผล่ออกมาได้ พวกเขาก็นำยันต์หลบหนีออกมาทันที
“คิดจะหนีงั้นหรือ ฆ่า!”
ผู้บำเพ็ญอาวุโสขอบเขตจินตานที่เฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว ได้ปลดปล่อยค่ายกลกับดักมังกรทันที
ภายใต้แรงกดดันของค่ายกลกับดักมังกร ผู้บำเพ็ญมารทั้งสองอยู่ได้ไม่ถึงลมหายใจ ก่อนที่จะหงายหลังลงกับพื้นจนสิ้นฤทธิ์!!
“ตุ้บ ตั้บ!”
หุ่นเชิดสองตัวพุ่งเข้าไประเบิดกระแทกขาของพวกเขา ทำให้ทั้งคู่ไร้ซึ่งหนทางหนีรอด
“หือ น่าแปลกแฮะ”
เหอซีเสวี่ยที่มาช่วยควบคุมค่ายกล ก็ได้สังเกตเห็นว่าสองคนนี้ มีพลังปราณอ่อนแอเหลือเกิน เพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นเท่านั้น
ส่วนยันต์หลบหนีที่ถืออยู่ในมือก็เป็นเพียงของเลียนแบบขั้นต่ำระดับสองเท่านั้น ยันต์หลบหนีนี้ไม่ได้เป็นยันต์หลบหนีที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายมิติโดยแท้จริง หากแต่เป็นเพียงยันต์หลบหนีที่ใช้ในการเพิ่มความเร็วเท่านั้น
หากมิมีค่ายกล ยันต์หลบหนีนี้ก็จะทำให้ผู้บำเพ็ญมารทั้งสองสามารถเคลื่อนย้ายด้วยความเร็วเทียมแสงได้!!
แต่ที่แห่งนี้มีค่ายกล
ค่ายกลทำให้การเชื่อมโยงของมิติขาดออกจากกัน ทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้
“เหอเย่เจินเหรินนี่มันไม่ถูกต้อง! สองคนนี้มีพลังต่ำเกินไป มิอาจใช่ลี่เจี้ยนเจิ้นผู้นั้นได้”
เหอซีเสวี่ยกล่าวกับเหอเย่เจินเหริน
เหอเย่เจินเหรินก็ไม่โง่
เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของสองผู้นี้ และตะโกนเสียงดังราวกับฟ้าผ่าใส่ทั้งสองว่า “ลี่เจี้ยนเจิ้นและเฮ่อปิงอวิ๋นอยู่ที่ใด”
“พวกเขา…พวกเขา…”
ร่างกายของสองผู้บำเพ็ญมารทั้งสองขยายใหญ่ขึ้นทันใด
“ตูม!”
ปราณมารแผ่ขยายไปทั่วฟ้า
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่า ผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่เพิ่งหลบหนีออกมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บและผู้บำเพ็ญหญิงรูปร่างสูงชะลูด ได้เคลื่อนย้ายหนีไปอย่างรวดเร็ว
มีผู้พบเห็นความเคลื่อนไหวอันน่าสงสัยของทั้งสองจึงรีบขัดขวาง “เดี๋ยวก่อน! พวกเจ้าเป็นศิษย์จากสำนักใด”
“ไปให้พ้น!!”
ลี่เจี้ยนเจิ้นทิ้งค่ายกลมาแล้ว ก็ไม่แสร้งทำอีกแล้ว
เขาเก็บหน้ากากบนใบหน้า ปราณมารบนร่างกายกวาดล้างผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางที่ขวางทางในทันที
“อ๊าก…”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ร้องโอดโอย เพียงแค่สองลมหายใจ ร่างก็เหมือนกับฟืนที่แห้งเหี่ยวไป
“ลี่เจี้ยนเจิ้น พลังปราณแข็งแกร่งขึ้นแล้ว”
สวี่หยางเห็นภาพนี้ก็คิ้วขมวดเล็กน้อย
“ลี่เจี้ยนเจิ้น เจ้านี่มันรนหาที่ตายแท้ ๆ”
ผู้บำเพ็ญอาวุโสขอบเขตจินตานพบเห็นภาพนั้นก็รีบพุ่งเข้าไป
“ฮ่า ๆ เหอเย่เจินเหรินเจ้ารีบร้อนอะไร? แค่เพราะข้าฆ่าอู๋เฟยเฟยหรือ? หากเจ้าต้องการ ข้าก็คืนให้ได้…”
พูดจบ เขาก็โยนหัวคนออกมาจากระยะไกล
พิจารณาดูแล้ว ใบหน้าคนผู้นี้ ผิวพรรณขาวละเอียด ปราณบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่แววตาที่เบิกกว้างตอนก่อนตายนั้น ดูแปลกประหลาดยิ่ง
นางคือศิษย์สำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี ศิษย์รักของเทพธิดาจื่อหลานอย่างอู๋เฟยเฟย
ฆ่าคนให้เจ็บช้ำใจ!!
เหอเย่เจินเหรินโกรธเกรี้ยว “เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!!”
โครม!
เขาคล้ายติดตั้งลูกกระสุนปืนใหญ่ไว้ที่ปลายเท้า ด้วยความเร็ว ร่างของเขาก็พุ่งออกไปแล้ว
ลี่เจี้ยนเจิ้นยิ้มจาง ๆ ไม่เร่งรีบและใช้ยันต์หลบหนีไปพร้อมกับเฮ่อปิงอวิ๋น
“เหอเย่เจินเหริน เจ้ามีอายุมากกว่าข้าไม่กี่ปี บัดนี้เป็นยอดฝีมือขอบเขตจินตาน แล้ววันหนึ่งข้าลี่เจี้ยนเจิ้นจะบุกไปหาเจ้าเพื่อขอคำชี้แนะถึงที่!”
“จำข้าไว้ ข้าลี่เจี้ยนเจิ้น หมิงเจี้ยนเจินเหริน”
เสียงระเบิดดังสนั่นในเงาร่างของคนทั้งสอง ภูเขาแถบนั้นราบเรียบลงเล็กน้อย
พอเงาร่างของคนทั้งสองสลายไป ร่างของเหอเย่เจินเหรินก็เพิ่งจะพุ่งมาถึงที่นี่
น่าเสียดาย
ผู้บำเพ็ญมารทั้งสองคนนั้นได้หลบหนีไปแล้ว
“ผู้บำเพ็ญมารทั้งสองคนใช้ยันต์หลบหนีไปแล้ว เกรงว่าจะหนีไปไกลเป็นพันลี้หรืออาจจะหมื่นลี้แล้ว”
มีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานเดินเข้ามาพูดอย่างหนักแน่น
ยันต์หลบหนีแบบนี้มีค่าอย่างยิ่ง พวกเขายังไม่มีเลย
“ลี่เจี้ยนเจิ้นผู้นี้ใช้เหอเย่เจินเหรินเป็นหินลับมีด และวางเดิมพันโดยใช้สิ่งนี้ฝึกฝนจิตใจเพื่อให้บรรลุขอบเขตจินตาน หากเขาได้ยาสร้างจินตาน เกรงว่าคงจะหลอมยาสร้างจินตานได้อย่างรวดเร็ว หากเป็ เช่นนั้นคงยุ่งยากไปอีก”
มีคนกระซิบ
ผู้บำเพ็ญมารขอบเขตจินตานคนหนึ่งอันตรายใหญ่หลวงยิ่งนัก!!
“มิอาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้ สหายเต๋าทั้งหลาย โปรดร่วมมือกับข้า สำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีจะจับกุมไอ้มารร้ายนี้ มิเช่นนั้นมันจักกลายเป็นภัยใหญ่หลวงนัก!”
เหอเย่เจินเหรินหันไปกล่าวกับผู้บำเพ็ญมนุษย์
พันธมิตรหลิวอู๋แถลงจุดยืนในทันที
“การปราบปรามมารและปกป้องกฎ เป็นภาระที่มิอาจหลีกเลี่ยง”
“ใช่แล้ว! ผูับำเพ็ญมารผู้นั้นได้สังหารคนของสำนักเกาซานไปหลายคนยิ่งนัก จำเป็นต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก”
“ถูกต้อง เราจำต้องตามล่าและสังหารเขาในทันที ยันต์หลบหนีน่ะ! สิ่งล้ำค่าเยี่ยงนั้นย่อมมิอาจมีพกติดตัวหลายใบหรอก”
“ตามล่า!”
“ข้าจากสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีก็เต็มใจช่วยเหลือ”
เหอซีเสวี่ยเอ่ย
ทันใดนั้น บรรดาผู้บำเพ็ญหลายต่อหลายคนก็ออกติดตามไล่ล่าลี่เจี้ยนเจิ้น
“สวี่หยาง ข้าจะออกไปแสดงตัวเล็กน้อย ส่วนเจ้าอย่าได้เที่ยวซุกซนไปไหน มิเช่นนั้นเกรงจะเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญมาร”
เหอซีเสวี่ยส่งกระแสจิตถึงสวี่หยาง
“ดี เซียนเหอโปรดระวังตัวด้วย โดยเฉพาะเหล่าพันธมิตรตระกูลหลิวอู๋”
“อืม”
เหนือความคาดหมาย ในครั้งนี้ เหอซีเสวี่ยรับน้ำใจจากสวีหยาง
……
การไล่ล่าลี่เจี้ยนเจิ้นครั้งนี้ คนส่วนใหญ่ก็แค่ทำ ๆ ไป
แท้จริงแล้วแต่ละคน รวมทั้งเหอเย่เจินเหรินก็รู้ดีว่าหาลี่เจี้ยนเจิ้นไม่เจอแน่นอน
สวี่หยางอยู่ดูแลทางเข้าผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ต่างก็ทยอยกันออกมา
“ฟ่านเหมยเหมยไม่เป็นอะไรซะด้วย”
สวี่หยางขมวดคิ้ว ไม่เพียงไม่เป็นไร ยังดูยิ้มแย้มแสดงว่ายังได้ของดีอะไรมาด้วย
ต่อมาเขาก็เห็นหวงเฉียงกับคู่บำเพ็ญออกมา
ด้านหลังมีพี่สะใภ้ตามออกมาด้วย
แต่เหมือนว่าคนที่ชื่อเฉินหลงจะหายไป คาดว่าคงตายไปแล้ว
สวี่หยางสังเกตอย่างละเอียด ก็พบว่าพี่สะใภ้ของหวงเฉียง มองตามหลังหวงเฉียงด้วยความหวาดกลัว
สวี่หยางคาดเดาว่าการตายของเฉินหลงคงไม่ธรรดาแน่ ไม่เช่นนั้นคู่บำเพ็ญของเฉินหลงคงไม่มองหวงเฉียงด้วยแววตาแบบนั้น
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงข่าวลือในแดนเซียนตอนเหนือขึ้นมา
ว่ากันว่าคุณชายน้อยหวงเฉียง แห่งตระกูลเซียนหวงนั้นชอบเมียชาวบ้าน ชายผู้นี้ชอบหญิงวัยกลางคน โดยเฉพาะคนที่มีรูปร่างอวบอิ่ม มีเสน่ห์และเคยมีบุตรแล้วยิ่งชอบมาก
จำได้ว่าหลังจากหวงเหวินหลินตาย ภรรยาทั้งสองของหวงเหวินหลินก็ถูกหวงเฉียงแย่งชิงไป
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหวงเฉียงคนนี้ต้องระวังให้ดี
สวี่หยางแอบเตือนตัวเอง แล้วจึงส่งข่าวถึงหวงเฉียงว่า “สหายเต๋าหวง ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย!!”
หวงเฉียงตกใจพลางยิ้มตอบกลับว่า “สหายเต๋าสวี่ ข้าขอเวลาจัดการธุระสักครู่ แล้วจะไปหาเจ้า!”
จากรูปลักษณ์ภายนอกของเขา แสดงว่าคราวนี้ได้ของดีไม่น้อย
“ยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง”
สวี่หยางตอบกลับ
……
ยามนี้ ผู้คนจากกลุ่มอำนาจทั้งหลายต่างออกมาต้อนรับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐาน
กลุ่มผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานเหล่านี้ล้วนสังกัดกลุ่มอำนาจต่าง ๆ
ในบรรดาสิ่งที่พวกเขาได้มาจากในเขตแดนลับจะต้องถูกตรวจสอบจากกลุ่มอำนาจที่ตนสังกัด โดยสามถึงห้าส่วนจะต้องถูกส่งมอบให้กับกลุ่มอำนาจนั้น ๆ
พูดให้ถูกก็คือขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีเส้นสายหรือไม่
หากมีเส้นสายก็จะมีคนคอยปกป้อง อะไร ๆ ก็จะง่ายไปหมด
หากไม่มีเส้นสายก็ต้องโดนรีดไถ
สวี่หยางสำรวจฝูงชน หาหวงเสี่ยวเหมยและสวีจื่อรั่ว
ทั้งสองคนยังไม่ปรากฏตัว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
สวีจื่อรั่วและสวีเชี่ยนเชี่ยนที่หน้าซีดเผือดโผล่ออกมาจากทางเข้า
ด้านหลัง หวงเสี่ยวเหมยดูเหมือนว่ากำลังถูกไล่ล่า โดยตะโกนออกมาว่า “ออกมาจากเขตแดนลับแล้ว พวกเจ้ายังจะตามรังควานข้าอีก!”
สถานที่นี้มีกฎที่ไม่ได้ประกาศ
ในเขตแดนลับ การแย่งชิงของไร้เจ้าของและการต่อสู้ฆ่าฟันล้วนเป็นเรื่องปกติ!
แต่หากออกมาจากเขตแดนลับ แล้วยังคงต่อสู้ฆ่าฟันอีกนั่นก็คือการกระทำของโจรผู้ฝึกตน
ด้วยเหตุนี้ เหล่าผู้บำเพ็ญมนุษย์อิสระจำนวนมากจึงกล้าเข้ามาเสี่ยงในเขตแดนลับ
อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็มีผู้มีอำนาจมากมายเฝ้าดูอยู่
หากปล้นฆ่ากันต่อหน้าพวกเขา ข่าวแพร่ออกไป ภายหลังจะมีผู้ใดกล้าติดต่อด้วยเล่า?
แต่ผู้ที่ไล่ล่าหวงเสี่ยวเหมยนั้นชัดเจนว่าไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้
“หญิงชั่วช้า ไม้อสนีข้าเห็นก่อน เจ้ากลับแย่งสมบัติของข้า ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย”
ตู้มต้าม!
ยันต์โจมตีหวงเสี่ยวเหมย
หวงเสี่ยวเหมยกัดฟัน นำยันต์ป้องกันที่สวี่หยางมอบให้ออกมา
เห็นเช่นนี้สวี่หยางก็รีบรุดออกไป พร้อมกับส่งเสียงทางจิตถึงนางว่า “หวงเสี่ยวเหมยข้าจะช่วยเจ้า”
“สวี่หยาง ผู้ที่ตามล่าข้ามาจากสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี เกาะเซียนแห่งที่สี่ นามว่าเฉิงหยาง บุรุษผู้นี้มีความขัดแย้งกับข้ามาก่อน และบัดนี้ข้ากับเขาได้พบไม้อสนีพร้อมกัน ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการไม้อสนีอันเป็นของวิเศษนี้ ข้าจึงได้ลงมือแย่งชิงไว้ก่อน”
เสียงของหวงเสี่ยวเหมยดังขึ้นมา
สวี่หยางตื่นตกใจนัก!!!
“เจ้าว่าอย่างไร เจ้าพบไม้อสนีแล้วหรือ”
“ใช่แล้ว บัดนี้ไม้อสนีอยู่กับสวีจื่อรั่ว หากสำนักของข้ามาถาม ก็จงบอกว่าสวีจื่อรั่วเป็นคนของเจ้าเถิด”
หวงเสี่ยวเหมยกล่าว
สวี่หยางครุ่นคิด “เพราะเรื่องนี้ เจ้าจึงได้ไปก่อความขัดแย้งกับผู้คนจากเกาะเซียนแห่งที่สี่เช่นนั้น เจ้าจะไม่ลำบากเมื่อเผชิญหน้ากับอาจารย์เจ้าหรือ”
“วางใจเถิด อาจารย์ของข้าไม่ชอบผู้คนจากเกาะเซียนที่สี่อยู่แล้ว สำนักของพวกเรากับเกาะเซียนที่สี่มีความขัดแย้งกันมากมาย และมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าคนนอกเสียอีก”
เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่หยางก็วางใจเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้น เขาก็เร่งความเร็วขึ้นและมาอยู่ข้างสวีจื่อรั่วกับสวีเชี่ยนเชี่ยน
“ซู่!”
สวี่หยาง โยนยันต์ป้องกันขั้นสูง ระดับสอง ไปทางหวงเสี่ยวเหมย
เมื่อรับมือกับการโจมตีแทนหวงเสี่ยวเหมยแล้ว หวงเสี่ยวเหมยก็เร่งความเร็วหลบหนี และในไม่ช้าก็มาอยู่ข้างสวี่หยาง
“ไอ้หนุ่ม! เจ้าเป็นพวกไหน กล้าขวางทางพวกข้ารึ!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ตาเดียวตวาดใส่สวี่หยาง