ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 263 ในใจก็ยังมีเขา
บทที่ 263 ในใจก็ยังมีเขา
ชายผู้นี้อยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย เนื่องจากมีเพียงดวงตาข้างเดียวจึงดูน่าเกรงขามยิ่ง
ที่ด้านหลังของเขายังมีผู้บำเพ็ญมนุษย์ชายหนุ่มอีกสองคนตามมา พวกเขาทั้งหมดอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลาง
“ข้าเป็นคนจากเมืองเซียนชิงหนิว พวกเจ้าทั้งหลายได้ออกจากเขตแดนลับแล้ว ตามกฎแล้วจะสู้กันไม่ได้อีก ขอความกรุณาด้วย”
สวี่หยางพยายามแสดงตนให้อ่อนโยนที่สุด เขาไม่ต้องการมีเรื่องมีราวกับพวกคนเหล่านี้
“เรื่องของเกาะเจ็ดเซียนหลิวหลี เจ้าไม่ต้องยุ่ง! กลับไปซะ”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ตาเดียวจ้องมองด้วยสายตาที่น่ากลัว
ไม้อสนีมีค่าดั่งเมือง เขาไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้หวงเสี่ยวเหมยเอาไปเป็นแน่
เพราะเขาได้คำนวณเอาไว้แล้ว
ไม้อสนีชนิดนี้สามารถแลกเปลี่ยนเป็นยาสร้างจินตานได้ถึงอย่างน้อยสามชนิด
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นของที่มีค่าสำหรับเขามาก
ซู่ ซู่ ซู่…
ผู้คนที่อยู่ฝั่งเดียวกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ตาเดียว โผทะยานเข้ามา พวกเขาทั้งหมดมาจากเกาะเซียนที่สี่
คนหนึ่งในกลุ่มมีพลังปราณของขอบเขตเจี่ยตานรุนแรงมาก
“หวงเสี่ยวเหมย เจ้าเป็นพวกต่างถิ่นที่เดินทางมาจากแดนเหนือแท้ ๆ กลับมาก่อเรื่องอีกแล้ว ดูเหมือนเจ้าจะไม่รู้จักคำว่าตายเสียแล้ว”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานมีท่าทีที่เย็นชา เขาชี้ไปยังหวงเสี่ยวเหมยด้วยหอกยาวเล่มหนึ่ง “มอบไม้อสนีมา แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป!”
เห็นได้ชัดว่า ผู้นั้นและผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่ออกมาจากทางเข้า เขาได้แอบแจ้งให้ศิษย์ในสำนักทราบเกี่ยวกับไม้อสนีแล้ว และขอให้เขาช่วยต่อสู้เพื่อมัน
“เจ้าคิดจะรังแกหวงเสี่ยวเหมยของเรางั้นรึ? เจ้าคิดว่าที่เกาะเซียนที่สี่ไม่มีคนหรืออย่างไร?”
เสียงเย็นชาของหญิงสาวดังมา
ในพริบตา ผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตานก็เดินเข้ามา
สวี่หยางมองอย่างตั้งใจจนเกือบสะดุ้ง
หญิงสาวร่างอ้วนพองดุจภูเขา เอวใหญ่กว่าถังน้ำ แต่อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่วว่องไวมาก ทันทีที่เข้ามา ร่างกายเท่าภูเขาของนางก็ยืนอยู่ตรงหน้าหวงเสี่ยวเหมย!!
“สวี่หยาง นี่คือศิษย์พี่อ้วนของข้า ฉายาคือปู้ชือเจินเหริน”
หวงเสี่ยวเหมยแอบส่งเสียงถึงสวี่หยาง
นางกล่าวต่อ “ศิษย์พี่อ้วนเป็นคนดีมาก คอยดูแลพวกเราศิษย์น้องเป็นอย่างดี”
“ก็ดี”
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย อย่างไรก็ตามศิษย์พี่อ้วนผู้นี้ดูแล้วรู้สึกว่าแปลกพิกล
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่ามีฉายาที่แปลกประหลาดอย่าง ‘ปู้ชือเจินเหริน’
อย่างไรก็ตาม จากฉายานี้ก็พอจะมองออกว่าหญิงสาวผู้นี้คงพยายามลดน้ำหนักอย่างสุดความสามารถ
เมื่อมีศิษย์พี่อ้วนเข้ามา กลุ่มคนตรงข้ามก็คงจบไม่สวยเท่าไหร่
แม้แต่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจินตานแห่งเกาะเซียนที่สี่จะเข้ามา ศิษย์พี่อ้วนก็มิได้ไว้หน้าแต่อย่างใด
“พวกเจ้าไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว ไม้อสนีข้าได้ให้สหายข้าไปแล้ว นางมิใช่คนของเกาะเซียน แต่มาจากเมืองเซียนชิงหนิว พวกเจ้าหาเรื่องข้าตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์!”
หวงเสี่ยวเหมยกล่าว เพราะเกรงว่าพวกเขาจะไม่ยอมเลิกรา
การอ้างว่าของวิเศษเป็นของคนภายนอก จะทำให้พวกเขาไม่สามารถโวยวายอะไรได้อีก
มิเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ มันมิเท่ากับเป็นการปล้นหรอกหรือ?
“เจ้าคิดว่าพวกเราเป็นเด็กหรืออย่างไร หญิงผู้นี้เป็นเพียงผู้บำเพ็ญ คงเป็นคนของเจ้าเสียมากกว่า หวงเสี่ยวเหมย!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ตาเดียวไม่เชื่อ
“ขออภัย นางเป็นคนของข้า”
ในเวลานั้นเสียงของเหอซีเสวี่ยพลันลอยเข้ามา
พลังปราณของขอบเขตจินตานแผ่ออกมาอย่างรุนแรง กดขี่เหล่าผู้บำเพ็ญขอบเขตเจินตานที่อยู่ที่นั่น
“เสวี่ยหยางเจินเหริน”
พวกศิษย์พี่อ้วนและคณะต่างพากันคำนับ
แม้ว่าอำนาจของเมืองเซียนชิงหนิวจะมิอาจเทียบเท่าสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองดินแดนใหญ่นี้ก็ไม่เลวร้ายนัก กอปรกับเหอซีเสวี่ยผู้มีขอบเขตที่สูงกว่าพวกเขาจึงต้องให้เกียรติ
เมื่อสวีจื่อรั่วเห็นเหอซีเสวี่ยเดินมา ก็ได้รับการสื่อสารจากสวี่หยางพร้อมกัน ที่แท้เหอซีเสวี่ยมาช่วยเหลือ
นางรู้สึกประหลาดใจอย่างที่สุด
และยิ่งคาดเดาภูมิหลังของสวี่หยางลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามสวี่หยางไม่เพียงทำให้ลี่เจี้ยนเจิ้นเรียกเขาว่าผู้อาวุโสเท่านั้น ตอนนี้ก็ยังให้เหอซีเสวี่ยมาช่วยเหลือเขาอีก
“ฮึ…เหมือนกับเจอคนใหญ่คนโตเลย”
พอเหอซีเสวี่ยมาถึง อีกฝ่ายก็ให้เกียรติบ้างเป็นธรรมดา
เพราะอย่างไรก็เป็นคนของสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี
เหอซีเสวี่ยมอบศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสองจำนวนสองอัน เป็นของขวัญตอบแทน ถึงแม้ว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ตาเดียวจะไม่ค่อยพอใจเท่าไร แต่เมื่อมีทางลงให้แล้ว เขาก็ต้องยอมรับ
เรื่องนี้จึงได้จบไป
หลังจากที่เหอซีเสวี่ยรับไม้อสนีไปแล้ว นางก็จากไปอย่างสง่าผ่าเผยพร้อมทั้งบอกสวี่หยางว่า “ข้าเก็บสิ่งนี้ไว้แล้วนะ เป็นของข้าแล้ว”
สวี่หยาง “…”
นางมาหาผลประโยชน์หรือไงเนี่ย
แต่สวี่หยางก็ไม่กังวลอะไรเลย เขาคิดว่าในใจของเหอซีเสวี่ยยังมีเขาอยู่
พอสวี่หยางกลับไปที่พักหวงเสี่ยวเหมยก็ตกใจ
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้ากับเสวี่ยหยางเจินเหรินจะรู้จักกัน สวี่หยางเจ้าทำให้ข้าแปลกใจจริง ๆ”
สวี่หยางถอนหายใจ ถึงแม้ว่าเมื่อครู่จะทำให้ทุกคนแปลกใจมาก แต่เขาก็สังเกตเห็นว่าคนของโจวป๋อซู่ก็สังเกตเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วย
เช่นนี้ คนอื่น ๆ น่าจะรู้แล้วว่าระหว่างเขากับเหอซีเสวี่ยมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา
อนาคตอาจจะนำพามาซึ่งเรื่องยุ่งยาก
“ต่อไปนี้ ข้าคงจะออกไปข้างนอกไม่ได้โดยพลการแล้ว มิเช่นนั้นอาจจะเจอเรื่องยุ่งยาก”
โดยเฉพาะเวลากลับไปในครานี้ ดีที่สุดคือควรจะไปพร้อมกับเหอซีเสวี่ย
ในคราวที่เข้าไปในเขตแดนลับครั้งนี้ หวงเสี่ยวเหมยและสวีจื่อรั่วต่างก็ได้สิ่งของติดกายกลับมาบ้าง
หวงเสี่ยวเหมยได้โอสถวิญญาณขอบเขตจินตานมาสองเม็ด และหุ่นเชิดอสรพิษคุณภาพดีตัวหนึ่ง
สวีจื่อรั่วก็ได้หุ่นเชิดตัวหนึ่งมา พร้อมกับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสามอีกด้วย นางพอใจมากแล้ว
ส่วนสวีเชี่ยนเชี่ยนได้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสองมาอันหนึ่ง
นอกจากนี้ก็ยังได้โอสถวิญญาณธรรมดาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเมื่อนำไปขายก็จะได้ราคาดีทีเดียว
“แต่ลี่เจี้ยนเจิ้นน่าจะได้ของมากที่สุด!” หวงเสี่ยวเหมยเล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้น “เขาฆ่าคนไปกว่าร้อย แล้วก็ปล้นทรัพย์ทั้งหมดของตนเหล่านั้น บางครั้งเวลาที่เขาเจอคน ถึงจะไม่ฆ่าแต่ก็ยังปล้นของมาอีกมากมาย! คาดการณ์เบื้องต้นว่าลี่เจี้ยนเจิ้นน่าจะรวบรวมสมุนไพรจินตานครบหมดแล้ว!! ตอนนี้เขาแค่หลอมยารวมจินตาน ก็จะบรรลุขอบเขตจินตานได้แล้ว!”
สวีจื่อรั่วขมวดคิ้วกังวลใจอย่างมาก “จากนี้ไป ก็จะมีผู้บำเพ็ญเหนือมารขอบเขตจินตานแล้ว”
หวงเสี่ยวเหมยพูดพลางหัวเราะ “แต่สำหรับพวกเราไม่เป็นไรหรอก เพราะต่อไปนี้เมื่อเจอเขา ก็ให้บอกชื่อสวี่หยางไป เขาต้องให้เกียรติอยู่แล้ว”
สวี่หยางคิดในใจ “พวกเจ้าเจอเขาแล้วหรือ?”
หวงเสี่ยวเหมยเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟังโดยที่นางก็ยังรู้สึกกลัวอยู่
“ถ้าไม่ได้เจ้าบอกไว้ก่อนว่าถ้าเจอเขาให้บอกชื่อเจ้าไป พวกเราคงจะต้องเจอเรื่องเลวร้ายเป็นแน่”
สวี่หยางถอนหายใจ เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้
“แต่ต่อไป ต้องระวังให้มากขึ้น” สวี่หยางพูด ก่อนจะถามว่า “จริงสิ! ครั้งนี้พวกเจ้าเจอเมล็ดพันธุ์วิญญาณบ้างหรือไม่”
“เจอสิ เจ้าจะปลูกหรือ?” สวีจื่อรั่วถามด้วยความอยากรู้
“หากเจ้าต้องการข้าจะให้เจ้าก็ได้ เพราะข้าจะไม่ปลูกอยู่แล้ว ว่าจะขายให้สำนักเพื่อแลกของดี”
หวงเสี่ยวเหมยพูดพร้อมควักถุงเก็บของใบหนึ่งออกมาในนั้นมีเมล็ดวิญญาณจำนวนมาก
“มากมายขนาดนี้เชียวหรือ?”
สวี่หยางรับมาแล้วชั่งน้ำหนักด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“เมื่อก่อนเคยเก็บไว้มากกว่านี้นะ”
แท้จริงแล้วหวงเสี่ยวเหมยใจไม่ดีนัก
บางครั้งในช่วงหลายปีให้หลัง นางรับบทเป็นโจรผู้ฝึกตนทำให้ได้ของดีมาไม่น้อย
แต่นางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับบทบาทโจรผู้ฝึกตนที่ว่านี้
นั่นก็คือฆ่าแต่คนที่ไม่ดีเท่านั้น
เช่นคนในสำนักที่รังแกนางหรือเห็นคนข้างทางกำลังรังแกคนอื่น
สวี่หยางก็พอจะเดาเรื่องราวของหวงเสี่ยวเหมยได้
เพราะอย่างไรเสียหวงเสี่ยวเหมยก็ไม่ใช่ผู้ปลูกพืชวิญญาณ จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะมีเมล็ดพันธุ์วิญญาณมากมายขนาดนี้
“อ้าว มีสามต้นที่เป็นโอสถวิญญาณขอบเขตจินตานอีกด้วย ดีแท้!”
สวี่หยางใจเต้นตึกตัก
“เจ้าหมายถึงเมล็ดพันธุ์ทั้งสามนี่น่ะหรือ!!”
หวงเสี่ยวเหมยตอบกลับ “นี่คือเมล็ดพันธุ์วิญญาณระดับสามเชียวนะ เจ้ามีวิชาการปลูกพืชวิญญาณระดับสอง หากคิดจะปลูกให้ดีอย่างน้อยก็ต้องร้อยปี! เว้นแต่จะเป็นผู้ปลูกพืชวิญญาณระดับสาม ถึงจะใช้เวลาแค่ห้าสิบปี ส่วนหากเป็นระดับสี่ ก็ดีขึ้นมาหน่อยใช้เวลาแค่สิบกว่าปีก็พอแล้ว…”
สวี่หยางยิ้มแล้วเก็บเมล็ดพันธุ์ไป “ข้าเรียนวิชาการปลูกที่แปลกใหม่มา อาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นก็ได้”
หวงเสี่ยวเหมยนึกถึงเรื่องที่สวี่หยางทำให้ประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยังคงเลือกที่จะเชื่อใจ
“ก็ได้! เอาละ เมื่อเจ้าปลูกสำเร็จแล้วอย่าลืมแบ่งโอสถวิญญาณมาให้ข้าบ้างล่ะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
สวีจื่อรั่วมอบเมล็ดพันธุ์ที่ตนได้มาให้สวี่หยางด้วย
หลังจากหวงเสี่ยวเหมยร่ำลากันกับสวีเชี่ยนเชี่ยนและสวีจื่อรั่ว ก็ไปพักผ่อนต่อที่อื่น
อีกครู่ต่อมาหวงเฉียงก็พาภรรยาของตนมาด้วย
“สหายเต๋าสวี่”
หวงเฉียงทักทายด้วยรอยยิ้ม อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
“เห็นสหายเต๋าหวงอารมณ์ดีเช่นนี้ คงได้ของดีมามิน้อยเลยล่ะสิ”
สวี่หยางพูดพลางสังเกตว่าสายตาของหวงเฉียงนั้นคอยหันไปมองภรรยาของตนอยู่บ่อย ๆ
อย่างไรก็ตามหวงเฉียงก็ดูเหมือนจะรู้จักความสามารถของสวี่หยางดี
สำหรับพลังปราณของสวี่หยางนั้นไม่ต้องสงสัยเลย เขาเองไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือ
และเมื่อครู่เขาก็เห็นสวี่หยางเป็นคนของเหอซีเสวี่ยอีก!!
ดูจากท่าทีปกป้องของเหอซีเสวี่ย เห็นได้ชัดว่าสวี่หยางมีสถานะที่ไม่ธรรมดาในสายตาของเหอซีเสวี่ยเลย
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะกล้าไปมองภรรยาของสวี่หยางได้อย่างไร
ตอนนี้ความคิดเดียวของเขาคือการผูกมิตรกับสวี่หยางคนนี้
“ฮ่า ๆ ๆ คราวนี้ได้ของดีกลับมาจริง ๆ นั่นแหละ เขตแดนลับนี่มันของดีจริง ๆ น่าเสียดายที่มันอันตรายเกินไป ถ้าให้ข้าเลือกอีกครั้ง ข้าคงไม่เสี่ยงเข้ามาหรอก”
คำพูดของหวงเฉียงมาจากใจจริง!!
การเผชิญหน้ากับโจรฝึกตนครั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตนั้นสูงกว่าหกส่วน
โชคดีที่ปราณของเขาดี เขาจึงรอดชีวิตมาได้
หลังจากอวยกันไปมาสักพัก สวี่หยางก็เข้าเรื่องและถามถึงของที่ให้หวงเฉียงช่วยหา
“ต้องขอโทษด้วย ข้าหาไม่พบเลย แต่ข้าเจออย่างอื่นมา สหายเต๋าสวี่อาจสนใจก็ได้!” หวงเฉียงยิ้ม แล้วหยิบกล่องสมบัติออกมา “สหายเต๋าสวี่ เจ้าก็รู้ว่าเจ้าเป็นคนสนับสนุนข้าหวงเฉียงผู้นี้ที่สุดหวังว่าสหายเต๋าสวี่จะชอบสิ่งนี้นะ”
แม้จะผิดหวังไปบ้างแต่สวี่หยางก็ยังมองดูอยู่ เพราะหวงเฉียงพูดว่าเขาอาจจะชอบสิ่งนี้ เช่นนั้นลองดูก็ได้
“ข้างในคืออะไร??”
“ลองดูเถิด”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….