ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 279 ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย
บทที่ 279 ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย
“ข่ายถัง? ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย?”
สวี่หยางตกใจ
“บุคคลผู้นี้มักจะลอบสังหารผู้อื่นอยู่เป็นประจำ ชื่นชอบในการฆ่าคน! การฆ่าคนของเขามีจุดสังเกตสามอย่าง”
“ประการแรก หลังฆ่าคนแล้วเขาจะส่งจดหมายไปยังหอบังคับใช้กฎของท้องถิ่นนั้น ๆ เล่ารายละเอียดของการฆ่าอย่างครบถ้วนแม้แต่คำวิงวอนของเหยื่อก็ยังเล่าอย่างละเอียด”
“ประการที่สอง ทุกครั้งที่ฆ่าคน เขาก็จะเอาสิ่งของชิ้นหนึ่งของเหยื่อ แล้ววางไว้บนตัวเหยื่อคนต่อไปเพื่อแสดงว่าเขาเป็นคนฆ่า”
“ประการที่สาม เหยื่อมักถูกทรมานอย่างโหดเหี้ยมจนตาย สภาพศพน่าสยดสยอง ที่ท้องจะมีรอยถูกผ่า และเครื่องในจะหายไป ดังนั้นเขาจึงได้ฉายาว่า ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย”
สวี่หยางไม่เคยได้ยินชื่อ ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายมาก่อน
อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เขาอยู่ในขอบเขตใดหรือ?”
“ณ ตอนนี้ ยังไม่มีผู้ใดรอดชีวิตจากน้ำมือเขาได้ ดังนั้นจึงไม่ทราบขอบเขตที่แท้จริงของเขา! แต่เคยมีผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางคนหนึ่งที่ตายด้วยน้ำมือเขา ดังนั้นข้าจึงคาดว่า เขาน่าจะอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย! แต่หากเป็นขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย พลังของเขาคงไม่มากขนาดนี้ ดังนั้นข้าจึงเดาว่า เขาอาจจะเป็นขอบเขตเจี่ยตาน หรืออาจจะถึงขอบเขตจินตานแล้วด้วยซ้ำ”
หลี่ลี่จือจิบชาแล้วเล่าข่าวสารที่ได้ยินมาต่อ “คราวนี้ หลังจากที่เกาะจันทร์ดับมีเหตุการณ์ของข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายเกิดขึ้น ผู้คนก็ต่างพากันหวาดกลัว ร้านค้าหลายแห่งก็ไม่กล้าเดินทางไปที่นั่น สถานการณ์นี้ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการขุดเหมืองแร่วิญญาณ ข้าจึงสงสัยว่า สำนักไท่อี้ที่อยู่เบื้องหลังอาจจะติดต่อข่ายถังให้ไปก่อกวน เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกองกำลังป้องกันของเกาะจันทร์ดับ”
“มีข้อมูลของข่ายถังผู้นั้นหรือไม่ ข้าอยากดู” สวี่หยางกล่าว
“บุคคลผู้นี้เป็นอาชญากรที่ถูกออกหมายจับในสมาคมการค้าหลายแห่ง ในเมืองเซียนแห่งนี้ก็มีภารกิจให้จับกุมตัวบุคคลผู้นี้เช่นกัน ข้าเพิ่งหยิบสมุดภารกิจมาพอดี เจ้าลองดูสิ…”
เขายื่นมือไปควานหาในถุงเก็บของ ครู่เดียวก็ได้สมุดเล่มหนึ่งมาแล้วส่งให้สวี่หยาง
สวี่หยางเปิดดูรายละเอียดคดีต่าง ๆ เกี่ยวกับข่ายถัง ซึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้าอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นของผู้บังคับใช้กฎอาวุโสเกี่ยวกับเขา
ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายผู้นี้ฆ่าใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ หญิงสาว เด็กเล็ก คนอ่อนแอ คนแข็งแกร่ง…
พวกที่ฆ่าได้ทุกคนอย่างนี้ เรียกกันว่าฆาตกรกินไม่เลือก พวกเขาจะไม่เลือกเหยื่อเฉพาะเจาะจง และไม่ได้ฆ่าเพื่อชิงทรัพย์
ถึงจะว่าอย่างนั้น แต่หลังการฆ่าแต่ละครั้ง ทรัพย์สินก็สูญหายไปบ้าง แม้แต่เครื่องรางระดับต่ำ ๆ และศัสตราศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่สนใจ กลับปล่อยทิ้งเอาไว้เฉย ๆ
ดูจากอาวุธที่ใช้แล้ว
คนคนนี้ใช้เป็นอาวุธคู่กับมีดสั้นสองอย่าง เพราะเขาชอบแทงศัตรูทีละแผล
ศัตรูแต่ละคนที่ตายไป ก่อนตายจะถูกแทงอย่างน้อยยี่สิบแผลขึ้นไป โหดเหี้ยมสุด ๆ
สวี่หยางวิเคราะห์ลักษณะของคดีเหล่านี้ ได้ความว่าข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายคนนี้ฆ่าแบบไม่เลือกหน้า แท้จริงแล้วก็เพื่อให้ได้ความสะใจเท่านั้น
ส่วนการฆ่าคนแล้วท้าทายหอบังคับใช้กฎ และยังวางของที่ระลึกของเหยื่อคนก่อนไว้บนตัวเหยื่อคนต่อไป แท้จริงก็เพื่อต้องการการยอมรับ ต้องการให้คนทั้งโลกรู้จักว่ามีข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายคนนี้อยู่
สวี่หยางพยักหน้า “คนคนนี้ ต้องการการยอมรับจากคนอื่นที่สุด”
“ข้าคิดเหมือนเจ้า”
เก็บสมุดบันทึกแล้ว หลี่ลี่จือก็พูดว่า “สวี่หยาง เจ้าสนิทกับเซียนเหอ ข้าขอร้องให้เจ้าช่วยนางด้วย หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้า ก็พูดมาได้เลยมิต้องเกรงใจ”
“ได้”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
ส่งหลี่ลี่จือจนลับสายตา สวี่หยางคิดว่ามีเหตุจำเป็นต้องกลับเกาะจันทร์ดับ
ทั้งที่แท้จริงแล้ว เขากับเหอซีเสวี่ยเตรียมรับมือกับสำนักไท่อี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
แต่สำนักไท่อี้จะมีเคล็ดวิชาลับพิสดารอันใดซ่อนไว้หรือไม่
ถึงคราวนั้น เผื่อว่าจะต้องคว่ำเรือในร่องน้ำเน่า ก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก
สรุปแล้ว เป้าหมายหลักในครั้งนี้ก็คือต้องกำจัดโจวป๋อซู่ ทว่าระหว่างการเผชิญหน้ากับสำนักไท่อี้ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกาะจันทร์ดับตกไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งนี้ที่ให้ฟ่านเหม่ยเหม่ยส่งแผนที่การป้องกันของเกาะจันทร์ดับเพื่อความสมจริง และบางแห่งก็เป็นของจริงซะด้วย
ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังไว้สักหน่อย
“เราจะปล่อยให้ผู้คนที่นั่นเกิดความตื่นตระหนกไม่ได้เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นก็จะยุ่งยากไปกันใหญ่…”
สวี่หยางคาดไม่ถึงว่าสำนักไท่อี้จะทำเช่นนี้ได้โดยไปจับมือกับผู้บำเพ็ญชั่วร้าย
แต่แน่นอนว่า เป็นไปได้ที่ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายอาจจะแค่ผ่านมาพอดี แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่าคงไม่บังเอิญขนาดนั้น
ก่อนที่จะไปเกาะจันทร์ดับ สวี่หยางได้เดินทางไปที่ตระกูลลู่ ปัจจุบันผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลลู่ตั้งรกรากอยู่ทะเลสาบเซียนวารีชิงหนิว
เช่นเดียวกับครั้งก่อนลู่หยวนฮว่าได้ต้อนรับสวี่หยางด้วยตัวเอง
เมื่อรับรู้ได้ว่าตอนนี้สวี่หยางได้ก้าวไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายแล้ว ลู่หยวนฮว่าก็อดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้ว่าความเร็วในการฝึกตนของสวี่หยางนั้นช่างรวดเร็วเสียจริง
ครั้งก่อน สวี่หยางยังคงเป็นเพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายไปเสียแล้ว
ทั้งสองได้พูดคุยกันเพียงสั้น ๆ สวี่หยางจึงได้กล่าวถึงจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ “ผู้อาวุโสลู่ สหายเต๋าในตระกูลลู่ของท่านนั้นข่าวสารรวดเร็วยิ่งนัก คงจะพอทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนเกาะจันทร์ดับในระยะหลังนี้เป็นแน่”
“เคยได้ยินเช่นกัน! จริงอยู่ที่ว่าเมื่อวันก่อนลู่เสี่ยวม่านได้มาที่นี่ และได้บอกกับข้าว่าจะรวบรวมข่าวสารจากทางนั้นแล้วจะส่งมาให้เจ้าอีกที”
“นางช่างใจดีจริง ๆ”
สวี่หยางเองก็ไม่รู้ว่าลู่หยวนฮว่าพูดจริงหรือแค่พูดไปอย่างนั้น
หลังจากนั้นลู่หยวนฮว่าก็ได้นำข่าวสารมามอบให้เขาจริง ๆ
หลังจากที่ได้พบลู่เสี่ยวม่านครั้งก่อน สวี่หยางก็ได้ข่าวสารมาไม่น้อย และในช่วงก่อนเหอซีเสวี่ยจะก้าวสู่ขอบเขตจินตาน ลู่เสี่ยวม่านนางยังได้พยายามเข้าข้างศัตรูอีกด้วย
นางได้รวบรวมยุทธปัจจัยให้กับศัตรู
แต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากทางลู่เสี่ยวม่านอีกเลย เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สวี่หยางก็ได้รู้ว่าลู่เสี่ยวม่านมีความสามารถในการหาข่าวเป็นเลิศ
เขาคาดเดาว่าลู่เสี่ยวม่านน่าจะได้สร้างสายข่าวลับขึ้นมาโดยใช้ชาวบ้านธรรมดา และผู้บำเพ็ญมนุษย์ แล้วส่งต่อมาทางช่องทางพิเศษสู่มือของนาง
สายข่าวลับประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องมีอิทธิพลมากมาย หรือพลังปราณที่แกร่งกล้า
แต่ต้องใช้ความสามารถในการจัดการบุคคลจำนวนมาก
สวี่หยางคาดเดาว่าลู่เสี่ยวม่านน่าจะเลียนแบบวิธีของตระกูลลู่
ในแดนเซียนตอนเหนือเมื่อครั้งก่อน ตระกูลลู่ก็ทำการสืบหาข่าวสารได้ดีมาก
ในช่วงที่เผชิญหน้ากับตระกูลหลิน ตระกูลหลินได้พ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เพราะว่าเสียเปรียบด้านข่าวสาร
“ลู่เสี่ยวม่านได้บอกกับข้าว่า เจ้าเป็นคนของเซียนเหอ และพวกเจ้าในเกาะจันทร์ดับกำลังทำเรื่องสำคัญ ซึ่งที่นั่นอาจเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นเมื่อไรก็ได้ การเตรียมข่าวสารไว้ล่วงหน้าจะทำให้พวกเจ้ามีแผนรับมือ”
ลู่หยวนฮว่ายิ้มพลางหยิบม้วนหยกอันหนึ่งออกมา
“นี่คือสำนักไท่อี้ที่อยู่ใกล้เกาะจันทร์ดับ”
สวี่หยางรับมา แล้วพยักหน้า “ดีมาก นอกจากนี้ข้ายังอยากรู้ข้อมูลของข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้าย!”
“อืม? ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายงั้นหรือ? ว่ากันว่าเมื่อไม่นานมานี้ได้ยินว่าเขาล่องลอยอยู่ที่เกาะจันทร์ดับ หรือว่า…”
ราวกับนึกบางสิ่งขึ้นมาได้
สีหน้าของลู่หยวนฮว่าเปลี่ยนไป “ข่ายถัง ผู้บำเพ็ญชั่วร้ายจงใจไปก่อกวน เพื่อยืดเวลาการขุดเหมือง…”
“เป็นไปได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องป้องกันไว้ก่อน จะดีกว่าหากจัดการคนชั่วผู้นี้ได้ก่อน”
สวี่หยางอธิบาย
“รอสักครู่ ข้าจะออกเดินทางไปพบลู่เสี่ยวม่านเพื่อบอกเล่าสถานการณ์ จากนั้นการสืบข้อมูลของพวกเราจะมุ่งไปทางนั้น”
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านแล้ว”
สวี่หยางไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบยันต์แสงทองใบหนึ่งและยันต์โจมตีขั้นกลาง ระดับสองมาสองใบยื่นให้เป็นของตอบแทน
เมื่อสวี่หยางกำลังจะจากไป จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้น “ใช่แล้ว เซียนเหอนั้น ในยามที่นางยังอยู่ในขอบเขตเจี่ยตาน ลู่เสี่ยวม่าน มาหาข้าเพื่อซื้อยันต์ป้องกันให้กับศัตรูของเซียนเหอ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวคราวของนางอีกเลย ข้าอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วนางเปลี่ยนใจเพราะเหตุใด?”
เวลานั้นสวี่หยางได้เกลี้ยกล่อมลู่เสี่ยวม่านให้เลิกสนับสนุนศัตรูของเหอซีเสวี่ย
ลู่เสี่ยวม่านปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าเพียงแค่ทำธุรกิจเพื่อหาเงิน!!
ตอนแรกเขาคิดว่าลู่เสี่ยวม่านคงจะทำตามที่พูดไปจนจบ
แต่แล้วกลับไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ อีกเลยจนถึงตอนนี้
คราวนี้ที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับตระกูลลู่ สวี่หยางจึงอยากถามให้กระจ่างเพื่อคลี่คลายความสงสัยในใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….