ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 298 ถุงน่องที่ถูกฉีกขาด
บทที่ 298 ถุงน่องที่ถูกฉีกขาด
เหอซีเสวี่ยกัดฟันแน่นด้วยความตกใจอย่างมาก!
ไม่เจอหลายวัน ฝีมือของสวี่หยางพัฒนาขึ้นมาก
ไม่แปลกใจเลยเขาจะมีภรรยาหลายคน
ด้วยการฝึกฝนทุกวัน ประสบการณ์ของสวี่หยางย่อมไม่อาจเทียบกับเหอซีเสวี่ยผู้ที่ไม่เคยชินกับเรื่องแบบนี้
ในไม่ช้าร่างกายของเหอซีเสวี่ยก็กระตุก ขอบเขตจินตานผู้ยิ่งใหญ่กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก่อนและเอาแต่ตะโกนว่า “พอ! พอแล้ว!”
ใต้เตียงมีชุดกระโปรงสวยงามและถุงเท้าขาด ๆ หล่นอยู่
“พอแล้ว… จู่ ๆ ข้า ก็รู้สึกเหมือนวิญญาณจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ข้าจะพักผ่อนสักครู่ เจ้าออกไปได้แล้ว”
เหอซีเสวี่ยลุกขึ้นและสวมเสื้อผ้าให้ตัวเองทันที
สวี่หยางพูดไม่ออก นางทำให้เขาค้างเติ่ง
ต้องรู้ไว้ด้วย ขายังไม่เสร็จเลยนะ
ราวกับจะรับรู้ถึงความน้อยใจของสวี่หยาง เหอซีเสวี่ยก็รู้สึกขำในความเอาแต่ใจของตัวเอง
แต่การจะให้นางยอมถอยเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นนางจึงจ้องสวี่หยางอย่างเอาแต่ใจ “ภรรยาเจ้าไม่มารึไง ถึงไม่พอให้เจ้าใช้งาน?”
สวี่หยางเกาหัว
เหอซีเสวี่ยพูด…เหมือนจะจริงแฮะ
“เอ่อ เช่นนั้นเซียนเหอ เจ้าพักผ่อนเถิด”
สวี่หยางส่ายหน้าแล้วจากไป
…………
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
ในห้อง
หลินอวี้เช็ดปากพูดว่า “สามี ของเจ้าใหญ่ไปหรือไม่ วันนี้มีความสุขแล้วสินะ”
“ยังไงข้าก็ชอบภรรยาข้าที่สุด”
จากนั้นจึงให้ภรรยาที่อยู่ข้างห้องเข้ามาหารือเรื่องสำคัญ
“มีอะไรหรือ?”
เสิ่นม่านอวิ๋นถือหนังสืออยู่ในมือ กำลังอ่านนิยายกับหลินหวั่นชิงและหลินไห่ถังพอดี
นี่คือความบันเทิงใหม่ล่าสุดที่พวกนางเพิ่งหาเจอ
ยามว่างก็อ่านหนังสือ พูดถึงเนื้อเรื่องในนิยาย บางครั้งก็สนุกสนานเป็นพิเศษ
สวี่หยางกล่าว “เมื่อครู่เซียนเหอบอกให้ข้าไปหา นางบอกเรื่องหนึ่งกับข้า เบาะแสไข่มุกวารีระดับสามได้ถูกพบแล้ว”
“จริงหรือ ดีจริง ๆ!”
หลินอวี้เมื่อได้ฟังก็มีความสุขจนน้ำตาแทบจะไหล
เมื่อครู่สวี่หยางให้พวกนางเข้าไปเพื่อที่จะบอกข่าวดี นึกไม่ถึงว่าจะเป็นข่าวดีนี้
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนางโดยตรงว่านางจะสามารถกลายเป็นเทพได้เมื่อไหร่!? เหตุใดจะไม่ตื่นเต้นล่ะ
“คราวนี้หลังจากเข้าร่วมงานฉลองของหวงเสี่ยวเหมยแล้ว ข้าตัดสินใจจะไปสำนักเกาซาน”
สวี่หยางตบอกพูด
“อืม ถึงตอนนั้นไปด้วยกันเลยจะดีกว่า สำนักเกาซานไม่ใช่สำนักอ่อนแอ เพราะเป็นสำนักที่มีผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดเป็นมหาอำนาจ เมื่อไปที่ดินแดนของคนอื่น โดยทั่วไปก็ต้องระมัดระวังไว้”
เสิ่นม่านอวิ๋นพูด
สวี่หยางได้ยินก็ส่ายหัว “คนเยอะเกิน อาจจะถูกจับตามองได้ง่าย”
“สามี เจ้าคิดจะทิ้งเราไว้ที่บ้านอีกแล้วรึ”
หลินหวั่นชิงเสนอความเห็นแย้ง
เสิ่นม่านอวิ๋นพยักหน้า “ถูกต้อง เราอาจแยกกันเดินทาง พอไปถึงเขตสำนักเกาซานค่อยมาพบกันอีกทีก็ได้”
สวี่หยางขมวดคิ้ว “พวกเจ้าแต่ละคนก็เป็นหญิงสาว แถมยังงดงามราวหยกแก้วเช่นนี้ สามีจะไว้วางใจได้อย่างไรเล่า”
“คิกคิก…”
หลินไห่ถังหัวเราะออกมา “สามี เจ้าวางใจเถอะ พลังปราณของพวกเราไม่ธรรมดาซะหน่อย แล้วอีกอย่าง บนร่างพวกเราแต่ละคนก็มียันต์ศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นอะไรได้อย่างไรกัน?”
“ใช่แล้ว ไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน!” เสิ่นม่านอวิ๋นกล่าวอย่างจริงจัง
เมื่อสวี่หยางได้ยินเช่นนั้นก็คิดในใจว่าไม่ดีแน่
เมื่อพวกนางกล่าวคำสัญญาเช่นนี้ แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ สวี่หยางก็ไม่กล้าให้พวกนางออกเดินทาง
จึงบอกว่าไว้คุยกันในภายหลัง
…………
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ห้าวันต่อมา
พวกเขาได้เข้ามาในอาณาเขตทางทะเลของสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีแล้ว
เกาะเซียนแห่งแรกที่ผ่านไปคือ เกาะเซียนที่เก้าของสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี
ซึ่งเป็นเกาะเซียนที่มีพลังปราณอ่อนแอที่สุดในสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี
แต่ถึงกระนั้น เหอซีเสวี่ยก็ยังแวะไปเยี่ยมเจ้าสำนักของเกาะ แวะจอดเรือหนึ่งชั่วโมงแล้วจึงออกเดินทางต่อ
เวลาพลบค่ำ
เรือวิญญาณก็มาถึงเกาะเซียนที่สี่
เมื่อระยะทางเท่านี้ สวี่หยางก็สามารถใช้ยันต์ส่งข่าวติดต่อหวงเสี่ยวเหมยได้แล้ว
“พวกเจ้ามาถึงแล้วหรือ ท่านอาจารย์ได้ส่งคนมารับเรือวิญญาณพาไปเทียบท่าที่เตรียมไว้ ส่วนสวี่หยาง เจ้าพาภรรยาขึ้นมาเถิด ข้าได้จัดที่พักไว้ให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ”
หลังได้รับการติดต่อจากหวงเสี่ยวเหมยแล้ว สวี่หยางก็ตอบรับทันที
เขาไปหาเหอซีเสวี่ย แล้วบอกว่าจะไปหาหวงเสี่ยวเหมยก่อน
“ไปเถอะ ดูแลตนเองด้วย”
เหอซีเสวี่ยกล่าวด้วยความเป็นห่วง
ระหว่างที่พูดคุย หลินอวี้ก็จับจ้องที่สีหน้าของเหอซีเสวี่ย ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสิ่งใดบางอย่าง
หลังจากลงจากเรือวิญญาณแล้ว สวี่หยางก็เรียกเรือส่านหลิงเฟยของตน
จากนั้นเรือเหาะก็แล่นไปข้างหน้า
ระหว่างทาง
ขณะที่ภรรยาคนอื่น ๆ กำลังพักผ่อน หลินอวี้ก็เดินมาพร้อมกับจ้องมองที่ด้านหลังของสวี่หยาง
“อืม? อวี้เอ๋อร์ เจ้าดูเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจอยู่งั้นหรือ?”
หลังจากลงจากเรือวิญญาณ
สวี่หยางสังเกตว่าหลินอวี้เหมือนจะกังวลใจอยู่เสมอ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
แต่ก็ยิ่งได้เห็นท่าทางของหลินอวี้ ความสงสัยนี้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“สามี ข้ารู้สึกว่าเซียนเหอกับสามีนั้น…”
ถึงแม้หลินอวี้จะเป็นเพียงแค่หญิงธรรมดา แต่ในบรรดาภรรยาหลาย ๆ คนแล้ว นางกลับเป็นคนที่มีความอ่อนไหวที่สุด
เสิ่นม่านอวิ๋นเป็นคนห้าว ๆ
หลินหวั่นชิงเป็นคนดื้อรั้น ไม่ค่อยไว้ใจผู้อื่น
หลินไห่ถังเย็นชา
มีเพียงหลินอวี้ อาจเป็นเพราะว่านางเป็นหญิงธรรมดา จึงค่อนข้างจะละเอียดอ่อน
เมื่อครู่ นางได้เห็นแววตาของเหอซีเสวี่ยที่มองสวี่หยาง แววตาแบบนั้นไม่ใช่แววตาที่หญิงสาวทั่วไปมองคนรู้จัก
แต่เป็นแววตาที่…เจิดจ้า
สวี่หยางยิ้มถาม “เจ้าอยากจะสื่ออะไร?”
“ก็ไม่มีอะไร เพียงแค่หวังว่าสามีอย่าได้ทำร้ายร่างกายของตนเองเพื่อข้า”
สวี่หยาง “…”
พูดอะไรของเจ้ากันแน่เนี่ย
หลังจากที่ได้รับคำอธิบายจากหลินอวี้ สวี่หยางก็เข้าใจ
แท้จริงแล้วหลินอวี้คิดว่าเหอซีเสวี่ยผู้ยิ่งใหญ่นี้คงจะเล่นชู้กับสวี่หยาง
คิดว่าสวี่หยางเป็นชายแพศยาเช่นนั้น
นางกังวลว่าสวี่หยางจะเสียเปรียบจึงเป็นห่วง
สวี่หยางขบขัน
หลินอวี้คิดไปได้อย่างไรกันนะ
“พอแล้ว อย่าคิดมาก ข้ากับเซียนเหอมีความสัมพันธ์ที่ดี”
เห็นสวี่หยางนิ่งเฉยเช่นนี้ หลินอวี้จึงโล่งอก
สองชั่วโมงผ่านไป
เกาะเซียนที่สาม ที่ด้านหนึ่งของเทือกเขา
เทือกเขาที่มีลมปราณพัดโชย ปรากฏแก่สายตาของทุกคน
ที่นี่คือลานฝึกตนแห่งใหม่ของหวงเสี่ยวเหมย
ในฐานะศิษย์สายตรงของเกาะเซียนขณะนี้ นางมีสถานที่ฝึกตนที่ดีที่สุดบนเกาะ
ที่นี่มีค่ายกลระดับสามกั้นไว้ ทางเข้ามีผู้บำเพ็ญมนุษย์ชายหญิงสองคนเฝ้าอยู่ พวกเขาคือผู้พิทักษ์ที่นี่
เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นเรือเหาะของสวี่หยางแล่นเข้ามา ทั้งสองคนก็ตกใจ และรีบออกมาต้อนรับ
“ใช่สวี่หยางสหายสนิทของศิษย์สายตรงหวงใช่หรือไม่”
หนึ่งในศิษย์ทั้งสองกล่าวต้อนรับด้วยไมตรี
สวี่หยางมองออก สองคนนี้เฝ้าอยู่ที่นี่มานานแล้ว เป็นคำสั่งของหวงเสี่ยวเหมยที่บอกกล่าวพวกเขาไว้ล่วงหน้า
‘ไม่น่าแปลกใจที่เป็นศิษย์สายตรงแล้ว นางจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาก’
สวี่หยางยิ้มในใจ แล้วเดินตามทั้งสองเข้าไป
ลานฝึกตนของหวงเสี่ยวเหมย คือตำหนักอันสูงใหญ่ เมื่อเข้าไปในโถงใหญ่ก็เห็นหวงเสี่ยวเหมยนั่งอยู่ข้างใน
นางสวมเสื้อคลุมสีเงิน ผิวพรรณเนียนราวกับหยก ปราณธาตุน้ำแข็ง ซึ่งปราณของนางเปลี่ยนไปอย่างมาก
“พวกเจ้าออกไปเถอะ”
นางกล่าวกับเหล่าศิษย์ที่พาสวี่หยางเข้ามา
“ขอรับ ศิษย์สายตรงหวง”
เมื่อเหล่าศิษย์ออกไปแล้วปิดประตู หวงเสี่ยวเหมยจึงยิ้มออก พยักหน้าให้สวี่หยางและภรรยาอีกสี่คนทางด้านหลัง
“เฮ้อ! เมื่อกลายเป็นศิษย์สายตรงแล้ว เรื่องราวมากมายก็ไม่สามารถทำตามใจชอบได้เหมือนเดิม แม้แต่การหัวเราะก็ไม่ค่อยดีเสียด้วย เพราะอาจารย์บอกว่าเดี๋ยวไม่มีความน่าเกรงขาม”
หวงเสี่ยวเหมยส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เชื้อเชิญให้สวี่หยางนั่งลง
“ไม่แปลกใจเลย ข้าเพิ่งเห็นเจ้าทำท่าเย็นชา ยังนึกว่าไม่ต้อนรับเสียอีก”
สวี่หยางแกล้งหยอก
“พวกเราเป็นที่รู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว จะไม่ต้อนรับพวกเจ้าได้อย่างไรกัน”
หวงเสี่ยวเหมยก็นั่งลงรินชาให้สวี่หยางและภรรยา
หากคนภายนอกมาพบเห็นฉากนี้เข้า รับรองได้ว่าจะต้องตกใจจนพูดไม่ออกอย่างแน่นอน
ไม่น่าเชื่อว่าศิษย์สายตรงหวงจะรินชาให้กับบุคคลภายนอก
คุยกันอยู่พักหนึ่ง
สวี่หยางก็ได้ทำให้นางรู้แจ้งถึงสถานการณ์บางอย่าง และการคาดเดาของเขาก็แม่นยำเช่นเดิม
แม้หวงเสี่ยวเหมยจะเป็นศิษย์สายตรง แต่เนื่องจากเกาะยังมีฟางจงป๋อ สถานะของนางในเกาะก็ยังถือว่าต่ำว่าฟางจงป๋ออยู่ดี!!
โดยผิวเผินแล้ว แม้สถานะของทั้งสองจะเป็นศิษย์สายตรงของเทพธิดาจื่อหลานเหมือนกัน แต่เพราะฟางจงป๋อมีภูมิหลังทางครอบครัว ทางด้านหวงเสี่ยวเหมยจึงต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน
“อย่างเช่น ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ยินดีติดตามเขา!!”
หวงเสี่ยวเหมยส่ายหน้าอย่างขมขื่น นางไม่สบายนัก
จริง ๆ แล้วเมื่อพูดถึงพลังปราณของทั้งสองคน หวงเสี่ยวเหมยย่อมแข็งแกร่งกว่าแน่นอน
แต่ในมือของฟางจงป๋อมีศัสตราศักดิ์สิทธิ์และสมบัติบางอย่างคอยช่วยเสริม แน่นอนว่านั่นทำให้เขาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
“ตอนนั้นข้าและเขาต่อสู้กันบนแท่นประลอง ด้วยการรับรู้ที่เฉียบคมของข้า จึงได้โอกาสโจมตีเขาแบบไม่ทันตั้งตัว และเอาชนะเขาได้! หากเขาเข้ามาใกล้ข้ากว่านี้เล็กน้อย ข้าอาจจะพ่ายแพ้ไปแล้ว”
เล่าถึงสถานการณ์ตอนนั้น ภายในใจหวงเสี่ยวเหม่ยก็กลัวจนตัวสั่น
สวี่หยางพยักหน้า เขาไม่รู้จะช่วยหวงเสี่ยวเหมยอย่างไร ได้แต่พูดว่า “เจ้าต้องการให้ข้าช่วยสิ่งใดหรือไม่ พูดมาได้เลย ข้าช่วยเจ้าแน่นอน”
“เจ้าดีกับข้ามาก ๆ แล้ว ข้าจะให้เจ้าช่วยอีกได้อย่างไรกัน?”
พูดจบนางก็นำถุงเก็บของออกมา
“ข้างในนี้มีหินวิญญาณสองหมื่นก้อน และยังมียาสร้างจินตานอีกสอง รวมถึงโอสถวิญญาณอีกด้วย ในอนาคตเมื่อเจ้าได้ยาสร้างจินตาน ก็จะสามารถช่วยให้เจ้าสงบจิตใจและรวมจิตใจเข้าด้วยกัน ทำให้บรรลุขอบเขตเจี่ยตานได้ง่ายยิ่งขึ้น”
“นอกจากนี้ ยังมีศัสตราศักดิ์สิทธิ์ เสื้อคลุม ยันต์ และอื่น ๆ เจ้าจงรับไปเถิด”
ไม่ใช่แค่สวี่หยาง
คนอื่น ๆ อย่างหลินอวี้ เสิ่นหม่านอวิ๋น ก็ต่างพากันมองมาด้วยความประหลาดใจ
“มันมีค่ามากมายนัก”
“สิ่งใดกันเล่า แม้ว่าข้าจะเป็นศิษย์สายตรงที่ไร้ความสามารถ แต่ของวิเศษเช่นนี้หาได้ยากนัก และที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้มิใช่ข้ายืมเจ้าไปหรอกหรือ ยืมแล้วก็ย่อมต้องคืน ต่อให้ยืมอีกก็หาได้ไม่ยาก เช่นนั้นเจ้าจงรับไปเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวี่หยางก็มิได้กล่าวสิ่งใด
รับไว้แต่โดยดี
ในวันนั้นสวี่หยางและภรรยาพักอาศัยอยู่กับหวงเสี่ยวเหมย
ณ โถงใหญ่
หวงเสี่ยวเหมยได้สั่งให้สาวใช้นำอาหารมื้อค่ำอันเลิศหรูมาจัดเตรียมไว้และรับประทานด้วยกัน
เสิ่นม่านอวิ๋น หลินอวี้ หลินไห่ถัง และหวงเสี่ยวเหมยต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะหลินไห่ถังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศิษย์พี่ร่วมสำนัก
ดังนั้น แม้ว่าสวี่หยางจะไม่อยู่ พวกนางก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ยามพูดคุยก็ไม่รู้สึกถึงความห่างเหินใด ๆ
หลังจากที่ได้ดื่มสุราไปสามรอบ หวงเสี่ยวเหมยก็ยังได้อธิบายถึงข้อสงสัยบางอย่างในการฝึกตนให้ทุกคนฟัง
อย่าดูถูกหวงเสี่ยวเหมย แม้ขอบเขตของนางจะแค่ขอบเขตสร้างรากฐานเหมือนกับทุกคน
แต่อย่างไรนางก็เป็นคนจากสำนักใหญ่ มีอาจารย์ผู้เก่งกล้าคอยชี้แนะ ดังนั้นความเข้าใจในวิชายุทธ์จึงแตกต่างโดยสิ้นเชิง
สองชั่วยามผ่านไป ทุกคนล้วนได้ประโยชน์มากมาย
โดยเฉพาะสวี่หยาง เขารู้สึกราวกับได้หยั่งรู้บางสิ่ง
จิตใจรู้สึกไม่เป็นสุข
รู้สึก… เหมือนกับว่าสิ่งที่ปิดกั้นได้มีการคลายตัวเสียแล้ว
เขารีบเปิดหน้าต่างระบบทันที
เหลือบมองคุณลักษณะแบบสุ่มบนหน้าต่างระบบของหวงเสี่ยวเหมย คะแนนพิเศษ 28 แต้ม
ช่วงนี้ เขาได้ใช้คุณลักษณะแบบสุ่มกับเหล่าภรรยาไปบ้างแล้ว เหลืออยู่ 28 แต้ม
สวี่หยางรีบเพิ่มคะแนนให้กับตัวเอง
เมื่อเพิ่มถึง 20 แต้ม
‘ปัง’ ในขณะนี้ เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน สิ่งที่เคยปิดกั้น… แตกออกแล้ว
“หือ? สวี่หยาง เจ้ามีลมปราณเข้มข้นมาก ราวกับว่าเจ้าได้เลื่อนขั้นแล้ว!!”
หวงเสี่ยวเหมยมองมาด้วยความประหลาดใจอย่างมาก
สวี่หยางพยักหน้า “ถูกต้อง ข้าไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ก้าวข้ามขีดจำกัดที่นี่!”
ความยินดีปรากฏบนใบหน้าของเขา
หากสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดที่นี่ได้ พื้นฐานของเขาจะมั่นคงในระดับเก้า ขั้นตอนต่อไปก็คือการหลอมยาสร้างจินตานอย่างเป็นทางการ
“ถูกต้องแล้ว เจ้ารีบไปที่ถ้ำฝึกตนที่ข้าใช้บำเพ็ญเพียรเถิด ข้าจะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ให้เจ้าเอง”
“ขอบใจเจ้ายิ่งนัก”
สวี่หยางไม่ได้ปฏิเสธเนื่องจากเขาต้องการใช้ถ้ำฝึกตนของหวงเสี่ยวเหมยจริง ๆ
จากนั้น เขาก็เข้าไปในถ้ำฝึกตน
หวงเสี่ยวเหมยเดินตามหลังและทำสัญญาณให้สวี่หยางเข้าไปในถ้ำ
สวี่หยางเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักอยู่กับที่
สิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นในถ้ำฝึกตนทำให้เขาต้องตะลึงงัน
ข้าวของส่วนตัวมากมายของหวงเสี่ยวเหมย และบางสิ่งบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเบิกตาโพลง…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….