ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 321 การทะเลาะของคู่สามีภรรยา
บทที่ 321 การทะเลาะของคู่สามีภรรยา
“พวกผู้บำเพ็ญมารเป็นคนเลวที่ควรจะถูกกำจัดให้หมดสิ้น”
“ถูกต้องแล้ว ในอดีตที่วัดชิงหยาง ข้ากับหวังซูเฉียงและเพื่อนๆ ได้ตามล่าพวกผู้บำเพ็ญมารหลายคนที่ทำเรื่องชั่วร้าย ฆ่าคนกวาดล้างหมู่บ้าน ข่มเหงสตรี วิธีการของพวกมันชั่วร้ายมากเจ้าค่ะ!”
หลินไห่ถังส่ายหัวและระลึกถึงอดีต
เมื่อหลินหวั่นชิงและหลินไห่ถังพูดถึงเรื่องนี้ หลินอวี้และเสิ่นม่านอวิ๋นก็พยักหน้าเห็นด้วย
โดยเฉพาะเสิ่นม่านอวิ๋น กล่าวว่า “สหายเต๋าสวี่ ท่านลืมไปหรือว่า ในอดีต เราเคยเจอผู้บำเพ็ญมารมาแล้ว”
“ใช่ บัดนี้พวกเราเริ่มเป็นกังวลแล้วสิ”
หลินอวี้ถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านพี่ ทำไมจู่ๆ ท่านจึงพูดถึงผู้บำเพ็ญมารขึ้นมาเช่นนี้”
สวี่หยางถอนหายใจเบาๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ไม่แน่นักว่าทุกคนที่เป็นผู้บำเพ็ญมารจะเลวเสมอไป”
“หืม?”
หลินหวั่นชิงวางชามยาบำรุงและจ้องมองสวี่หยางอย่างแปลกใจ “สหายเต๋าสวี่ ท่านกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง! ทำไมท่านจึงได้พูดออกมาเช่นนี้ เหมือนกับว่าท่านสนับสนุนพวกผู้บำเพ็ญมารเลย”
“ท่านพี่ ท่านรู้จักมิตรสหายที่เป็นผู้บำเพ็ญมารหรือ?”
หลินอวี้ฉลาดหลักแหลม ถามทันที
เมื่อเห็นสายตาทั้งสี่คู่ สวี่หยางรู้ว่าเขาไม่ควรปิดบังอีกต่อไป
เขาตัดสินใจพูดตรงๆ “ใช่ ข้ารู้จักสหายผู้บำเพ็ญมารคนหนึ่ง ข้าได้ประโยชน์มากจากการรู้จักนาง”
“เป็นเช่นนี้จริงด้วย!”
หลินหวั่นชิงพยักหน้าด้วยความสงสัย “สุดท้ายนางก็คือสตรีใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของสวี่หยางเต็มไปด้วยความอับอาย
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหวั่นชิงก็ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที “ให้ตายเถอะ เดี๋ยวนี้ท่านหาภรรยาเป็นผู้บำเพ็ญมารแล้วหรือ?”
“เอ่อ…” หลินไห่ถังเบิกตากว้าง ไม่รู้จะพูดอะไร
“อย่ากังวล ข้ารับรองว่านางไม่ใช่คนเลว ที่จริงแล้วผู้บำเพ็ญมารมีสามประเภท ประเภทแรกเหมือนเรา ทำดีและไม่ทำชั่ว”
สวี่หยางอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในสำนักเกาซาน
“ยังไงก็ไม่ดี ใครจะรู้ว่าพวกผู้บำเพ็ญมารคิดอะไร”
หลินหวั่นชิงส่ายหัว “ในอดีตที่เมืองหลินเจีย พวกผู้บำเพ็ญมารก่อกวนทุกปี ไม่มีผู้บำเพ็ญมารคนไหนดีได้หรอ ถึงจะดีต่อท่านพี่ แล้วพวกมันจะดีต่อคนอื่นหรือไม่?”
“ถูกต้อง ท่านพี่ ท่านอาจถูกล่อลวงก็เป็นได้” หลินอวี้ขมวดคิ้ว
“สหายเต๋าสวี่ เราให้ท่านหาภรรยาได้อีก แต่ไม่ควรหาผู้บำเพ็ญมาร” เสิ่นม่านอวิ๋นส่ายหัว
สวี่หยางถอนหายใจ “หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะให้พวกเจ้าเจอนางสักครั้ง แล้วพวกเจ้าจะเปลี่ยนใจ”
“ไม่ได้!”
หลินหวั่นชิงและหลินไห่ถังพูดพร้อมกัน
“ถ้าท่านหาผู้บำเพ็ญมารมาเป็นภรรยา ข้าจะไป”
หลินหวั่นชิงโกรธและลุกขึ้นยืน
“หวั่นชิง รอข้าด้วย ข้าจะไปกับเจ้า”
หลินไห่ถังลุกขึ้น มองสวี่หยางและพูดด้วยความจริงจัง “ท่านพี่ ท่านคิดให้ดีก็แล้วกัน”
พูดจบ ตัวนางและหลินหวั่นชิงเข้าไปในห้องหนึ่ง
ในช่วงนี้ สองคนนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก
“เฮ้อ…”
เสิ่นม่านอวิ๋นถอนหายใจ
“ท่านพี่ ครั้งนี้ท่านไม่ควรทำให้หวั่นชิงและไห่ถังโกรธ พวกนางทำเพื่อท่านมากมายเป็นอย่างยิ่ง”
“ข้ารู้” สวี่หยางพยักหน้าให้เสิ่นม่านอวิ๋น “เจ้าไปพักกับอวี้เอ๋อร์ก่อนเถอะ ข้าจะล้างจานเอง”
“เจ้าค่ะ”
เสิ่นม่านอวิ๋นและหลินอวี้จากไป
“เฮ้อ ไม่คิดว่าจะต้องทะเลาะกับภรรยาเพราะเฉินซือซือเสียได้นะเรา” สวี่หยางรำพึง
เขาไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมในนวนิยายพระเอกมีสามสี่ภรรยา ชีวิตก็เป็นปกติสุขดี แต่ในชีวิตจริงกลับเป็นเช่นนี้ไปได้
นวนิยายก็คือนวนิยาย
หลังจากล้างจาน สวี่หยางให้อาหารแก่เสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฉียง
จากนั้นเขาเปิดหน้าจอขึ้นมา
เขาอยากดูว่าความชื่นชอบของภรรยาลดลงหรือไม่
【ชื่อ: สวี่หยาง】
【คะแนนพิเศษ: 26000 คะแนน】
【ขอบเขต: สร้างรากฐาน ขั้นสุดยอด】
【วิชายุทธ์: เคล็ดวิชากลั่นลมปราณแห่งฟ้าดิน ขั้นสมบูรณ์: 0/60000 (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ, ศาสตร์ลับแห่งการรักษา, ภวังค์จิตขยายใหญ่)】
【วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็ม ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: เคล็ดดัชนีวิถี)】
【วิชายุทธ์: อำพรางกลิ่นอาย ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: ติดตามกลิ่นอาย) (จิตตรวจตรา)】
【วิชายุทธ์: เคล็ดวิชามังกรขับขาน ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: จิตเทวะ คลื่นกระแทก)】
【วิชายุทธ์หล่อเลี้ยงกาย: ตำราหล่อเลี้ยงกายา ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: ทนทานเท่าตัว)】
【เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายพินิศวิญญาณ ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: ภวังค์จิต)】
【เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาส ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: เคล็ดลูกไฟคู่)】
【เคล็ดวิชา: เคล็ดมารทมิฬอเวจี ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: กายาหมอก)】
【ทักษะ: ศาสตร์ทำยันต์เบื้องต้น ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะพิเศษ: รู้แจ้งวิถียันต์อักขระ)】
【เคล็ดวิชา: ศาสตร์การบ่มเพาะจิตวิญญาณต้าหยาน ขั้นเชี่ยวชาญ: 0/120000】
【 เคล็ดวิชา : ตำราโบราณกลั่นวิญญาณ ขั้นสมบูรณ์ :0/60000.】
【 กฎ : วิชาบัญชาสวรรค์ : ขั้นปรมาจารย์ 。(กระตุ้นคุณสมบัติ:พลังแห่งกฎระดับเจ็ด)】
【 พลังวิเศษ : ความเป็นอมตะ 。】
【ภรรยา หลินอวี้ ค่าความนิยม:100+8.】
【ภรรยา เสิ่นม่านอวิ๋น ค่าความนิยม:100。】
【ภรรยา หลินหวั่นชิง ค่าความนิยม:100.】
【ภรรยา หลินไห่ถัง ค่าความนิยม:99.】
【ภรรยา เหอซีเสวี่ย ค่าความนิยม:99.(เนื่องจากเหอซีเสวี่ยบรรลุขอบเขตจินตาน ,จึงได้รับคะแนนพิเศษเพิ่ม)】
【คนที่แอบชอบ หวงเสี่ยวเหมย ค่าความนิยม:100+1.(เนื่องจาก หวงเสี่ยวเหมยเป็นกายาหยกสวรรค์ ,ทุกวันจะได้รับคะแนนพิเศษ +1.)】
【ภรรยา เฉินซือซือ ค่าความนิยม:100. เนื่องจากเฉินซือซือบรรลุขอบเขตจินตาน ,จึงได้รับคะแนนพิเศษเพิ่ม】
ยังดีที่ความชื่นชอบของภรรยาไม่ได้ลดลง
หลินหวั่นชิงและหลินไห่ถังโกรธเพราะเป็นห่วงเขา ไม่อยากให้เขาถูกผู้บำเพ็ญมารหลอกลวงก็เท่านั้นเอง
เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว ถ้าเขาไม่ได้รู้จักกับเฉินซือซือ ถ้าต้องเจอกับเฉินซือซือเป็นครั้งแรก เขาก็คงจะคิดว่าเฉินซือซือไม่ใช่คนดีเช่นเดียวกัน
ค่ำคืนนั้น สวี่หยางไปที่ห้องของหลินอวี้
“ท่านพี่ ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ คืนนี้ท่านไปหาหวั่นชิงเถอะเจ้าค่ะ นางอยู่กับไห่ถัง ท่านไปคุยกับพวกนางดี ๆ นะเจ้าคะ พวกนางจะได้ไม่โกรธ”
หลินอวี้กล่าวแนะนำด้วยความหวังดี
“ไม่มีเหตุผลที่ต้องไป สำหรับข้าไม่ได้ทำผิดอะไร”
สวี่หยางโบกมือแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจ
พูดตามตรง สวี่หยางก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
แม้จะกังวลเรื่องผู้บำเพ็ญมารก็ตาม แต่ก็ต้องเข้าใจเรื่องราวก่อนที่จะพูดสิ่งใด
“เอ่อ…”
หลินอวี้ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ยังผลักสวี่หยาง “ไปเถอะเจ้าค่ะ ไปปลอบหวั่นชิงเถอะเจ้าค่ะ”
“ก็ได้ ๆ”
สวี่หยางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และเดินออกไป ไปยังห้องข้าง ๆ
ประตูไม่ได้ลงกลอน
“หวั่นชิง ไห่ถัง พวกเจ้ายังไม่หลับอีกหรือ”
ทันทีที่เขาเข้าไป เขาได้ยินเสียงกระซิบของคนสองคน
“ท่านมาทำไม พวกเรากำลังจะพักผ่อนแล้ว”
หลินหวั่นชิงพูดด้วยเสียงไม่พอใจ
“พวกเจ้ากำลังโกรธข้าอยู่หรือ?”
“ขออภัย ข้าไม่ได้โกรธ”
“ข้าก็ไม่ได้โกรธเช่นกัน”
“เอาล่ะ ข้าจะไม่เจอหน้านางอีกแล้ว พอใจหรือยัง”
สวี่หยางตัดสินใจพูดเพื่อให้พวกนางสงบ
เขาขึ้นเตียง
ในผ้าห่ม สวี่หยางอยู่ตรงกลาง กอดสตรีทั้งสองข้างไว้ ขยับไปมาอยู่นาน กว่าจะถอดเสื้อผ้าของสองสาวออกได้สำเร็จ
จนกระทั่งกลางดึก เมื่อการโยกไหวเสร็จสิ้น ทั้งสามคนก็หลับอย่างพึงพอใจ
แต่ความจริงนั้น สวี่หยางกลับนอนไม่หลับ
แม้ว่าปัญหาการทะเลาะกันของสามีภรรยาจะยุติลงไปชั่วคราว
แต่ปัญหาของเฉินซือซือยังไม่ได้รับการแก้ไข
บัดนี้เขาจัดให้เฉินซือซือพักอยู่ในเมืองใกล้ภูเขามาสักพักแล้ว ครั้งนี้ เขาสัญญากับนางว่าจะบอกเรื่องของนางกับภรรยาของเขา
ถ้าเฉินซือซือรู้ว่าภรรยาของเขาไม่ต้อนรับนาง นางคงจะเสียใจมาก
จะทำอย่างไรดี
ตอนเช้า สวี่หยางตื่นแต่เช้า ทำอาหาร
แม้ว่าจะไม่ได้พูดเรื่องของเฉินซือซืออีก แต่หลินหวั่นชิงก็กลับเป็นคนพูดขึ้นมาเสียเองว่า “บัดนี้นางอยู่ที่ใด?”
สวี่หยาง “…”
“เจ้าหมายถึงผู้ใดหรือ?”
“ใช่สิ ย่อมต้องเป็นผู้บำเพ็ญมารที่ท่านร่วมมือกับนาง… ไม่ทราบว่านางอยู่ที่ใด”
ในขณะนั้น สายตาของภรรยาทั้งหลายจับจ้องมาที่เขา
“อยู่ที่เชิงเขา”
“พาข้าไปหานางเถอะ” หลินหวั่นชิงพูดอย่างสงบ
จริง ๆ แล้ว นางและหลินไห่ถังได้พูดคุยกันก่อนที่สวี่หยางจะตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้
ผู้บำเพ็ญมารนั้นอาจจะไม่ใช่คนชั่วร้ายอย่างที่สวี่หยางพูด
ที่สำคัญกว่านั้น การไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ช่วยอะไร สู้เป็นฝ่ายสอบถามเองยังดีกว่า
ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางจึงตัดสินใจพาหลินหวั่นชิงไปพบเฉินซือซือ
—
ที่เชิงเขา มีบ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ
ที่นี่เป็นสถานที่แพงที่สุดในเมือง สวี่หยางจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อมาจากสามีภรรยาคู่หนึ่ง
บัดนี้ให้เฉินซือซืออาศัยอยู่ที่นี่
เฉินซือซือเหมือนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เช้าวันนี้ดื่มจึงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อประตูเปิดออก สวี่หยางพาหลินหวั่นชิงเข้ามาในบ้าน
เมื่อเห็นหลินหวั่นชิง ด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิง เฉินซือซือรู้สึกถึงความเป็นศัตรูของหลินหวั่นชิงได้โดยทันที
ช่วงเวลาที่เฉินซือซืออาศัยอยู่ที่นี่ นางไม่ได้อยู่นิ่งเฉย นางได้สืบค้นเรื่องภรรยาของสวี่หยาง และแอบดูรูปร่างหน้าตาของพวกนาง
นางรู้ว่าสตรีคนนี้คือหลินหวั่นชิง เป็นผู้บำเพ็ญหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มภรรยาของสวี่หยาง
การพบกันของสตรีทั้งสองนาง สายตาที่ประสานกันเหมือนมีประกายไฟ แม้แต่สวี่หยางก็รู้สึกถึงแรงกดดัน
โอ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีก
สวี่หยางอยากยกมือเช็ดเหงื่อ
ประตูปิดลงในที่สุด
เฉินซือซือเชิญหลินหวั่นชิงนั่งลง ก่อนรินน้ำชาให้หลินหวั่นชิงและสวี่หยาง
“ท่านพี่บอกเรื่องของเจ้าแล้ว” หลินหวั่นชิงรับชา จิบเล็กน้อย แล้วพูดตรง ๆ
“อืม พี่หลินมีอะไรจะพูดหรือ ถ้าซือซือช่วยได้ ซือซือจะช่วยแน่นอน”
“ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!!”
หลินหวั่นชิงพูดตรง ๆ
สวี่หยางขมวดคิ้ว บอกเฉินซือซือทางกระแสจิตว่าอย่าเพิ่งใจร้อน
สวี่หยางไม่คิดว่าหลินหวั่นชิงจะพูดตรง ๆ เช่นนี้
หลินหวั่นชิงพูดต่อ “เฉินซือซือ ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่กับท่านพี่ได้ก็แปลว่าเจ้าไม่เลว แต่เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญมาร ย่อมส่งผลกระทบต่อท่านพี่ เจ้าเคยคิดเรื่องนี้ไหม”
“ข้าจะไม่ไปที่ไหนทั้งสิ้น และจะไม่ไปเพราะคำพูดของเจ้าเป็นอันขาด”
เฉินซือซือเป็นสตรีที่แข็งแกร่งเช่นกัน ย่อมไม่ไปเพราะคำพูดของหลินหวั่นชิงอยู่แล้ว
“ฮ่ะ ตอนที่ข้ามานี่ ข้าคาดเดาคำตอบของเจ้าหลายแบบ แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนตรงไปตรงมาเหมือนกัน” หลินหวั่นชิงหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าเองก็ทำให้ข้าประหลาดใจเช่นกัน หากเจ้าบอกให้ข้าไป ข้ายิ่งไม่ไป” เฉินซือซือดูเหมือนจะไม่ไปจากที่นี่โดยง่ายดายเสียแล้ว
“ประเสริฐ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ”
หลินหวั่นชิงลุกขึ้น มองสวี่หยางด้วยสายตาเฉียบขาด “พวกเราไปกันเถอะ”
“ท่านพี่ อยู่กับข้าก่อนสิ”
เฉินซือซือลุกขึ้น มองหลินหวั่นชิงอย่างไม่กลัวเกรง
สวี่หยาง “…”
ให้ตายเถอะ นี่มันอึดอัดจริง ๆ คนหนึ่งบอกให้ไป คนหนึ่งบอกให้อยู่
ดูเหมือนจะเอาใจทั้งสองฝ่ายไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางจึงต้องคิดหาทางแก้ไข