ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 322 หมายจับเจ้าสาวผี
บทที่ 322 หมายจับเจ้าสาวผี
“ท่านพี่ ทำไมยังไม่ไปอีกเล่า”
หลินหวั่นชิงทนไม่ได้ที่จะเร่งเร้า
เฉินซือซือเป็นฝ่ายรุกมากกว่า นางจับแขนของสวี่หยางโดยตรงแล้วพูดอย่างดื้อรั้นว่า “อยู่ต่อสิ ไม่อย่างนั้นข้าจะโกรธแล้วนะ”
หลินหวั่นชิงตาเขียวปั๊ด โอ้โห ต่อหน้าข้ายังกล้าใช้วิธีนี้อีกนะ
นางรีบร้อนมาที่ข้างสวี่หยางแล้วก็จับแขนอีกข้างของเขาไว้
“พอแล้ว!!”
สวี่หยางโอบกอดทั้งสองสาวมาแล้วพูดว่า “นั่งลงก่อนเถอะ ฟังข้าพูด”
เขากดให้ทั้งสองสาวนั่งลงบนเก้าอี้
ทั้งสองสาวสบตากัน
“ฮึ่ม!!!”
ทั้งสองสาวหันหน้าหนี ไม่สนใจใครทั้งนั้น
สวี่หยางปวดหัวไม่น้อย แต่ในใจเขาก็มีความคิดแล้ว!!
“ได้ ข้าจะพูดละกัน ซือซืออยู่ที่นี่ก่อนชั่วคราว! หวั่นชิง เจ้าก็อย่าไล่นางไป ทุกอย่างรอให้ข้าเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานสำเร็จก่อน ได้ไหม”
หลินหวั่นชิงพูดว่า “ข้ากลัวว่าผู้บำเพ็ญมารคนนี้จะมาก่อกวน!!”
“ข้าก่อกวนงั้นเหรอ” เฉินซือซือชี้ที่จมูกตัวเองอย่างโกรธเคือง “เจ้าอย่ามาใส่ร้ายป้ายสีนะ ข้าไม่ทำหรอก ข้าเฉินซือซือไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายใดๆ ทั้งนั้น!”
“เจ้าเป็นผู้ที่มีฉายาว่าเจ้าสาวผี ข้าไม่เชื่อหรอก”
เมื่อคืนหลังจากเสร็จกิจ สวี่หยางได้บอกฉายาของเฉินซือซือกับหลินหวั่นชิงไปแล้ว
เมื่อได้ยินฉายานี้ หลินหวั่นชิงก็รู้สึกตกใจเป็นธรรมดา
ไปหาผู้บำเพ็ญมารธรรมดายังพอว่า
แต่กลับไปหาเจ้าสาวผี
ตามที่เล่าลือกันว่า
ตอนนี้ไม่ใช่แค่สำนักหมัดไท่อี้เท่านั้น แม้แต่สำนักเกาซานก็ยังออกหมายจับเจ้าสาวผีอยู่เลย
สำนักเล็กๆ บางแห่งก็ได้สืบหาเบาะแสของเจ้าสาวผีผ่านช่องทางต่างๆ เช่นกัน
เหตุผลนั้นง่ายมาก นางมีโอสถที่ช่วยให้บรรลุขอบเขตจินตาน!!
ใครจะไม่สนใจโอสถวิเศษเช่นนี้กันล่ะ?
ถ้ามีโอสถที่ช่วยให้บรรลุขอบเขตจินตานแสดงว่ากำลังของตนเองจะมีร่างวิญญาณผู้บำเพ็ญเหนือมนุษย์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง
“ถ้าไม่เชื่อก็ช่างเถอะ แล้วแต่เจ้าละกัน”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ!!” สวี่หยางไอแรงๆ “อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ข้าบอกแล้วว่าทุกอย่างต้องรอให้ข้าบรรลุขอบเขตใหม่สำเร็จก่อน”
“ได้! ข้าจะไม่ถือสาเจ้าเพราะเห็นแก่หน้าสามีข้า”
หลินหวั่นชิงคำรามเสียงเย็น
หลินหวั่นชิงเพิ่งจะโกรธจริงๆ แต่หลังจากได้ฟังคำพูดของสวี่หยางแล้ว นางก็คิดว่าตอนนี้ทะเลาะกันไม่ฉลาดเลย
ถึงอย่างไรก็ตาม สวี่หยางกำลังจะทำการหลอมรวมพลังเพื่อบรรลุขอบเขตใหม่แล้ว ถ้าเฉินซือซือซึ่งเป็นยอดฝีมือในขอบเขตจินตานอยู่ช่วยคุ้มกันเขาอีกคน ก็หมายความว่าสวี่หยางจะมีหลักประกันมากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
หลังจากพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว นางจึงฉลาดพอที่จะเลือกไม่พูดอะไรอีก
สุดท้ายสวี่หยางก็ให้หลินหวั่นชิงกลับไปก่อน
หลังจากปิดประตูแล้ว สวี่หยางก็กอดเฉินซือซือไว้
ไม่คิดเลยว่าเฉินซือซือจะตาแดงขึ้นมาร้อนใจจนจะร้องไห้อยู่แล้ว
“ฮือๆ…ยังไม่ทันได้แต่งงานเลย ภรรยาของท่านก็รังแกข้าแล้ว แบบนี้ต่อไปจะใช้ชีวิตยังไงกันเนี่ย”
สวี่หยาง: “…”
“ไม่ต้องห่วง อย่างมากที่สุดเจ้าก็มาอยู่ที่นี่ก็ได้”
ปลอบโยนอยู่นานพอสมควร เฉินซือซือถึงได้ยอมให้สวี่หยางพาไปที่เตียง ปลอบประโลมจนนางหลับไป
หลังจากนั้น บรรยากาศในบ้านก็ตึงเครียดตลอด
โชคดีที่ตอนนี้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือให้สวี่หยางบรรลุขอบเขตใหม่ให้สำเร็จ!!
ทางฝั่งเหอซีเสวี่ยนั้นได้กำหนดแล้วว่าจะให้ผู้วางค่ายกลไปเตรียมพร้อมบนพื้นที่สำหรับการหลอมรวมพลัง
ส่วนสวี่หยางกำลังเตรียมวัตถุดิบต่างๆ
เขายังพาภรรยาอีกสองสามคนรวมถึงเฉินซือซือไปที่เกาะร้างในทะเลด้วยกันเพื่อสำรวจภูมิประเทศ
ทว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าภรรยาและเฉินซือซือดีขึ้นเลย!
แต่กลับทำให้พวกนางมีความเคารพต่อเหอซีเสวี่ยและหลินหวั่นชิงมากยิ่งขึ้น
เหอซีเสวี่ยมีท่าทีต่อเรื่องของเฉินซือซือเกินความคาดหมายของสวี่หยาง นางไม่ได้มีความเห็นอะไรเพียงแต่บอกว่าให้รอจนกว่าเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานจะเสร็จสิ้นเสียก่อน
สวี่หยางรู้สึกว่าเหอซีเสวี่ยไม่อยากให้จิตใจของเขาได้รับผลกระทบ
หลังจากกลับมาแล้ว ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในเมืองเซียน
พบผู้บำเพ็ญมารจำนวนไม่น้อยในเมือง หลังจากนั้นผู้บำเพ็ญมารเหล่านี้ก็ตายอย่างอนาถ
ศพถูกทิ้งไว้บนถนน ถูกพบโดยลูกศิษย์ผู้คุมกฎของเมืองเซียน
เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นทั้งเมืองต่างคาดเดากันว่าใครเป็นผู้สังหารผู้บำเพ็ญมารเหล่านี้
ผู้บำเพ็ญมารพวกนี้มักจะอยู่แต่ในที่พำนัก ไม่ค่อยออกไปไหน ตอนนี้กลับมาตายอย่างประหลาด ทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกใจ
สวี่หยางได้รับรู้ข่าวเหล่านี้จากเหอซีเสวี่ย
สุดท้ายเหอซีเสวี่ยก็บอกว่ามีข่าวลือว่าเจ้าสาวผีอยู่ในเมืองเซียนชิงหนิว นางเป็นผู้สังหารผู้บำเพ็ญมารเหล่านี้
และยังมีข่าวลือด้วยว่าตัวนางมีโอสถที่ช่วยให้บรรลุขอบเขตจินตานและเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานอันเป็นสมบัติล้ำค่า
สำนักเกาซานและสำนักหมัดไท่อี้ต่างก็กดดันเมืองเซียนชิงหนิวพร้อมกัน ต้องการให้ร่วมมือในการบังคับใช้กฎ
เมื่อได้ยินข่าว สวี่หยางก็รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
“ใครเป็นคนเผยแพร่ข่าวที่ว่าเจ้าสาวผีอยู่ที่นี่กัน”
เหอซีเสวี่ยส่งเสียงมากล่าวว่า “ข้าไม่แน่ใจนัก แต่ในเมืองกลับปรากฏผู้บำเพ็ญมารจำนวนมากขึ้นอย่างกะทันหัน ดูเหมือนพวกมันจะมีแผนการบางอย่าง เฉินซือซือคงจะพบเจออะไรบางอย่าง จึงได้ลงมือจัดการพวกมันเสียเอง”
สวี่หยางได้ยินดังนั้นก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
เฉินซือซือไม่เคยบอกเรื่องพวกนี้กับเขาเลย
“สวี่หยาง เจ้าลองไปถามนางดูสิ”
เหอซีเสวี่ยเสนอ
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ด้านนอกนั้นเป็นยามดึกสงัดแล้ว
สวี่หยางออกจากถ้ำฝึกตน เดินมุ่งหน้าไปทางตีนเขา
ช่วงนี้เขาจะไปเยี่ยมเฉินซือซือทุกๆ สองวัน แต่ก็ไม่เคยเห็นนางไม่สบายใจต่อหน้าเขาเลย
พอย้อนคิดดู ตัวเขาเองก็ค่อนข้างประมาทไป เฉินซือซือเคยบอกหลายครั้งว่าจะไปเที่ยวที่เมืองเซียน แต่มาตอนนี้กลับดูเหมือนว่านางจะไปฆ่าคน
…
ในห้อง เฉินซือซือกำลังตรวจดูถุงเก็บของที่ถูกทิ้งร้างอยู่สองสามใบ
“พวกผู้บำเพ็ญมารพวกนั้นช่างยากจนเสียจริงๆ”
เฉินซือซือบ่นงึมงำ ก่อนจะเก็บถุงเก็บของมากองรวมกันแล้วจุดไฟเผามันทิ้ง
“อย่างไรก็ตาม ต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังพวกผู้บำเพ็ญมารพวกนี้แน่ๆ ผู้บำเพ็ญมารมากมายขนาดนี้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เกรงว่าจะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่”
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น นางก็ได้ยกศีรษะขึ้นและสังเกตเห็นว่าสวี่หยางกำลังเดินเข้ามา
สวี่หยางรู้วิธีที่จะเปิดค่ายกลที่นี่ได้
เมื่อเปิดประตูและค่ายกลออก สวี่หยางก็ค่อยๆ เดินเข้ามา
ภายในห้องมีแสงเทียนริบหรี่ เฉินซือซือสวมชุดเสื้อคลุมสายรุ้งปักทอง ภายใต้แสงเทียน นางดูราวกับเทพธิดา ใบหน้างดงามเป็นอย่างยิ่ง
สวี่หยางเห็นถุงเก็บของที่กำลังลุกไหม้อยู่บนพื้นในทันที
เฉินซือซือไม่ใส่ใจ เดินเข้ามาและคว้าแขนของสวี่หยางไว้
“ท่านพี่ ปกติเวลานี้ท่านจะไม่มา วันนี้เป็นอะไรไป?”
มองไปที่เฉินซือซือที่กำลังพูดอย่างน่ารัก สวี่หยางเดินเข้ามาในห้อง นั่งลงแล้วถามว่า “เมื่อครู่ข้าได้ยินข่าวมาว่าในเมืองมีผู้บำเพ็ญมารหลายคนตายไป”
แววตาของเฉินซือซือวูบไหว “ท่านรู้แล้วสินะ!”
“เจ้าฆ่าพวกเขา?”
“ใช่ ข้าฆ่าพวกเขา” เฉินซือซือพยักหน้ายอมรับ ปัดผมแล้วพูดต่อ “แต่เดิมข้าตั้งใจจะบอกท่าน แต่ในเมื่อท่านรู้แล้ว ก็ดีแล้ว”
“บอกข้ามาซิ ผู้บำเพ็ญมารพวกนั้นเป็นอย่างไรกันแน่” สวี่หยางมองไปที่เฉินซือซือที่ยิ้มหน้าบานด้วยความสงสัยว่าเฉินซือซือน่าจะพบอะไรบางอย่าง
“แต่เดิมข้าแค่อยากจะดูว่าผู้บำเพ็ญมารพวกนั้นทำอะไร ไม่คิดว่าข้าจะพบความลับใหญ่ พวกเขาร่วมมือกับสำนักเกาซานต้องการจัดการข้า ข้าจึงฆ่าพวกเขาทิ้งไป”
“จัดการเจ้า?” สวี่หยางยกคิ้ว “พวกเจ้าล้วนเป็นผู้บำเพ็ญมาร ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งภายในกันมาก”
“แน่นอน แม้แต่เมืองเซียนชิงหนิวหรือสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีก็ยังมีการแข่งขันกันภายใน พวกเขารู้ว่าข้ามีโอสถที่ช่วยให้บรรลุขอบเขตจินตานและบรรดาผู้ที่ต้องการเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานจึงต้องการแย่งชิงพวกมันไป”
“ข้าขออภัยด้วย”
สวี่หยางถอนหายใจ สิ่งของเหล่านี้ทั้งหมดเก็บไว้กับตัวเขาเอง แต่ตอนนี้กลับปล่อยให้เฉินซือซือแบกรับความกดดัน
เฉินซือซือยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าแวบผ่านความรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย
แต่นางไม่ได้พูดอะไร เพียงพูดต่อว่า “แล้วท่านวางแผนจะเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานเมื่อไหร่เล่า”
“อีกสักพักน่ะ ค่ายกลยังจัดการอยู่ ถึงแม้จะจัดการเสร็จแล้วก็ต้องมั่นใจในความปลอดภัยอีก”
“อืม ท่านพี่ คืนนี้ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าที่นี่ได้ไหม”
ทันใดนั้นเฉินซือซือเอ่ยปากชวนขึ้นมาเอง
สวี่หยางพบว่าเฉินซือซือคืนนี้ช่างเป็นฝ่ายเริ่มเป็นพิเศษ
เขาโอบกอดนางไว้ เฉินซือซือประทับจูบเข้ามา อีกครู่ คนทั้งสองก็นอนกอดกัน
สวี่หยางสังเกตว่าเฉินซือซือถึงแม้จะหลับไปแล้ว แต่เหมือนยังมีเรื่องใดค้างคาใจอยู่
จนกระทั่งวันต่อมา
หลังจากสวี่หยางเดินทางกลับไปได้ไม่นาน เฉินซือซือก็เก็บข้าวของในห้องจนเสร็จสิ้น
ภายในและภายนอกห้องสะอาดหมดจด
นางหยิบจดหมายที่เขียนเตรียมไว้ก่อนแล้ววางทิ้งไว้ที่นี่
“สวี่หยาง ต่อจากนี้…คงได้พบกันอีกเมื่อโชคชะตาอำนวย”
พูดจบเฉินซือซือก็จากไปอย่างเบาหวิว
…
ในบ่ายวันนั้น
สวี่หยางไปซื้อของกินมากมายที่เมืองเซียน พอกลับมาถึงเมืองซานชิงซาน ฝั่งเหอซีเสวี่ยก็ได้รับข่าวสารมา
มีข่าวว่าเจ้าสาวผีปะทะอย่างดุเดือดกับพวกโจรผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งที่ทะเล สุดท้ายนางก็ดูดพลังชีวิตพวกมันจนหมดแล้วหลบหนีไปจากที่นั่น ทิศทางที่หลบหนีคือสำนักหมัดไท่อี้!!
สวี่หยางตกใจ
ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรออก รีบบินไปยังที่พักของเฉินซือซือทันที
เมื่อมาถึงที่พักของเฉินซือซือ ผลักประตูเข้าไป ค่ายกลยังเปิดใช้งานอยู่
แต่ข้างในกลับว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน!!
บนโต๊ะวางจดหมายฉบับหนึ่งไว้ บนจดหมายมีการจัดวางค่ายอาคมอย่างง่าย หากลมปราณของสวี่หยางไม่ได้เปิดมัน และเป็นคนอื่นแตะต้องจดหมายจะถูกเผาทันที
สวี่หยางเปิดจดหมายออกมาอ่าน
ประโยคแรกคือ: ขออภัยด้วย! ข้าต้องไปแล้ว
ใจความของจดหมายคือนางคาดเดาไว้นานแล้วว่าสวี่หยางไม่ใช่ผู้เป็นมารแห่งยมโลกตนนั้น
แต่นางรู้สึกถึงความจริงใจในตัวสวี่หยาง นางตกหลุมรักเขาด้วยใจจริงแล้ว
อย่างไรก็ตาม นางรู้ดีว่าตัวตนของนางในฐานะผู้บำเพ็ญมารไม่เป็นที่ยอมรับ
ดังนั้น เพื่อไม่ให้สวี่หยางลำบากใจ นางจึงเลือกที่จะจากไป
แน่นอน นี่เป็นเพียงหนึ่งในเหตุผลเท่านั้น
อีกเหตุผลหนึ่งคือนางไม่ต้องการให้สวี่หยางเกิดปัญหาในการเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตาน
จริงๆ แล้วเฉินซือซือตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะอยู่เคียงข้างสวี่หยางระหว่างเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตาน จากนั้นค่อยหาโอกาสจากไป
แต่เมื่อผู้บำเพ็ญมารกลุ่มหนึ่งตามหานาง ทำให้นางตระหนักได้ว่าการอยู่ที่นี่จะทำให้สวี่หยางเผชิญความเสี่ยงที่ไม่เคยพบมาก่อน!!
ดังนั้นนางจึงตัดสินใจจากไป
“ท่านพี่ ท่านวางใจได้ ข้าได้กู้คืนพลังทั้งหมดแล้ว ด้วยระดับพลังของข้า แม้จะเจอลี่เจี้ยนเจิ้น ข้าก็ไม่กลัวนาง! เรื่องโอสถที่ช่วยให้บรรลุขอบเขตจินตานที่อยู่บนตัวท่าน ข้าจะไม่บอกใคร ปล่อยให้ข้านำพาผู้บำเพ็ญมารพวกนั้นออกไปจากที่นี่ ท่านจงมุ่งมั่นเรื่องระดับขอบเขตพลังอย่างสบายใจเถิด…”
“รักท่านมากที่สุด เฉินซือซือ!”
สวี่หยางเก็บจดหมาย ถอนหายใจยาว “ซือซือ เจ้า…อื้อ!!”
จริงๆ แล้วเขาอยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องจากไปแบบนี้ ถึงอย่างไรย่อมต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้แน่นอน
สวี่หยางคาดว่านอกจากแผนล่อผู้บำเพ็ญมารออกไปแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่เฉินซือซือต้องการจากไปคือไม่อยากให้สวี่หยางลำบากใจที่ต้องเลือกระหว่างภรรยาทั้งสอง
สวี่หยางพยายามส่งข้อความหาเฉินซือซือทันที
แต่น่าเสียดาย ข้อความเหมือนหายไปในทะเลลึก
จากนั้นเขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งไปยังสำนักหมัดไท่อี้
จดหมายฉบับนี้ถูกส่งไปถึงอวี๋ลี่ผู้ซึ่งเคยถูกเขาควบคุมด้วยยันต์พันธนาการ
อวี๋ลี่ซ่อนตัวอยู่ในสำนักหมัดไท่อี้เพื่อสืบหาข่าวบางอย่าง
ในจดหมายฉบับนี้ได้บอกใบ้อวี๋ลี่ให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องราวบางอย่างของเจ้าสาวผี หากนางประสบปัญหาให้รายงานแก่เขาโดยทันที
…
หลังจากกลับถึงบ้าน
เมื่อบรรดาภรรยาทราบว่าเฉินซือซือได้จากไปตามลำพังเพื่อล่อผู้บำเพ็ญมารเหล่านั้นออกไปก่อนแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าที่ซับซ้อน
โดยเฉพาะหลินหวั่นชิง นางอยู่ในห้องเป็นเวลานาน ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
หลังจากที่เจ้าสาวผีล่อผู้บำเพ็ญมารออกไป ผู้บำเพ็ญมารในเมืองเซียนก็ดูเหมือนจะหายไปในชั่วข้ามคืน ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
นอกจากนี้ แม้แต่ความสงบเรียบร้อยก็ดีขึ้นมาก
เวลาผ่านไปอีกสามเดือน
บนเกาะร้างที่ไม่มีชื่อกลางทะเล
สวี่หยางมาถึงที่นี่พร้อมกับภรรยาทั้งสี่ โดยมีเหอซีเสวี่ยเป็นผู้ติดตาม!!
เหอซีเสวี่ยบอกว่ามีผู้ที่ไว้ใจได้ของนางซ่อนตัวอยู่โดยรอบเกาะนี้
พร้อมที่จะรับคำสั่งได้ตลอดเวลา
แน่นอน ไม่มีใครรู้เลยว่าวันนี้ผู้ที่จะรับประทานโอสถสำหรับเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานคือสวี่หยาง!!
บรรดาผู้ติดตามของเหอซีเสวี่ยต่างคิดว่าผู้ที่กำลังจะทำการเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตานนั้นเป็นสหายสนิทของนาง
มีข่าวลือว่าบุรุษผู้นี้เป็นบุตรนอกสมรสของชิงหนิวเจินเหรินด้วยเช่นกัน
เมื่อสวี่หยางขึ้นเกาะก็ชะงักงัน
เพราะบนเกาะมีชายชราขี่วัวดำตัวใหญ่กำลังเลี้ยงวัวกินหญ้าในป่าอย่างสบายอารมณ์
ถึงแม้สวี่หยางจะเดินมาถึงด้านหลังแล้ว ชายชราก็ไม่หันกลับมา
“ท่านอาจารย์!!”
เหอซีเสวี่ยก้าวเข้าไปใกล้ ทำการโค้งตัวคำนับอย่างนอบน้อม
ภรรยาทั้งสี่ของสวี่หยางตะลึงงัน
ที่แท้ก็คือชิงหนิวเจินเหรินเอง