ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 471 พบบิดามารดา
บทที่ 471 พบบิดามารดา
“หึหึ ข้ารู้สึกว่าเจ้ากลายเป็นคนหลงตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ” ซ่งฮวาซีพูดเบาๆ
สวี่หยางตอบ “หืม ทะเลสาบของเจ้าช่างใสสะอาดจริงๆ”
เขาสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มปลาหลายฝูงว่ายไปมาในทะเลสาบ
น้ำในทะเลสาบใสราวกับกระจกขนาดใหญ่ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ส่องแสงสว่างวาววับเป็นประกายลึกลับ เป็นสีน้ำเงินลึกเหมือนอัญมณีที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ และยังคล้ายกับมวลเมฆที่แผ่ขยายกว้างไกลอยู่บนท้องฟ้า ลมเบาๆ พัดผ่าน ทำให้ผิวน้ำเป็นคลื่นเล็กๆ คล้ายกับธรรมชาติกำลังดีดบรรเลงบทเพลงที่แสนไพเราะจับใจ
รอบๆ ทะเลสาบเป็นทุ่งหญ้าที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน บนทุ่งหญ้านั้นมีแอ่งน้ำใสกระจายตัวเป็นกลุ่มๆ เหมือนกับดวงตาที่สะท้อนแสงอาทิตย์และก้อนเมฆบนท้องฟ้า นกน้ำบินต่ำๆ บนผิวน้ำ บางครั้งก็ทำให้เกิดคลื่นเล็กๆ เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับภาพธรรมชาติที่เงียบสงบนี้
เมื่อเห็นภาพความงดงามเช่นนี้ ซ่งฮวาซีจึงจับมือสวี่หยาง “แน่นอน ทะเลสาบของข้ามีปลามากมาย ปลาเหล่านี้คอยทำหน้าที่กินสิ่งสกปรก น้ำในทะเลสาบจึงใสสะอาด”
“ข้าอยากลงไปว่ายน้ำ” สวี่หยางพูดขึ้น
“ว่าไงนะ!” ซ่งฮวาซีตกใจ
นางมองไปรอบๆ แล้วขมวดคิ้ว “ทำไมเจ้าถึงอยากลงไปว่ายน้ำกะทันหันเช่นนี้เล่า?”
สวี่หยางตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แน่นอนว่าต้องลงไปเล่นน้ำ ข้าไม่ได้อาบน้ำมานาน ที่นี่ก็ดี เราสามารถอาบน้ำคู่กันได้ จริงหรือไม่?”
ซ่งฮวาซีมองดูสวี่หยางด้วยสายตาที่ร้อนแรง ใบหน้าของนางแดงขึ้นมาทันที
คำพูดนี้ทำให้นางเขินอาย ในสถานที่เปิดโล่งเช่นนี้จะอาบน้ำคู่กันได้อย่างไร
นางปฏิเสธทันที “ข้าไม่เอา ที่นี่มันอายมากเกินไป ถ้ามีคนผ่านมาจะทำอย่างไร?”
สวี่หยางหัวเราะ “ข้าจะคอยมองตลอดเวลา ไม่ต้องกลัว”
“อย่างไรก็ไม่เอา”
“งั้นไปที่ห้องเจ้าละกัน”
สวี่หยางพูดด้วยความจนปัญญา
ซ่งฮวาซีไม่ตอบ
สวี่หยางรู้ทันทีว่ามีโอกาสแล้ว
“ไปเถอะ ไปเถอะนะ…”
ทันทีที่เข้าไปในห้องของซ่งฮวาซี สวี่หยางก็ลืมเรื่องการอาบน้ำคู่กันไปทั้งหมด
ซ่งฮวาซีรู้สึกว่านางถูกหลอก
แต่ถึงจุดนี้แล้ว เมื่อรู้สึกถึงความร้อนแรงของสวี่หยาง นางก็กลายเป็นฝ่ายรุกขึ้นมา
หลังจากนั้นไม่นาน
ถึงเวลายามเย็น
ซ่งฮวาซีใช้สองมือค้ำเตียง หัวของนางพิงหมอน หายใจหอบเหนื่อย พูดด้วยเสียงแผ่วเบา “สวี่หยาง… เจ้า… เจ้าเสร็จหรือยัง มันเย็นมากแล้ว เมื่อสักครู่บิดาของข้า… บิดาส่งข้อความให้เราไปหาเขา”
สวี่หยางค่อยๆ ถอนตัวออก
ซ่งฮวาซีครางเบาๆ แล้วทรุดตัวลงบนเตียง “เสร็จแล้วหรือ?”
“อืม ขอบใจเจ้ามาก”
“ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วไม่เหนื่อยเลย”
ซ่งฮวาซีพูดแบบปากไม่ตรงกับใจ
จากนั้น กระแสความอบอุ่นก็เข้ามาบำรุงร่างกายของนาง
“นี่…”
ซ่งฮวาซีพูดด้วยความประหลาดใจ “สวี่หยาง เจ้าช่างเป็นคนดีจริงๆ”
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็แต่งตัวเสร็จ แล้วเดินออกไปจับมือกัน
เมื่อไปถึงสวนที่บิดามารดาของซ่งฮวาซีอยู่
ภายในสวนเงียบสงบ มีรั้วสูงสีแดงล้อมรอบ มีเถาวัลย์เขียวปกคลุมบ้างเป็นบางส่วน ตามก้อนอิฐบนกำแพงมีรอยกาลเวลาอยู่ทั่วไป ทางเดินปูด้วยแผ่นหินสองข้างมีต้นไม้ตัดแต่งอย่างสวยงามและป่าไผ่ สายลมเบาๆ พัดผ่าน ต้นไผ่ไหวเอนส่งเสียงดังซ่าซ่า
ตรงกลางสวนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของภูเขาจำลองเล็กๆ ที่มีก้อนหินประดับก้อนเล็กก้อนน้อย น้ำไหลเบาๆ มีใบบัวลอยในบ่อน้ำ ดอกบัวบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มุมหนึ่งของสวนมีกลุ่มดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง ดอกไม้งามไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีขาว สีม่วง ทำหน้าที่ประดับประดาเหมือนผ้าทอที่งดงาม
มุมหนึ่งของสวนมีโต๊ะและม้านั่งหินที่มีลวดลายสลักอย่างประณีต บนโต๊ะมีหมากรุกและชุดน้ำชา เหมือนเจ้าของเพิ่งออกไปที่ไหนสักแห่ง ไม่ช้าคงจะกลับมา สวนทั้งหมดจัดอย่างสวยงาม มีทั้งความเงียบสงบของธรรมชาติและชีวิตชีวาของดอกไม้ ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน
เมื่อทั้งสองมาถึง ซ่งจ้านและภรรยาก็ออกมาต้อนรับโดยทันที
หญิงงามในชุดโบราณคือมารดาของซ่งฮวาซี ชื่ออู๋ผิง
นางมีหน้าตาคล้ายกับซ่งฮวาซี เรียกว่าเป็นหญิงงามทั้งคู่
“ท่านลุงซ่ง น้าหญิงอู๋ผิง”
สวี่หยางทักทายอย่างสุภาพ
อู๋ผิงมองสวี่หยางและซ่งฮวาซีที่ยืนอยู่ข้างกัน เพียงแวบเดียวนางก็รู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ในใจนางถอนหายใจเบาๆ
บุตรสาวนางอยู่กับชายหนุ่มคนนี้จริงๆ
ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาดีมาก
แต่สวี่หยางมีภรรยามากมายเช่นนั้น ถ้าบุตรสาวของนางอยู่กับสวี่หยาง บุตรสาวของนางจะต้องทนทุกข์หรือไม่?
ด้วยเหตุนี้ นางตัดสินใจที่จะลองทดสอบสวี่หยาง
ถ้าสวี่หยางไม่ใช่คนดี นางจะให้ทั้งสองแยกกัน แม้ว่าสวี่หยางจะเคยช่วยชีวิตสามีของนางมาแล้วก็ตาม
ซ่งจ้านกลับไม่คิดมาก เพราะในมุมมองของเขา บุรุษที่มีความสามารถย่อมมีภรรยาหลายคนเป็นเรื่องปกติ
“สวี่หยาง มา เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวเรามาดื่มกันหน่อย”
ซ่งจ้านยิ้มเล็กน้อย
“ท่านลุงซ่ง ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว”
“อย่าเรียกข้าท่านลุงเลย มันฟังดูห่างเหิน เรียกข้าว่าลุงเฉยๆ หรือผู้อาวุโสซ่งก็ได้”
ซ่งจ้านพูดอย่างเป็นกันเอง
สวี่หยางพยักหน้า “ได้ขอรับ ลุงซ่ง”
อู๋ผิงยิ้ม “งั้นพวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ อาหารเย็นวันนี้ข้าทำเอง”
“ไม่คิดเลยว่าน้าหญิงอู๋จะทำอาหารเอง ข้ารู้สึกเป็นเกียรติมากขอรับ”
“เจ้าช่วยชีวิตหลายคนในตระกูลเรา และยังเป็นสหายที่ดีของบุตรสาวเรา นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย”
ภายในห้องรับรองของจวนหลังใหญ่ สวี่หยางและซ่งฮวาซีนั่งลง
อู๋ผิงรินน้ำชาให้สวี่หยาง ทันใดนั้นกลิ่นหอมของชาก็อบอวลไปทั่วห้อง
ไม่นานนัก คนรับใช้ก็นำอาหารมาจัดวางบนโต๊ะ
ต้องบอกว่า ฝีมือการทำอาหารของอู๋ผิงดีมาก อาหารเหล่านั้นทั้งมีหน้าตาสวยงามและรสชาติอร่อย
มื้ออาหารนี้ทำให้ทุกคนมีความสุข
หลังจากดื่มสามรอบ ซ่งจ้านก็ยิ้มและถามว่า “สวี่หยาง เรื่องการแต่งงานของเจ้ากับฮวาซี เจ้าคิดจะทำเมื่อไหร่?”
สวี่หยางและซ่งฮวาซีตกตะลึง พร้อมใจกันมองซ่งจ้านด้วยความไม่อยากเชื่อ
ซ่งจ้านพูดด้วยน้ำเสียงไม่เร่งรีบ “สวี่หยาง เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องของพวกเจ้าหรือ?”
สวี่หยางตอบ “ลุงซ่ง เราไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังท่าน”
ซ่งจ้านโบกมือ “ไม่ต้องพูดมาก ข้าเข้าใจดี เจ้าก็มีความกังวลของเจ้า”
อู๋ผิงพูด “แต่สวี่หยาง พวกเราเข้าใจเจ้า และเราหวังว่าเจ้าจะเข้าใจเราด้วยเหมือนกัน เรามีบุตรสาวคนเดียว เราอยากให้นางมีความสุข ถ้าพวกเจ้ารักกันจริงๆ เราจะอวยพรให้พวกเจ้า แต่ไม่ทราบว่าพวกเจ้ารักกันจริงๆ หรือเจ้าจะคิดเล่นสนุกกับบุตรสาวของข้าเฉยๆ เท่านั้น?”
“มารดา ท่านพูดอะไรออกมาเนี่ย?”
ซ่งฮวาซีพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ซ่งฮวาซีรู้สึกอายมาก
เหตุผลง่ายๆ
เพราะตอนแรก นางเป็นคนยั่วยวนสวี่หยางก่อน มันมีส่วนที่นางหลอกใช้ประโยชน์จากเขา
ดังนั้นเมื่อได้ยินมารดาพูดเช่นนี้ ซ่งฮวาซีจึงรู้สึกอึดอัดและมองไปที่สวี่หยางอย่างกระอักกระอ่วน
สวี่หยางยิ้มเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเขาไม่สนใจ
“ท่านน้าหญิงอู๋ ลุงซ่ง ข้าสามารถแต่งงานกับซ่งฮวาซีได้ทุกเมื่อขอรับ”
สวี่หยางพูดอย่างจริงจัง
“เป็นเช่นนั้นก็ดี”
ซ่งจ้านพยักหน้า มองไปที่ซ่งฮวาซี “ฮวาซี ในที่สุด เจ้าก็จะแต่งออกจากบ้านของพวกเราแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
ซ่งฮวาซี “…………”