ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 114 เขากลัวว่าพี่สามจะเป็นเหมือนน้องหก
บทที่ 114 เขากลัวว่าพี่สามจะเป็นเหมือนน้องหก
ในราตรีมืดมิด ไม่มีใครมองเห็นแม่เฒ่าเหมยเงยหน้าขึ้นมองไปครรภ์ของจางเยียน
แววตานั้นแปลกพิสดารยิ่งนัก
ไม่มีใครรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทางนี้ เช่นเดียวกับที่จูซานไม่รู้สักนิดว่าเด็กในท้องของจางเยียนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ส่วนคนที่ ‘เช่าภรรยาผู้อื่น’ กลับเป็นคนปัญญาอ่อนผู้หนึ่ง
เขาเดินดุ่มไม่พูดไม่จา ไม่รู้สึกถึงความหิวเลยแม้แต่น้อย เขาอยากให้ทางสายนี้ยาวออกไปไม่สิ้นสุดเสียด้วยซ้ำ
เช่นนี้เขาจะได้ไม่ต้องทนแบกรับความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น รวมถึงสายตาแปลก ๆ เวลาคนอื่นมองมาที่เขา
เย่อวี๋หรานไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของจูซาน เทียบกับกำลังขาของคนหนุ่มแล้ว เส้นทางบนเขาทำให้นางเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก
แต่ในฐานะผู้อาวุโส นางไม่สะดวกจะพูดออกมาจึงเงยหน้ามองจูซาน เห็นเขาไร้ท่าทีว่าจะหยุดพักก็ได้แต่เดินหน้าต่อไป
ไม่ง่ายเลยกว่าจะมองเห็นแสงสว่างจากหมู่บ้าน ความหนักอึ้งในจิตใจของนางในที่สุดก็ปล่อยวางลงได้เสียที
คนอื่น ๆ ไม่คิดว่าสองแม่ลูกจะกลับมาเวลานี้ มีเพียงหลี่ซื่อที่นอนไม่หลับอยู่บนเตียง นางผลักจูซื่อเบา ๆ “นี่ ข้าถามเจ้าหน่อย วันนี้ท่านแม่ไปหมู่บ้านสกุลจางกับพี่สาม ถ้าจะกลับมาตอนนี้ก็ควรจะกลับมาถึงแล้วใช่ไหม?”
จูซื่อนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่เข้าใจสักนิดว่าเหตุใดภรรยาของตนเองจึงยังไม่ยอมนอน กอปรกับเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ครั้นถูกนางรบกวนจึงบังเกิดโทสะ “โอ๊ย เจ้าน่ารำคาญจริง! เจ้าไม่นอน แต่ข้าจะนอน”
หลี่ซื่อข่มอารมณ์โกรธจนแทบจะสวนกลับมาแล้ว “คนที่ข้าเป็นห่วงก็คือแม่ของเจ้านะ!”
ขณะนั้นเอง นางคล้ายจะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวมาจากข้างนอกจึงรีบลุกขึ้นนั่ง
คราวนี้นางปลุกจูซื่อจนตื่น “ตื่นได้แล้ว แม่เจ้ากับพี่สามน่าจะกลับมาแล้ว?”
จูซื่อมีสีหน้างงงัน “ฮะ? พวกเขาไม่ได้จะกลับมาพรุ่งนี้เช้าหรอกหรือ?”
“เจ้าลุกขึ้นมาก็ได้รู้แล้ว” หลี่ซื่อส่งเสื้อคลุมมาให้ บอกเขาแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนค่อยออกไป
หลี่ซื่อก็ลุกขึ้นมาจัดแจงตัวเองเช่นกัน จากนั้นก็ออกไปข้างนอก
และเป็นไปตามคาด เมื่อพวกเขาออกมาก็ได้ยินเสียงคนกำลังเปิดประตู
ประตูเรือนสกุลจูทรุดโทรมมากแล้ว ถึงจะลั่นดาลจากข้างใน แต่ก็ยังสามารถเปิดจากข้างนอกได้อยู่ดี
“ท่านแม่? พี่สาม?”
จูซื่อเพิ่งส่งเสียง จูซานก็เปิดประตูเข้ามาแล้ว
“ทำไมพวกเจ้ายังไม่นอน?” ครั้นเห็นคนในลานเรือน เย่อวี๋หรานก็ประหลาดใจเล็กน้อย
“นอนไม่หลับเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อกล่าว “ท่านแม่ พวกท่านกินข้าวเย็นกันหรือยังเจ้าคะ? ข้าเก็บอาหารบางส่วนเอาไว้ ให้อุ่นน้ำแกงและอาหารอย่างอื่นให้พวกท่านไหมเจ้าคะ?”
“งั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว”
“ไม่รบกวนเลยเจ้าค่ะ ข้าไปทำให้เดี๋ยวนี้” หลี่ซื่อคาดการณ์เอาไว้แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็ดี แต่ถ้ามีเรื่องจะต้องกลับมากันวันนี้แน่นอน
เพียงเห็นแม่สามีกับพี่สามกลับมาดึกดื่นเช่นนี้ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของจางเยียน นางก็แน่ใจแล้วว่าข่าวลือเป็นเรื่องจริง
ในเวลาเช่นนี้ ผู้ชายต้องไม่อยากให้นางอยู่ด้วยแน่นอน ในฐานะน้องสะใภ้ นางยังคงล่าถอยออกไปจะดีกว่า
เมื่อหลี่ซื่อจากไป จูซื่อก็ถามหาพี่สะใภ้สามอย่างประหลาดใจ บอกว่าจะไปรับพี่สะใภ้สามไม่ใช่หรือ เหตุใดพวกเขากลับมากันกลางราตรี แต่พี่สะใภ้สามกลับไม่มาด้วย?
สีหน้าของจูซานพลันหนักอึ้ง
เย่อวี๋หรานถอนหายใจ “ปลดแล้ว”
“หา?!” จูซื่อเบิกตากว้าง
“กลับบ้านเดิมไปตั้งแต่เดือนหก กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับมากับพวกข้า ข้าโมโหก็เลยปลดเสียเลย พี่สามของเจ้าอารมณ์ไม่ดี มีปากมีเสียงกับข้ามานิดหน่อย” เย่อวี๋หรานผลักความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับจูซานมาที่ตนเองทั้งหมด
จูซื่อมองมาทางจูซาน และกล่าวปลอบใจว่า “พี่สาม ท่านอย่าโกรธไปเลย ที่จริงท่านแม่…ท่านแม่ก็ไม่ได้ทำเกินไป ท่านลองคิดดูเถอะ มีสะใภ้บ้านไหนบ้างกลับบ้านเดิมนานขนาดนี้ก็ยังไม่ยอมกลับมาบ้านสามี? ไม่แปลกที่ท่านแม่จะโกรธ อย่างไรเสียพี่สะใภ้สามก็ยังไม่มีลูก ที่จริงก็ไม่มีอะไร ท่าน…”
ความคิดของจูซื่อยังสับสน ตอบสนองได้ไม่ดีนัก อยู่ดีไม่ว่าดีมารดาของเขาจะปลดพี่สะใภ้สามทำไม?
เขาเพียงแต่กังวล กลัวว่าพี่สามจะเป็นเหมือนน้องหก ทำอะไรด้วยความขาดสติ วันถัดมาคนก็หายไปเสียแล้ว
จนถึงตอนนี้ น้องหกยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ล้วนไม่มีใครรู้
ณ ชายแดนไกลโพ้น คนผู้หนึ่งกำลังนอนกรนเสียงดัง พลันถูกคนปลุกกะทันหัน
“ซุ่นเจิ้ง จูซุ่นเจิ้ง ตื่นได้แล้ว เร็วเข้า ทัพศัตรูมาแล้ว”
จูซุ่นเจิ้งคืบคลานขึ้นมาจากพื้นทันที ถือทวนยาวตามคนผู้นั้นออกไปเคลื่อนไหวท่ามกลางความมืดยามราตรี
ส่วนทางด้านตระกูลจู คำเกลี้ยกล่อมแต่ละประโยคของจูซื่อดูฝืดฝืนไม่เป็นธรรมชาติยิ่งนัก
จูซานฟังแล้วก็รู้สึกทั้งซาบซึ้งและน่าหัวเราะ
เขาตบไหล่ของจูซื่อ “พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าเข้าใจ”
“ท่านเข้าใจแล้วจริง ๆ?” จูซื่อคิดว่าตนเองใกล้จะหมดคำพูดแล้วจึงโพล่งถามขึ้นมา
“อืม ข้าไม่ทำเรื่องโง่ ๆ หรอก” คิดว่าเขาเป็นเหมือนเจ้าหกหรือไร ดื้อรั้นหัวแข็ง หุนหันพลันแล่น บอกว่าจะไปก็ไป ทั้งยังไม่ทิ้งถ้อยคำอะไรไว้
ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้มารดาก็ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเขา ทำไมเขาต้องจากไปด้วย?
ในไม่ช้าหลี่ซื่อก็อุ่นน้ำแกงเสร็จ ทั้งยังนึ่งมันเทศมาด้วย
มีน้ำจิ้มใส่เนื้อเป็นเครื่องเคียง เย่อวี๋หรานกับจูซานสองคนต่างก็กินกันอย่างจริงจัง
ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าสิ่งที่อร่อยที่สุดในโลกนี้ก็คือ ‘ความหิว’ ขอเพียงหิวอย่างแท้จริง กินอะไรก็รู้สึกว่าอร่อย
เย่อวี๋หรานค้นพบอย่างหาได้ยากว่า อาหารที่เรียบง่ายกลับหอมหวนถึงเพียงนี้
ครั้นกินข้าวเสร็จก็ยังไม่ง่วงนอน นางจึงไปดูถั่วเหลืองที่หลี่ซื่อช่วยจัดการแทน
ขั้นตอนช่วงต้นล้วนจัดการได้ง่าย มีแต่ตอน ‘หมัก’ ที่ยุ่งยากสักหน่อย เพราะตามกรรมวิธีดั้งเดิมแล้ว ควรนำไปเก็บไว้ในห้องปิดมิดชิด หมักถั่วเหลืองทิ้งไว้ในภาชนะไม้ไผ่หกวัน
ในหกวันนี้ต้องรักษาอุณหภูมิห้องไว้ที่ระดับสามสิบเจ็ดองศาเซลเซียสขึ้นไป ด้วยฐานะครอบครัวสกุลจูในตอนนี้ย่อมไม่อาจทำได้ เย่อวี๋หรานจึงได้แต่หาวิธีการทดแทน โดยการใช้กล่องแทนห้องปิดเสียทั้งอย่างนี้
อย่างไรเสียนางก็มีถั่วเหลืองแค่ตะกร้าเล็ก ๆ ใบเดียว พื้นที่ไม่ได้มีผลอะไรมากขนาดนั้น
อุณหภูมิกลับไม่ใช่เรื่องยาก เอากล่องนึ่งทิ้งไว้บนเตา เพียงรักษาความร้อนให้อยู่ระดับที่สัมผัสแล้วยังอุ่น ๆ ก็ใช้ได้แล้ว
ระหว่างที่นางกำลังสาละวนอยู่ หลี่ซื่อก็ยืนมองอยู่ข้าง ๆ “ท่านแม่ ท่านทำอะไรหรือเจ้าคะ?”
“หมักถั่วเหลือง จะต้องรักษาความอุ่นบนเตาเอาไว้ สัมผัสแล้วให้ได้ความอุ่นประมาณนี้” เย่อวี๋หรานคว้ามือของนางไปสัมผัสบนนั้น “ต้องอุ่นไปอย่างนี้หกวัน หลังจากหกวันนี้ ถ้าสำเร็จ วิธีการนี้ของพวกเราก็ถือว่านำมาดำเนินการได้ แต่ถ้าล้มเหลวก็ต้องลองใหม่”
หลังจากเสร็จสิ้นแล้วเย่อวี๋หรานจึงไปนอน ทั้งยังบอกให้หลี่ซื่อไปนอนได้แล้ว
ก่อนไปหลี่ซื่อยังไม่วายถามอย่างเป็นห่วง “ท่านแม่ พี่สะใภ้สาม…สรุปแล้วเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานมองนางแวบหนึ่ง พอจะเดาออกว่าดึกดื่นค่ำคืนแล้วนางยังนอนไม่หลับก็คงเป็นเพราะเรื่องนี้เอง “บอกแล้วไม่ใช่หรือ นางกลับบ้านมารดานานเกินไป ข้าโกรธจึงปลดนางเสีย เจ้าก็ปิดปากให้สนิท เข้าใจไหม?”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าไม่พูดอะไรส่งเดชแน่นอน ท่านวางใจได้” หลี่ซื่อรับประกันทันที
เมื่อเย่อวี๋หรานเข้าไปในห้องนอน จูปาเม่ยก็หลับสนิทไปนานแล้ว ดังนั้นจึงไม่รู้เลยว่าบนเตียงมีคนเพิ่มมาหนึ่งคน
วันถัดมาเมื่อตื่นขึ้นตอนรุ่งเช้า จูปาเม่ยแตะถูกแขนข้างหนึ่งเข้าก็สะดุ้งตกใจ
เมื่อเห็นว่าเป็นมารดาของตัวเองค่อยผ่อนลมหายใจออกมา “ตกใจหมด”
แม้จะนอนตอนดึกมากแล้ว แต่เย่อวี๋หรานก็ยังตื่นขึ้นมาเพราะเสียงจูปาเม่ย “ทำไมไม่ตกใจตายไปเลยล่ะ?”
“ท่านแม่ เมื่อวานพวกท่านกลับมากันตอนไหน? ก่อนที่ข้าจะเข้านอน ท่านยังไม่ได้กลับมา ข้าก็นึกว่าท่านจะค้างคืนทางนั้นเสียอีก”
“ถ้าค้างคืนได้ก็ดีน่ะสิ เอาล่ะ รีบลุกได้แล้ว หลังทำอาหารเช้าเสร็จข้ามีเรื่องจะบอกกล่าวกับทุกคน” ถ้าค้างคืนที่นั่นได้ก็แสดงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะสิ
“เรื่องอะไรเจ้าคะ?”
“ให้เจ้าลุกก็ลุก พูดมากอยู่ทำไม?”
จูปาเม่ยบ่นอุบ “ชอบดุคนอยู่เรื่อย”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
YYWIU8BY
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ