ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 459 แท้งลูก
บทที่ 459 แท้งลูก
“เจ้าคิดว่าจูชีจะสอบผ่าน?”
“ต่อให้สอบไม่ผ่าน ก็ยังมีต้าเป่ากับเอ้อร์เป่านี่นา? เด็กทั้งสองคนฉลาดเฉลียวปานนั้น ลักษณะไม่เหมือนลูกหลานชาวนาเลยสักนิด วันหน้าจะต้องเป็นหงส์มังกรในหมู่คนแน่นอน” ผู้อาวุโสกล่าว “สกุลจูของพวกเราเงียบเหงามานานเกินไปแล้ว ถ้าสามารถให้กำเนิดบัณฑิตที่เป็นขุนนางสักคน ต่อให้เป็นเพียงถงเซิงตัวเล็ก ๆ ข้าก็สามารถนอนตายตาหลับได้แล้ว”
“นั่นน่ะสิ ถ้าในหมู่บ้านมีขุนนางสักคน คนจากหมู่บ้านอื่นก็คงไม่กล้าทำอะไรตุกติกกับหมู่บ้านพวกเราแล้ว”
พูดไปพูดมา เจ้าหน้าที่ก็ถามผู้อาวุโสว่าสงสัยว่าใครคอยสร้างความลำบากให้อยู่เบื้องหลัง
ผู้อาวุโสบอกว่าไม่ค่อยแน่ใจนัก ที่ผ่านมาหมู่บ้านสกุลจูได้ชื่อว่าเป็นสามหมู่บ้านใหญ่แห่งเชิงเขาไท่ตังร่วมกับหมู่บ้านสกุลหลี่และหมู่บ้านสกุลหลิว ตอนนี้หมู่บ้านสกุลจูจะผงาดขึ้นมาแล้ว จะมีสักกี่คนที่เต็มใจ?
จูสุ่ยหนิวไม่ได้ลงมือแม่นยำเท่าใดนัก แม่ม่ายฉินจึงถูกจัดการเสียจนมีสภาพค่อนข้างสะบักสะบอม
เมื่อย่าของลี่ฮวาที่รับผิดชอบเฝ้ายามเข้าไปดูหลังจากนั้น ใบหน้าของแม่ม่ายฉินก็เขียวช้ำปูดโปน แต่เด็กในท้องกลับดวงแข็ง ไม่เป็นอะไรสักนิด
“เฮ้อ…เจ้าก็จริง ๆ เลย ลูกชายโตแล้ว ใช้ชีวิตดี ๆ ไม่ชอบ มาทำเรื่องแบบนี้ทำไม?” ย่าของลี่ฮวาอดทอดถอนใจไม่ได้
แม่ม่ายฉินได้ยินวาจานั้นก็คว้ามืออีกฝ่ายไว้ กล่าวอย่างน่าสงสาร “ขอร้องท่านแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะนะ…เด็กในท้องข้าเป็นลูกของจูเหล่าโถวจริง ๆ”
ย่าของลี่ฮวาสะบัดมือออกทันที มองไปรอบด้านแล้วเอ่ยว่า “เรื่องนี้ข้าไม่กล้าหรอก เป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส ถ้าข้าปล่อยเจ้าไป ครอบครัวข้ายังจะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านสกุลจูได้ไหม?”
พูดจบก็เดินออกไปจากห้องเก็บฟืน ทั้งยังไม่ลืมลั่นกลอนประตูเอาไว้
แม่ม่ายฉินหมอบอยู่บนพื้น ทรมานสุดแสน
นางแค้นความไร้หัวใจของจูสุ่ยหนิว แค้นความอ่อนแอของจูเหล่าโถว แค้นความลำเอียงของเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส และยิ่งแค้นเย่อวี๋หรานมากกว่า
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์บัดซบ ถ้าไม่ใช่เพราะนาง…
แม่ม่ายฉินแค้นใจจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่เข้าใจเลยว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มีชื่อเสียงเลวร้ายแท้ ๆ ไฉนจึงมีคนมากมาย ‘ปกป้อง’?
นางสาบานว่า หากรอจนนางออกไปได้ รอจนนางคลอดลูกคนนี้ออกมาแล้ว นางจะต้องไปคิดบัญชีกับพวกเขาแน่นอน
ตอนนั้นแม่ม่ายฉินก็ยังคงไม่ยอมแพ้ นางปกป้องครรภ์ตัวเองมาตลอด เพราะนางทราบว่านั่นคือความหวังหนึ่งเดียวของนาง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูห้องเก็บฟืนก็เปิดออกอีกครั้ง
แม่ม่ายฉินเห็นจูสุ่ยหนิวกลับมาอีกครั้งก็ตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุม “เจ้าคิดจะทำอะไรอีก?!”
นางอยากลุกขึ้นมา แต่แขนกลับเจ็บจนไร้เรี่ยวแรง
“เฮอะ! เจ้าคิดว่าข้าอยากมานักเรอะ? ถ้าไม่ใช่เพราะมารหัวขนในท้องเจ้า ข้าก็คร้านจะกลับมาเจอหญิงชั้นต่ำอย่างเจ้าแล้ว”
แม่ม่ายฉินเพิ่งสังเกตว่าจูสุ่ยหนิวถือของบางอย่างมาด้วย “เจ้าเอาอะไรมาด้วย?”
“ยาแท้งบุตร”
“อะไรนะ?!” แม่ม่ายฉินถอยกรูด “เจ้าจะทำอะไร?”
“ถึงอย่างไรก็เป็นมารหัวขน ยังจะเก็บเอาไว้ทำไม?” จูสุ่ยหนิวไม่อยากเปลืองคำพูดกับนางอีก เดินเข้าไปบีบกรามของนางเอาไว้
แม่ม่ายฉินหวาดกลัวจนร้องเสียงหลง “จูสุ่ยหนิว เจ้าบ้าไปแล้วเรอะ?!”
นางส่ายหน้าหนีอย่างบ้าคลั่ง ไม่อยากกินยานั้น
แต่จูสุ่ยหนิวจะยอมให้นางหลบหรือ เขาบีบกรามนางอย่างแรง บังคับให้นางอ้าปาก แล้วกรอกยาลงไป
แม่ม่ายฉินน้ำตาไหลพราก ผลักเขาพลางดิ้นรนให้หลุดจากเงื้อมมืออีกฝ่าย “ไม่ ข้าไม่เอา…”
“เจ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้…”
“เจ้าจะฆ่าเขางั้นเรอะ? เขาเป็นลูกเจ้านะ ลูกของเจ้า!”
……
นางนึกว่าเพียงตนเองสารภาพว่านั่นคือลูกของจูสุ่ยหนิว อีกฝ่ายก็จะยอมหยุดมือ
คิดไม่ถึงว่าจูสุ่ยหนิวกลับยิ้มเย็น “แสดงว่าเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสพูดถูกแล้ว เจ้าเข้าหาข้าก็เพราะหวังจะยืมเมล็ดพันธุ์ ใช่ไหม? เฮอะ! ยืมเมล็ดพันธุ์ของข้าไปแล้ว ยังคิดจะสวมหมวกเขียวให้ข้า เจ้าคิดว่าข้าเป็นไอ้โง่งั้นเรอะ?”
เขากรอกยาลงไปโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องของแม่ม่ายฉินเลยสักนิด
แม่ม่ายฉินจะใช้ลิ้นดันยาออกมา ทว่ายานั้นเป็นของเหลว นางจะดันออกมาได้อย่างไร
แม้ยาจะไหลออกทางมุมปากของนางไปบางส่วน ทำให้ใบหน้านางเปรอะเปื้อนไปหมด ทว่าส่วนใหญ่ก็ถูกจูสุ่ยหนิวกรอกลงท้องของนางไปแล้ว
“ฮือ ๆๆ…” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงมาจากหางตาแม่ม่ายฉิน ครั้นสัมผัสได้ถึงความเจ็บแปลบจากในท้อง นางก็รู้สึกถึงความสิ้นหวัง
ทำไม?!
ทำไมถึงทำอย่างนี้กับข้า?!
ทำไมพวกเจ้าเอาแต่ปกป้องหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์?!
นอกห้องเก็บฟืน สีหน้าดุดันโหดร้ายเลือนหายไปจากใบหน้าของจูสุ่ยหนิว เขากลับไปรายงานต่อเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสอีกครั้งด้วยท่าทางขลาดเขลา
ผู้อาวุโสพยักเพยิดให้ย่าของลี่ฮวากลับไปดูสถานการณ์
“ถ้าเจ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ” เจ้าหน้าที่กล่าว “เจ้าวางใจได้ เรื่องวันนี้พวกข้าไม่มีทางพูดออกไปแน่”
“ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ผู้อาวุโส…” จูสุ่ยหนิวมีท่าทางโล่งอก เดินจากไปด้วยความปลอดโปร่ง
ราวกับว่าเขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าเมื่อครู่นี้ตนเองเพิ่งกระทำเรื่องเลือดเย็นลงไป
แน่นอนว่าเขาไม่สนใจความเป็นความตายของแม่ม่ายฉินด้วยเช่นกัน เขาสนใจเพียงว่าเรื่องนี้จะแพร่งพรายออกไปหรือไม่มากกว่า ในเมื่อเจ้าหน้าที่รับปากแล้ว เช่นนั้นก็คงไม่เปิดเผยออกไปแน่นอน
คล้อยหลังจูสุ่ยหนิว เจ้าหน้าที่ก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา “เจ้าแน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วแม่ม่ายฉินจะไม่โกรธแค้นพวกเรา?”
“พวกเราไม่ใช่คนลงมือเสียหน่อย จะมาแค้นพวกเราทำไม? ถ้าจะแค้นก็แค้นจูสุ่ยหนิว”
เจ้าหน้าที่ได้แต่นิ่งงัน “…”
อีกด้านหนึ่ง ย่าของลี่ฮวาที่รับผิดชอบเฝ้ายามมาถึงห้องเก็บฟืนก็พบกับแม่ม่ายฉินที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้น
คราวนี้แม่ม่ายฉินมีสภาพย่ำแย่กว่าเดิม ใบหน้าขาวเผือด ตาทั้งสองหลับสนิท
ย่าของลี่ฮวาเห็นเลือดบนร่างนั้นก็สะดุ้งตกใจ รีบเข้าไปตรวจสอบลมหายใจของอีกฝ่าย
แม่ม่ายฉินสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ก็พลันลืมตาขึ้น มองมาอย่างอาฆาตมาดร้าย “ข้าจะแก้แค้น! พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะรอดไปได้แม้แต่คนเดียว…”
ย่าของลี่ฮวาถูกสายตาของอีกฝ่ายทำให้ตกใจจนร่างสั่นเทิ้ม แต่ก็ยังฝืนใจพูดว่า “เกี่ยวอะไรกับข้า? ข้าไม่ได้เป็นคนกรอกยาเจ้าเสียหน่อย ถ้าจะแค้นก็แค้นคนที่กรอกยาให้เจ้าเถอะ”
เดิมทียังเห็นใจแม่ม่ายฉิน ตั้งใจว่าจะช่วยจัดแจงให้อีกฝ่ายเสียหน่อย แต่ตอนนี้ย่าของลี่ฮวาไม่สนใจอีกแล้ว หันกายออกไปจากห้องเก็บฟืนทันที
ในไม่ช้าเรื่องที่แม่ม่ายฉินถูกบังคับให้ทำแท้งก็ลือไปทั่วหมู่บ้านสกุลจู เมื่อรวมกับชื่อเสียงว่าเป็นหญิงสำส่อน สตรีผู้นี้ก็ถูกทำลายโดยสิ้นเชิงแล้ว
ทุกคนล้วนดูถูกนาง ถึงขั้นคิดว่าหากนางยังรั้งอยู่ในหมู่บ้านต่อไปก็อาจทำให้หมู่บ้านสกุลจูของพวกตนต้องแปดเปื้อน
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสให้คนหามแม่ม่ายฉินที่ถูกกรอกยาแท้งบุตรกลับไปที่เรือนของนางท่ามกลางความมืด
ขณะนั้น นางยังคงตกเลือด
เมื่อนางรู้ว่าลูกชายสองคนของนางเป็นคนแพร่งพรายเรื่องจูสุ่ยหนิว นางก็โมโหจนสะบัดมือตบหน้าอีกฝ่าย
เพียะ!
นางจ้องจูกู่ แค้นใจจนแทบอยากกลืนพวกเขาลงท้อง “เจ้าโง่! ใครให้เจ้าบอกพวกเขา?! ถ้าพวกเจ้าไม่บอกพวกเขา พวกเขาจะรู้ว่าเด็กในท้องข้าเป็นลูกจูสุ่ยหนิวงั้นเรอะ?! ถ้าพวกเขาไม่รู้ ข้าก็คงได้แต่งเข้าสกุลจูไปเป็นอนุของจูเหล่าโถวแล้ว…”
“พวกเจ้าทำไมโง่อย่างนี้? ถ้าข้าไม่ได้แต่งเข้าสกุลจู พวกเจ้าจะมีส่วนแบ่งในเรือนหลังใหม่ของจูเหล่าโถวได้อย่างไร?”
“ทำไมพวกเจ้าไร้ประโยชน์ได้ขนาดนี้? ข้าพยายามแทบตายอยู่ข้างหน้า พวกเจ้ากลับคอยขัดขาข้า ดูเอาเถอะว่าพวกเจ้าทำร้ายข้าจนมีสภาพไหนไปแล้ว”
……
เพราะความโกรธแค้น สีหน้าจึงดุร้ายถมึงทึง กอปรกับเพิ่งเสียเลือดมา ทำให้นางกลายเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง
จูกู่และจูหมี่มองคนที่ผ่ายผอมจนไม่เหลือเค้าเดิมก็รู้สึกสะพรึงกลัว
นี่… นี่ยังใช่มารดาของพวกเขาอยู่หรือ?!