ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 582 มีคนของตัวเองอยู่ในที่ว่าการย่อมจัดการธุระได้สะดวก
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 582 มีคนของตัวเองอยู่ในที่ว่าการย่อมจัดการธุระได้สะดวก
บทที่ 582 มีคนของตัวเองอยู่ในที่ว่าการย่อมจัดการธุระได้สะดวก
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านคงไม่ได้คิดจะให้อภัยเหล่าเฉียนกับเฉียนซินหรอกใช่ไหมเจ้าคะ?” เย่อวี๋หรานไม่คิดจะเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสทั้งสองโดยตรง ถึงอย่างไรพวกเขาก็อายุมากแล้ว ถ้าถูกนางทำให้โมโหจนตายขึ้นมาจะทำอย่างไร?
ถึงตอนนั้นถ้าเรื่องลือออกไป พวกตนจะมิต้องจมน้ำลายตายเลยหรือ?
นางอายุมากแล้ว หน้าหนาพอ หาได้ยี่หระไม่
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คนอื่นในครอบครัวคงต้องลำบากเพราะนาง นางไม่ต้องการให้ตนเองกลายเป็น ‘บ่อเกิดของปัญหา’ หรอกนะ
เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยความประหลาดใจ “พวกท่านคิดอะไรอยู่เจ้าคะ? พวกเขาถึงขั้นกล้าวางแผนฆ่าเอ้อร์เม่ยเพราะเงินเล็กน้อย ถ้าปล่อยพวกเขาออกมา เอ้อร์เม่ยยังจะอยู่ดีมีสุขได้อีก? เอ้อร์เม่ยยังเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกท่านหรือเปล่า?”
“ย่อมต้องเป็นลูกในไส้ของพวกข้าอยู่แล้ว แต่ว่า…” แม่เฒ่าจูใบ้กิน ไม่รู้เลยว่าควรอธิบายอย่างไรดี
เพราะพิจารณาจากคำพูดของสะใภ้ใหญ่ ถ้าพวกตนปล่อยพ่อลูกสกุลเฉียนที่เกือบฆ่าเอ้อร์เม่ยไปแล้วก็คงโง่จริง ๆ นั่นแหละ
แต่พวกตนจะอธิบายอย่างไรเล่า?
“แต่ว่าอะไร? พวกท่านคิดจะปล่อยเหล่าเฉียนกับเฉียนซินออกมา ถ้าไม่ใช่การสนับสนุนคนเลวทำเรื่องชั่วแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?” เย่อวี๋หรานกล่าว “พวกเขาทำเรื่องชั่วร้ายก็ต้องรับโทษ ถูกสั่งสอนหนัก ๆ สักครั้งจะได้ไม่กล้าทำผิดอีก พวกท่านกลับประเสริฐนัก อ้าปากก็คิดแต่จะขอร้องให้ละเว้นพวกเขา”
“เรื่องนี้สำหรับข้าแล้วไม่ได้ยากอะไรเลย แค่คำพูดประโยคเดียวเท่านั้น หากพวกเขาใจกล้ากว่านี้ก็คงไม่กล้ามาอาละวาดต่อหน้าข้า แต่เอ้อร์เม่ยเล่า?”
“ถ้าเอาตามความคิดของพวกท่าน ต่อไปเอ้อร์เม่ยก็คงจะกลับไปสกุลเฉียนสินะ? เรื่องอย่างการวางแผนฆ่าเอ้อร์เม่ย พวกเขายังทำออกมาได้ แถมยังไม่ต้องรับโทษอีก พวกท่านคิดว่าต่อไปพวกเขาจะทำอะไรบ้าง?”
“ไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำเลยนี่นา?”
“ถ้าพวกท่านไม่กลัวว่าเอ้อร์เม่ยจะเป็นอะไรไป ข้าก็จะไปหาใต้เท้านายอำเภอ บอกให้เขาปล่อยคนเดี๋ยวนี้เลย”
……
เย่อวี๋หรานพูดจาน้ำไหลไฟดับ ผู้เฒ่าทั้งสองไฉนเลยจะกล้าพูดอะไรออกมาอีก
แม่เฒ่าจูความคิดไม่แจ่มใสนัก ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี พ่อเฒ่าจูยังเข้าใจเหตุผลอยู่บ้าง จึงถามขึ้นว่า “เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร?”
“ข้าคิดว่าเรื่องนี้ง่ายดายยิ่งนัก ขังคนไว้ในคุกนั่นแหละ” เย่อวี๋หรานตอบ
“ให้อยู่ในคุกต่อไป? นี่ก็ไม่ใช่วิธีที่ดี หรือจะให้เอ้อร์เม่ยอยู่กับสองพ่อลูกสกุลเฉียนในคุกไปเรื่อย ๆ?” พ่อเฒ่าจูขมวดคิ้ว “เอ้อร์เม่ยอายุมากแล้ว สภาพแวดล้อมในคุกเลวร้ายขนาดนั้น ถ้านางอยู่ที่นั่นไปนาน ๆ ร่างกายจะรับไหวได้อย่างไร?”
“เอ้อร์เม่ยย่อมไม่อยู่ในนั้นไปตลอดอยู่แล้ว นางไม่ได้เป็นคนวางแผนร้ายต่อข้าเสียหน่อย นางก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน คนที่ต้องถูกขังคุกคือพ่อลูกสกุลเฉียน แต่คนหนึ่งคือสามี คนหนึ่งก็ลูกชาย พวกเขาผิดต่อนางขนาดนี้ นางก็ยังอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาในคุก นี่คือการร่วมทุกข์ร่วมสุข ต่อให้ลือออกไปก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ คนอื่นมีแต่จะชมเชยว่าสกุลจูของพวกเราสั่งสอนลูกสาวได้ดี ไม่นินทาสกุลจูเสีย ๆ หาย ๆ หรอกเจ้าค่ะ”
กล่าวถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็ลดความเร็วลง นางกล่าวต่อไปว่า “ขอเพียงความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่โน้มเอียงมาทางพวกเรา พวกเราพูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ? ถึงตอนนั้น เอ้อร์เม่ยจะหย่า หรือพาลูกชายคนเล็กแยกออกมาอยู่ตามลำพังก็ไม่มีใครว่าอะไรได้”
คำกล่าวข้างต้นทำให้คนทั้งหลายในที่นี้รู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก
สมแล้วที่เป็นสะใภ้ใหญ่ ดูความคิดความอ่านของนางสิ ไม่แปลกเลยที่นางสามารถควบคุมสกุลจูได้เสียอยู่หมัด
ลึกล้ำ! ลึกล้ำจริง ๆ! ฝีมือของท่านแม่ลึกล้ำไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!
เทียบกับท่านแม่แล้ว ข้ายังห่างไกลนัก เห็นทีข้าคงมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก
เฮ้อ! แม้แต่พ่อแม่ของข้ายังพูดสู้เมียข้าไม่ได้ แล้วข้าจะไปทำอะไรได้? หลบอยู่ตามมุมกำแพงเหมือนเดิมดีกว่า
……
จูต้ากับจูอู่คิดไม่ถึงเลยว่าก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดกังวลไปต่าง ๆ นานา แต่พอมารดากลับมาเท่านั้นก็จัดการท่านปู่ท่านย่าได้แล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น กระทั่งเรื่องที่อาหญิงรองยังอยู่ในคุกก็กล่าวได้อย่างน่าฟังยิ่งนัก
ควรทราบว่าจูเอ้อร์เม่ยไม่ได้อยากจะอยู่ในคุกต่อด้วยตัวเอง แต่เป็นเพราะหูเบาต่างหาก นางถูกพ่อลูกสกุลเฉียนที่สำนึกตัวได้แล้วกล่อมว่า นางจะไม่สนใจเหล่าเฉียนก็ได้ แต่จะไม่สนใจลูกชายบังเกิดเกล้าของตนเองได้หรือ? นับแต่โบราณจนถึงตอนนี้มีมารดาคนไหนรังเกียจลูกชายของตัวเองบ้าง? ต่อให้อกตัญญูแค่ไหน นั่นก็ยังเป็น ‘ลูกชาย’ อยู่ดี
จูเอ้อร์เม่ยจึงมาขอร้องให้เย่อวี๋หรานปล่อยคน
แต่นิสัยอย่างเย่อวี๋หรานหรือจะยอมปล่อยคน?
นางปฏิเสธไป
จูเอ้อร์เม่ยไม่พอใจ โยนคำพูดมาว่า “ท่านไม่ปล่อยคน? ได้ งั้นข้าก็จะอยู่ในคุกกับพวกเขา ดูซิว่าท่านจะอธิบายกับพ่อแม่ข้าอย่างไร!”
พูดจบก็แล้ววิ่งกลับเข้าไปในคุก
จูต้ากับจูอู่ “…”
อาหญิงรองที่สมองเลอะเลือนแบบนี้ ไม่อยากจะนับญาติด้วยเลยจริง ๆ!
แต่ความคิดก็ส่วนความคิด ความจริงก็ส่วนความจริง
พวกเขาได้แต่มองเย่อวี๋หรานไปหาเหวินเหรินซาน พูดถ้อยคำน่าฟังมากมายเพื่อไหว้วานให้อีกฝ่ายช่วยดูแลจูเอ้อร์เม่ย
จูต้าและจูอู่ทอดถอนใจ เหตุใดจึงมีคนดีแบบมารดาของพวกเขาอยู่บนโลกนี้ด้วยนะ?
พวกเขาไม่เข้าใจเลย มารดาของพวกตนดีถึงเพียงนี้ ทำไมคนอื่นยังด่านางว่า ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ อีก?
คนพวกนั้นมีตาแต่ไร้แววจริง ๆ
เย่อวี๋หราน: ความจริง แค่กลัวว่าจูเอ้อร์เม่ยจะทำเรื่องงามหน้าอยู่ในคุกแล้วทำให้พวกเราพลอยเดือดร้อนต่างหาก จึงกำชับพวกเหวินเหรินซานเอาไว้
เพราะเหตุใดจึงมาหาเหวินเหรินซาน ไม่ไปหาคนอื่น?
เพราะนางคุ้นเคยกับเจ้าหนุ่มนี่น่ะสิ นางยังตั้งใจจะเป็นแม่สื่อ ดูว่าจะสามารถคว้าตัวเหวินเหรินซานมาเป็น ‘ลูกเขยบุญธรรม’ ของตัวเองได้หรือไม่
อะแฮ่ม!
เรื่องคราวนี้ทำให้นางตระหนักได้ว่า นางไม่อาจเอาแต่พึ่งพาคนอื่น ต้องเพาะสร้างสายสัมพันธ์ของตนเองขึ้นมาด้วย
เหวินเหรินซานเด็กคนนี้ก็ดูไว้ใจได้ ประจวบกับนางยังติดค้าง ‘ลูกสาวบุญธรรม’ อยู่พอดี หากจับคู่สองคนนี้ได้ก็ถือว่าได้ตอบแทนให้ทั้งสองฝ่ายแล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ ถึงตอนนั้นเหวินเหรินซานก็จะกลายเป็นคนกันเอง เท่ากับว่า ‘มีคนของตัวเองอยู่ในที่ว่าการย่อมจัดการธุระได้สะดวก’
แต่นางไม่ได้บอกเรื่องนี้ต่อใครทั้งนั้น
นางกังวลว่าถ้าเรื่องนี้ไม่สำเร็จแล้วเรื่องแพร่งพรายออกไป เหวินเหรินซานคงไม่เป็นไร แต่ลูกสาวบุญธรรมคงได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างมาก
คราวก่อนหลี่ฉินลูกสาวบุญธรรมของนางถูกลูกชายของจูเหล่าซื่อปฏิเสธไปแล้วรอบหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนางเป็นทุนเดิม ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีกคงไม่มีโอกาสออกเรือนแล้ว
ถึงตอนนั้น ถ้าเย่อวี๋หรานต้องการจะปิดบังเรื่องนี้ก็คงไม่ง่าย
กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน แม้เย่อวี๋หรานกลับมาแล้วแต่ก็ไม่ได้อยู่ว่าง ยังมีงานมากมายรอนางอยู่
อย่างแรกคือจัดการสะสางงานศพของจูเอ้อร์เม่ยให้เรียบร้อย อีกอย่างก็คือไปหารือกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจูเกี่ยวกับเรื่องราวหลังจากนี้
ครั้นรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วก็พาผู้เฒ่าทั้งสองกลับไปส่งที่เรือนของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ จากนั้นเย่อวี๋หรานก็พาจูต้าและจูอู่ไปทำธุระต่อ
จูต้าเป็นลูกชายคนโต เย่อวี๋หรานไม่อยากสนับสนุนก็ต้องสนับสนุน ต่อให้เขาไม่ได้เป็นคนตัดสินใจก็ต้องรับรู้เรื่องราวทั้งในและนอกบ้านเอาไว้
ไม่อย่างนั้น พวกน้องชายทำงานกันแทบตาย แต่เขากลับคอยกระตุกขาอยู่ข้างหลัง สมองคงได้ระเบิดกันพอดี
เรื่องในคราวนี้ยังทำให้เย่อวี๋หรานตระหนักได้ว่า ความจริงแล้วจูต้าไม่ได้ ‘โง่’ ขนาดนั้น เรื่องที่ตัวเองทำไม่ไหวยังรู้จักพาจูอู่ไปด้วย ให้จูอู่ช่วยออกความคิด
ส่วนจูอู่นั้น เมื่อก่อนนางคิดว่าเขาอายุยังน้อยจึงไม่รีบร้อน แต่เรื่องครั้งนี้เตือนสตินางว่า เด็กในครอบครัวยากจนมีวุฒิภาวะเร็ว ไม่รีบร้อนอะไรกัน แค่ต้องผลักดันเล็กน้อยเท่านั้น หากสามารถฟูมฟักได้ก็ควรทำ นอกจากนี้ จูอู่ก็อยากวิ่งไปข้างหน้าแล้ว นางยังจะถ่วงเขาไว้ทำไม?
ไม่ได้การ นางเองก็ต้องช่วยผลักดันอีกแรง
รีบบ่มเพาะพวกเขาทุกคนให้เติบโตขึ้นมา นางจะได้ ‘เกษียณ’ เร็วหน่อย เพื่อไปเสพสุขกับชีวิตบั้นปลายอันสงบสุข