ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 823 ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่าน
บทที่ 823 ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่าน
อวี๋จิ้งฉีกล้าพูดเลยว่าแม้แต่บิดาของเขาก็คงไม่เคยกินของอร่อยเช่นนี้มาก่อน (เช่นเดียวกับที่จูชีคิดว่ามารดาของตนเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดแล้ว ในใจของอวี๋จิ้งฉีก็มองว่าบิดาของเขาเก่งกาจที่สุดเช่นกัน)
เยี่ยนเหออันคีบก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศขึ้นมา ค่อย ๆ เป่าให้เย็นแล้วส่งเข้าปาก ละเลียดกินไปทีละน้อย
เขาไม่ได้รีบร้อนตอบคำถามของอวี๋จิ้งฉี แต่จูชีอดใจไม่ไหว จึงพูดว่า “ทำมาจากวัตถุดิบอย่างเดียวกันน่ะสิ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเส้นมันเทศถึงไม่หวาน เอาเป็นว่าพอเอามาทำเป็นเส้น มันก็มีรสชาติแบบนี้…”
เจ้าพูดแบบนี้ต่างจากไม่พูดตรงไหน? อวี๋จิ้งฉีลอบกลอกตาให้อยู่ในใจ
“น้ำแกงคนละอย่าง รสชาติของเส้นมันเทศก็จะแตกต่างกันไปด้วย” เยี่ยนเหออันนึกพลางพูดว่า “น้ำแกงไก่ น้ำแกงซี่โครงหมู จะใช้น้ำแกงแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ต่อไปถ้ามีโอกาส เจ้าก็ควรจะลองชิมจริง ๆ”
“ที่เจ้ายังมีเส้นมันเทศเหลืออยู่หรือไม่? ประเดี๋ยวข้าจะเอากลับไปให้พ่อแม่ข้าชิมด้วย” อาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้ อวี๋จิ้งฉีคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่เขาติดใจกลับเป็นส่วนที่จูชีนำมา
ถ้าจูต้าเหนียงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย เขาก็ไม่อยากไว้หน้าจูชีเลยจริง ๆ…ถ้าไม่ใช่เพราะคนครัวที่บ้านเหออันฝีมือดี ของของเจ้ายังจะอร่อยอีกหรือ?
“ข้าไม่มีหรอก เจ้าอย่าหวังเลย ส่วนของข้าส่งไปให้ท่านปู่กับท่านย่าหมดแล้ว…” เยี่ยนเหออันอึ้งไป แต่เขาไม่ยอมรับว่าที่เขายังเหลืออยู่บ้าง แต่แค่นิดเดียวเท่านั้น ไม่พอให้เขากินด้วยซ้ำ
ทุกครั้งที่จูชีส่งมาก็จะส่งไปให้ท่านปู่กับท่านย่าก่อน ส่วนที่เหลือค่อยเป็นของเขา
เขาคิดว่า คงเป็นเพราะเขาเคยเอ่ยถึงพวกท่านในจดหมายกระมัง
บางครั้ง ซุ่นเต๋อก็ละเอียดรอบคอบเหมือนกัน!
“อะไรกัน หมดแล้วจริง ๆ หรือ มีแค่ชามนี้?” อวี๋จิ้งฉีมองชามก๋วยเตี๋ยวที่ใกล้จะกินหมดแล้วในมือตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ
ข้ามากินมื้อใหญ่ชัด ๆ ทำไมถึงติดใจแค่ก๋วยเตี๋ยวชามนี้กันนะ?!
“เจ้าลองถามซุ่นเต๋อดูก็ได้ว่าที่เขายังเหลืออีกไหม” แม้เยี่ยนเหออันอยากอาศัยโอกาสนี้ผลักดันให้อวี๋จิ้งฉีชมชอบจูชีมากขึ้นสักนิดก็ยังดี แต่ก็ไม่อยากทำให้จูชีต้องลำบากใจเพราะเรื่องนี้ จึงพูดแทนจูชี “แต่เจ้าอย่าหวังมากจะดีกว่า ยังไม่พูดถึงว่ามันเทศของปีนี้ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ต่อให้เก็บเกี่ยวแล้ว กว่าจะนำมาทำเส้นก๋วยเตี๋ยวก็ต้องใช้เวลา…หมายความว่าซุ่นเต๋ออาจเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่แล้ว”
ถ้าหมดแล้วก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอวี๋จิ้งฉีจะไม่เลว แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขั้นจะ ‘แบ่งปัน’ เส้นมันเทศให้หรอกนะ
กล่าวตามตรง อวี๋จิ้งฉีไม่อยากเอ่ยปากขอกับจูชีเอาเสียเลย เพราะในสายตาเขา ถ้าเขาเอ่ยปากกับจูชีแล้วก็เท่ากับว่า ‘ยอมรับความพ่ายแพ้’ กับอีกฝ่ายแล้วน่ะสิ
ไม่ได้ ข้ายอมแพ้ไม่ได้!
อย่างมาก ข้ากินอิ่มแล้วค่อยกลับไปก็ได้
คราวหน้าถ้าอยากกินค่อยมาใหม่
อวี๋จิ้งฉีขยับตะเกียบรวดเร็วกว่าเดิม ตั้งใจว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศชามนี้ให้หมดแล้วจะขอเพิ่มอีกชาม
เยี่ยนเหออันเหล่มาทันที “นั่นคือชามสุดท้ายแล้ว ข้าเหลือไว้เป็นมื้อดึก”
“มื้อดึกอันใดของเจ้า? ข้ายังไม่อิ่มเลยนะ เหออัน ยกชามสุดท้ายให้ข้าเถอะ”
“อย่าแม้แต่จะฝัน บนโต๊ะยังมีอาหารอีกหลายอย่าง เจ้ากินอย่างอื่นก็ได้นี่” เยี่ยนเหออันชี้จานอะไรบางอย่างที่ถูกหั่นเป็นเส้น ๆ ดูแล้วแปลกพิลึก “นี่ก็เป็นของที่บ้านซุ่นเต๋อทำเองเหมือนกัน เรียกว่าผัดเต้าหู้ ใส่น้ำพริกสูตรบ้านซุ่นเต๋อ มั่นใจได้เลยว่าเจ้าไปหากินข้างนอกไม่ได้แน่นอน…”
อวี๋จิ้งฉีมองแวบหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือจากก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศ “ไม่เป็นไร ข้าเอามาผสมกับเจ้านี่กินก็ได้ ข้าเป็นแขก ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศชามนั้นก็ยกให้ข้าเถอะ”
“เจ้าชอบแย่งของกับคนอื่นเช่นนี้หรือ?” เยี่ยนเหออันอ่อนอกอ่อนใจ
“ข้าเป็นแขก ในฐานะเจ้าบ้าน เจ้าไม่ควรเอาของที่ดีที่สุดมารับรองข้าหรอกหรือ?” อวี๋จิ้งฉีแย้ง
สุดท้าย เยี่ยนเหออันจนปัญญา ได้แต่ยกก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศชามนั้นให้อีกฝ่าย
จูชีมองคนนั้นที คนนี้ที ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
‘ในเมื่อชอบกิน ทำไมไม่ขอจากข้าล่ะ?’
เขาหันไปพูดกับเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ จิ้งฉีดูเหมือนจะชอบกินก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศมาก ของพวกเรายังเหลืออยู่ไหมขอรับ? ถ้ายังเหลือ แบ่งให้จิ้งฉีสักหน่อย ท่านคิดว่าได้ไหม?”
อวี๋จิ้งฉีได้ยินว่าพูดถึงตนเองก็กางหูผึ่ง ทั้งยังคิดในใจว่า ‘เจ้าเป็นคนเสนอเองนะ ข้าไม่ได้ขอ’
“คราวก่อนที่บ้านส่งมาพร้อมกับมันเทศตากแห้ง ประเดี๋ยวจะแบ่งออกมาให้เจ้าสองชั่ง แต่ว่า…” เย่อวี๋หรานพูดหยอกยิ้ม ๆ “ถ้าหลังจากนั้นเจ้าเองได้กินอีกแค่ไม่กี่มื้อ ห้ามบ่นนะ”
นางไม่โง่ อาศัยช่วงเวลาที่กินข้าวด้วยกัน นางก็มองออกแล้วว่าอวี๋จิ้งฉีผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ชอบลูกชายนางสักเท่าไหร่ ที่อีกฝ่ายมาเยือนคงเพราะเห็นแก่หน้าเยี่ยนเหออันมากกว่า
นางสังเกตอย่างละเอียดแล้วพบว่าอวี๋จิ้งฉีไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เป็นเพียงคนที่ไม่ชอบกันจากใจจริงคนหนึ่ง แต่ถึงจะไม่ชอบจูชี เขาก็ยังปฏิบัติต่อคนในครอบครัวของจูชีอย่างสุภาพมีมารยาทอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้เวลาจะทำอะไรย่อมมี ‘หลักการ’ ของตนเอง
เย่อวี๋หรานรู้ดีว่าจูชีจะดีเลิศปานใดในใจนาง เขาก็ไม่อาจเป็นเช่นเงินทองที่ใคร ๆ ล้วนชมชอบ
ข้างกายมีคนไม่ชอบเขาสักคนก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องร้าย ขอเพียงคนผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายก็พอแล้ว
จูชีไม่รู้เรื่องพวกนี้ เขายิ้มกล่าวอย่างทึ่มทื่อ “ท่านแม่ ข้าไม่ใช่เด็กเสียหน่อย วางใจเถอะขอรับ ข้าไม่โกรธท่านเพราะเรื่องแบบนี้หรอก”
จูซาน: เจ้าทึ่มคนนี้ ท่านแม่กำลังช่วยพูดแทนเจ้าอยู่นะ!
จนถึงตอนกินมื้อเย็นเสร็จ อวี๋จิ้งฉีเห็นว่าเยี่ยนเหออันยังไม่เอ่ยถึงเรื่องตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ เสียทีก็ร้อนใจ ส่งสายตาให้เขาอยู่หลายครั้งหลายครา
‘เจ้าพูดสักทีสิ!’
เยี่ยนเหออันเจตนาไม่เอ่ยถึง ‘มาขอร้องคนเขาก็ต้องมีท่าทีอย่างคนที่มาขอร้องคนอื่น ผ่อนปรนท่าทีลงบ้าง ซุ่นเต๋อไม่ได้ติดค้างอันใดต่อเจ้าเสียหน่อย’
“เหออัน…” อวี๋จิ้งฉีแอบเรียกเขา
เยี่ยนเหออันทำเป็นไม่ได้ยิน
จูชีได้ยินแล้ว ยังหันมาเตือนเยี่ยนเหออัน “เหออัน จิ้งฉีเรียกเจ้าแน่ะ”
“ข้าได้ยินแล้ว แต่ข้าไม่อยากสนใจเขา”
“ทำไมหรือ?”
“เขาอยากได้สิ่งของจากคนอื่น แต่กลับต้องการให้ข้าเอ่ยปาก ข้าไม่ได้เป็นคนอยากได้เสียหน่อย”
……
อวี๋จิ้งฉีถลึงตามองเขาอย่างโมโห “เยี่ยนเหออัน เจ้าพูดแล้วไม่เป็นคำพูด!”
“ข้าพูดแล้วไม่เป็นคำพูดตอนไหนกัน ข้ารับปากว่าจะพาเจ้ามา แต่ไม่ได้รับปากว่าจะช่วยขอของสิ่งนั้นให้เจ้า” เยี่ยนเหออันเชิดหน้าขึ้นน้อย ๆ แล้วเอ่ยว่า “พอดีเลย จูต้าเหนียงกับพี่จูซานก็อยู่ด้วย เจ้าอยากได้อะไรก็บอกพวกเขาไปตรง ๆ สิ ไม่จำเป็นต้องให้ข้าเป็นคนพูดหรอก”
พอได้ยินว่าเป็นเรื่องของตนเอง เย่อวี๋หรานกับจูซานก็หันมาทางนี้
อวี๋จิ้งฉีถูกสองคนนั้นมองจนใจแป้ว
ธนูที่น้าวสายแล้วย่อมต้องปล่อยออกไป
พอนึกถึงว่าเขาอาจแพ้เดิมพันก็กัดฟันเอ่ยว่า “จูต้าเหนียง ที่จริงแล้วข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องอยากขอร้องท่าน”
“ขอร้องข้า?” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าประหลาดใจ “ขอร้องข้าเรื่องอะไรหรือ? มีเรื่องอะไรที่ข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้…”
แม้แต่เยี่ยนเหออันยังช่วยไม่ได้ นางจะช่วยได้หรือ?
เย่อวี๋หรานไม่ได้สำคัญตัวเองถึงเพียงนั้น
ตอนอยู่ในหมู่บ้านสกุลจูนางอาจมีอำนาจตัดสินใจ แต่ตอนนี้คือโลกภายนอก เป็นสถานที่ที่นางไม่คุ้นเคย
“ข้าแค่อยากถามว่า ท่านยังมีตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ เหลืออยู่ไหม?” อวี๋จิ้งฉีพูดเรื่องที่ตนต้องการออกมาอย่างเกรงอกเกรงใจ
ฮือ ๆๆ…น่าขายหน้ายิ่งนัก!
เยี่ยนเหออัน เจ้าจำไว้เลยนะ!
ฮึ!