ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 850 พวกเจ้ายืนทึ่มกันทำไม ไปดึงคนออกมาให้ข้าสิ!
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 850 พวกเจ้ายืนทึ่มกันทำไม ไปดึงคนออกมาให้ข้าสิ!
บทที่ 850 พวกเจ้ายืนทึ่มกันทำไม ไปดึงคนออกมาให้ข้าสิ!
เรื่องการค้านั้น อู๋เจียงก็ไม่ใช่ว่าไม่ลองพยายามหารือกับผู้ชายในสกุลจู (ไม่มีทางเลือกเพราะผู้ชายทุกคนออกมาข้างนอกด้วย) แต่นอกจากจูซานแล้ว ดูเหมือนว่าผู้ชายคนอื่นจะไม่มีความรู้เลย
บางทีพวกเขาอาจมีความรู้อยู่บ้าง แต่หากต้องการถามจริง ๆ กลับเป็นพวกผู้หญิงที่รู้ชัดเจนกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกว่าตัวเองกำลัง ‘ดูแคลน’ ผู้หญิงอีกด้วย
เป็นจูซานที่พาเขาไปหาเจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านเพื่อหารือเรื่อง ‘การร่วมกิจการ’ กัน ซึ่งสะใภ้สี่ของสกุลจูก็มาด้วยเช่นกัน
หญิงที่ถูกเรียกว่า ‘สะใภ้สี่สกุลจู’ เผยความฉลาดเฉลียวของนางออกมา…ยามที่เจรจาเรื่องผลประโยชน์ก็สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญได้ และไม่ถอยในช่วงเวลาที่ไม่ควรถอย
เห็นแก่หน้าจูซาน อู๋เจียงก็ไม่คิดจะเอาเปรียบกันมากนัก แต่เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งมาเจรจา เดิมทียังคิดว่าถึงเวลาตัวเองจะ ‘เริ่ม’ เอาเปรียบได้บ้างสักเล็กน้อย แต่ผลคือ…
อย่าว่าแต่เอาเปรียบผู้อื่นเลย เขายังเกือบจะถูกคนอื่นเอาเปรียบเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังถูกคนกล่าวชี้ทางให้ ‘เริ่ม’ ถอยออกมา
อู๋เจียง “…”
นี่เขายังไม่ฉลาดเท่าหญิงผู้หนึ่งเลยหรือ?
ครั้นกลุ่มของอู๋เจียงจากไปก็เหลือเพียงครอบครัวถังเหล่าโถวที่ยังอยู่ แต่คนสกุลจูคิดว่าพวกเขาเป็นคนของอู๋เจียง จึงไปยกน้ำชาให้ คอยดูแลและยกอาหารมาให้กิน
หลินซื่อเห็นพวกเขายืนเรียงแถวเดียว ไม่เพียงแต่ไม่ขยับไปกินอาหารบนโต๊ะ แม้แต่นั่งยังไม่นั่ง นางจึงทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่น “พวกท่านทำอันใด? นั่งเถอะ รีบเร่งเดินทางมาแล้วก็พักเสียหน่อยกินอาหารตามสบาย…”
“ฮูหยินห้า พวกบ่าวเป็นคนใช้ขอรับ” ถังเหล่าโถวเพิ่งได้ยินกับหู จะกี่มากน้อยก็ยังคาดเดาลำดับของพวกเขาได้ จึงตอบกลับไปหนึ่งประโยคด้วยความเคารพ
ได้ยินคำเรียกเช่นนี้ หลินซื่อก็แปลกใจอย่างยิ่ง หัวเราะอย่างมีความสุข “ฮ่าฮ่าฮ่า…เมื่อครู่ท่านเรียกข้าว่าอันใด? ฮูหยินห้า? ข้าเพิ่งเคยได้ยินคนเรียกข้าว่าฮูหยินเป็นครั้งแรก…พวกเราอยู่ในชนบททุกคนล้วนเรียกข้าว่าสะใภ้ห้าของครอบครัวที่ห้าหรือป้าห้า ท่านอายุเยอะกว่ามาก จะเรียกข้าว่าสะใภ้ห้าก็ได้ หากท่านคิดมากเกินไปจะเรียกข้าว่าบ้านเจ้าห้า…”
“ไม่ ไม่ ไม่ บ่าวมิกล้า ฮูหยินห้าคือฮูหยินห้า เรื่องนี้ไม่อาจพูดสุ่มสี่สุ่มห้าได้ขอรับ” ถังเหล่าโถวตกใจจนโบกมือซ้ำ ๆ
หลินซื่อถูกเขาทำให้ขบขันยังยิ้มพลางบอกกับหลิ่วซื่อและหลิวซื่อข้างตัวว่านางถูกคนเรียกว่าฮูหยินห้า แต่อธิบายอย่างไรคนก็ล้วนไม่ฟัง
เย่อวี๋หรานก็ได้ยินความเคลื่อนไหวทางด้านนี้จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “บ้านเจ้าห้า เจ้าอย่าหัวเราะถังเหล่าโถวเลย คนก็ไม่ได้พูดผิด นั่นเรียกว่า ‘กฎเกณฑ์’ แม้ว่าพวกเราจะเป็นครอบครัวเล็ก ๆ สกุลเล็ก ๆ แต่ก็ควรมีกฎเกณฑ์ไม่น้อย นายเป็นนาย บ่าวเป็นบ่าว หากไม่แยกนายบ่าวเช่นนี้ ครอบครัวใหญ่ในอนาคตจะเป็นอย่างไรเล่า? เมื่อครู่ลืมบอกไปว่าครอบครัวถังเหล่าโถวถูกซื้อมาเป็นคนใช้ของครอบครัวพวกเราแล้ว”
คนสกุลจูตกตะลึง “หา! บ้านพวกเรามีคนใช้ด้วยหรือเจ้าคะ?!”
“เพราะข้าหกล้มแข้งขาจึงขยับไม่สะดวก จำต้องมีคนมาคอยดูแล เจ้าสามจึงเริ่มคิดซื้อบ่าวมาสองสามคน ให้มาช่วยงานพวกเจ้า”
ครั้นเย่อวี๋หรานพูดเช่นนี้ พวกเขาทุกคนก็จ้องมองไปยังขาของนาง
“ท่านแม่ เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดท่านจึงหกล้มหรือขอรับ?” จูต้าตึงเครียด ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว “ล้มที่ไหนขอรับ? ล้มแรงเลยหรือขอรับ?”
“ท่านแม่ ท่านล้อเล่นหรือเปล่าขอรับ?” จูอู่ก็ถูกทำให้ตกใจ “อะไรคือการเรียกว่า ‘แข้งขาขยับไม่สะดวกจึงต้องการคนมาดูแล’ ขอรับ ในอนาคตท่านไม่สามารถเดินได้แล้วหรือขอรับ เมื่อครู่ข้ายังสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงนั่งรถเข็นตลอด ทั้งยังให้จูซานพาเข็นมา ข้าก็ยังคิดว่าท่านเร่งเดินทางหลายวันจึงเหนื่อยล้า…”
“ใช่ เมื่อครู่ข้าก็ถามท่านแล้ว ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านยังไม่บอกเลยนะขอรับ…” จูซื่อมีสีหน้าร้อนใจ “ข้าร้อนใจแทบตายแล้วนะขอรับ!”
เย่อวี๋หรานไม่มีทางเลือก ทำได้เพียง…ปลอบใจ แสดงให้เห็นว่าบาดแผลของนางไม่ร้ายแรงมาก ไม่มีปัญหาในการเดินเพราะกระดูกร้าวจึงไม่สามารถรับน้ำหนักของร่างกายได้ ดังนั้นจึงเคลื่อนไหวลำบาก
จูซานเข้าบ้านมาก็ถูกจูต้าชกเข้าที่ใบหน้า
“พี่ใหญ่ ท่านทำอันใด?” จูซานไม่ทันระวังตัว แทบจะล้มลงไปกับพื้น
“ข้าทำอันใดหรือ? ยังถามอย่างหน้าไม่อายได้อีกหรือ? ข้าให้เจ้าดูแลท่านแม่ ดูแลประสาอะไรกัน หา? ตอนนี้ท่านแม่เดินไม่ได้แล้วเจ้ารู้หรือไม่…” จูต้าเดือดดาล ยกหมัดขึ้นอีกครา
ได้ยินจูต้าพูดเรื่องนี้ จูซานก็ยิ่งไม่ปิดบัง “ที่แท้ท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นข้าผิดเอง เป็นข้าไม่ดูแลท่านแม่ให้ดี ข้ายอมรับว่าเป็นความผิดข้า…”
“เจ้ายอมรับก็ดี!”
……
จูซานยืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้จูต้าต่อยไปหลายหมัด
เย่อวี๋หรานตกใจไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบพูด “เจ้าใหญ่ เจ้าทำอันใด? สิ่งที่ข้าพูดล้วนทะลุหูไปหมดแล้วหรือ? หยุดเสีย…ไม่ได้ยินหรือ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าสาม”
“ท่านอย่าปิดบังแทนเขาเลยขอรับ หากไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นเจ้าเจ็ด แต่เจ้าเจ็ดอยู่ในสถานภาพอย่างไรพวกเราล้วนรู้ดี เจ้าเจ็ดพึ่งพาไม่ได้ ออกไปนอกบ้านเจ้าสามต้องเป็นผู้ดูแลท่านแม่ ข้ากำชับไปตั้งมากเขาก็ยังไม่อาจดูแลท่านให้ดีได้ เช่นนั้นก็เป็นความผิดของเขาขอรับ!” จูต้าคว้าคอเสื้อของจูซาน ทั้งยังต่อยไปหมัดหนึ่งอีกครา
เย่อวี๋หรานร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง “เจ้ารอง เจ้าสี่ เจ้าห้า พวกเจ้ายืนทึ่มกันทำไม ไปดึงคนออกมาให้ข้าสิ!”
จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่ที่ถูกเรียกรีบเดินไปข้างหน้า คนหนึ่งคว้าจูต้า คนหนึ่งดึงจูซาน ไม่ง่ายเลยกว่าจะจับคนแยกได้
ยามที่ดึง จูเอ้อร์ก็ยังจงใจเคลื่อนไหวช้าหน่อย ทำให้จูต้าชกไปได้อีกหลายหมัด
สมควรแล้ว! ใครใช้ให้เจ้าดูแลท่านแม่ไม่ดีเล่า สมควรถูกทุบตีหลาย ๆ ทีเลย!
ยามออกไปยังดี ๆ อยู่ แต่ยามกลับมากลับกลายเป็นคนพิการ ไม่ถูกตีตายก็แปลกแล้ว!
เมื่อครู่เย่อวี๋หรานยังเกรงว่าทุกคนจะกังวลจึงไม่ได้พูดให้ชัดเจน แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจูต้าจะโทษว่าเป็นความผิดของจูซาน
ครั้นไม่มีทางเลือก นางจึงทำได้เพียงเล่าเรื่องราวใหม่อีกครา “ข้าจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่อาจโทษเจ้าสามได้ ต้องโทษข้า ยามนั้นเป็นข้าที่ตัดสินใจไปยังสกุลเฉิน ต่อมายามที่เกิดเรื่อง เจ้าสามยังทำงานอยู่ข้างนอก ไม่อาจโทษว่าเป็นความผิดเขาได้…หลังจากนั้น หากไม่ใช่เพราะเขาวิ่งมาช่วย ข้าคงไม่มีหนทางจะฟื้นฟูบาดแผลได้มั่นคงเช่นนี้ เพื่อรวบรวมค่ารักษาและลดภาระของพวกเจ้า เขาเกือบทำลายกฎที่ลูกหลานสกุลจูไม่อาจทำการค้าได้”
ยามนี้คนสกุลจูตระหนักได้แล้วว่าอู๋เจียงผู้นั้นตกลงแล้วมาทำอันใดที่นี่ เหตุใดเขาจึงมาตั้งไกลจากเมืองผู่โซ่วมาถึงหมู่บ้านสกุลจูเพื่อทำการค้า
หมู่บ้านสกุลจูเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จักนอกจากจะมีคนกลางติดต่อให้ ไม่เช่นนั้นผู้ใดจะนึกถึงที่นี่ได้?
“นั่นก็เป็นความผิดของเขาขอรับ” จูต้าหัวรั้นเป็นอย่างยิ่ง “ออกไปข้างนอกก็ควรจะวังให้มาก เขาเป็นผู้ชายที่โตแล้วกลับดูแลแม่ที่ชราของตัวเองไม่ได้ ไม่มีอนาคต ไร้ความสามารถ…”
“เช่นนั้นเจ้าจะตำหนิว่าข้าไม่ระวังใช่หรือไม่ ปกติฉลาดเฉลียวเช่นนั้นยังถูกคน ‘ใส่ความ’ ได้อีก?” เย่อวี๋หราเผยความรู้สึกไม่มีความสุขพลางกล่าวออกมา “มีโจรร้อยวัน ไฉนเลยจะป้องกันโจรได้ทั้งร้อยวัน คนออกนอกบ้านจะสามารถคาดเดาเรื่องทั้งหมดที่จะเกิดได้อย่างไร? หากเป็นเช่นนั้น เจ้าสามไม่สู้ไปเป็นหมอดูแล้วดูดวงให้ผู้อื่นจะดีกว่ากระมัง”
“ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงปกป้องเจ้าสามเล่าขอรับ? เรื่องนี้ไม่เหมือนกัน…” จูเอ้อร์พึมพำ
“เจ้าก็หุบปากเลย” เย่อวี๋หรานกล่าวตำหนิ “เมื่อครู่ยามที่เจ้าดึงพี่ใหญ่ของเจ้าออกมา ยังแอบเตะเจ้าสามไปสองสามที เจ้าคิดว่าข้าไม่เห็นหรือ? ปกติพวกเจ้าพี่น้องมีเรื่องกระทบกระทั่งก็ไม่ได้ถือสากัน เหตุใดเรื่องเล็กเช่นนี้จึงต้องลงมือจริงจังเล่า? เรื่องเช่นนี้ยังลงมือได้ ในอนาคตหากมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจะไม่เกิดเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ เลยหรือ? หากเป็นเช่นนั้น ไม่สู้แยกบ้านกันไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้จะดีกว่ากระมัง อยากทำอันใดก็ทำ ออกห่างจากข้าเสียหน่อย หากไม่เห็นในสายตาก็ไม่ต้องกลุ้มใจ…”