ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 42 - ผลสอบออกแล้ว หกร้อยยี่สิบห้า!
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 42 - ผลสอบออกแล้ว หกร้อยยี่สิบห้า!
บทที่ 42 – ผลสอบออกแล้ว หกร้อยยี่สิบห้า!
วิทยาศาสตร์ทั่วไป: 240
ภาษาอังกฤษ: 145
คะแนนรวม: 625
ทั้งห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบงัน
เวลาเหมือนถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว ณ วินาทีนั้น
มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
“หน่วย… สิบ… ร้อย…”
โจวอวิ๋นฟางยื่นนิ้วที่สั่นเทาไปจิ้มที่หน้าจอ ไล่นับทีละตัวเลข
ริมฝีปากของเธอสั่นระริก เหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“หก… หกร้อยยี่สิบห้า?”
เสียงของเธอเบาหวิวราวกับคนละเมอ
ส่วนดวงตาของเซี่ยเจี้ยนกั๋ว ล็อกเป้าไปที่ช่อง “ภาษาอังกฤษ”
145 คะแนน
ตัวเลขนี้เหมือนกระสุนที่พุ่งเข้าเจาะกลางอกเขาอย่างจัง
เขาจำได้แม่นว่าตอนลูกชายสอบจำลอง คะแนนภาษาอังกฤษไม่เคยแตะหลักร้อยเลยสักครั้ง
มีครั้งหนึ่งถึงขั้นได้คะแนนน่าอนาถแค่ 70 ทำเอาเขาโมโหจนเกือบจะฉีกกระดาษคำตอบทิ้ง
แต่ตอนนี้ ตัวเลข “145” บนหน้าจอ ตัวอักษรสีดำบนพื้นขาว มันสว่างจ้าจนเขาหน้ามืด
“ป้าบ!”
เสียงตบดังสนั่น
เซี่ยเจี้ยนกั๋วตบไหล่เซี่ยตงเต็มแรง
แรงขนาดที่ทำเอาเซี่ยตงต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ไอ้ลูกชาย!”
น้ำเสียงของเซี่ยเจี้ยนกั๋วสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่เก็บกลั้นไว้ไม่อยู่ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
เขาอยากจะพูดอะไรตั้งมากมาย อยากชมว่าลูกเก่งมาก อยากถามว่าไปทำยังไงภาษาอังกฤษถึงได้บรรลุปรุโปร่งขึ้นมาดื้อๆ
แต่คำพูดนับพันหมื่นสุดท้ายก็กลั่นออกมาเหลือแค่สามพยางค์นั้น
ส่วนโจวอวิ๋นฟางที่อยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ฮือ…”
เธอเอามือปิดปาก ตอนแรกก็แค่สะอื้นเบาๆ
แต่ไม่นาน เสียงสะอื้นก็กลายเป็นร้องไห้โฮ
น้ำตาไหลพรากเหมือนทำนบแตก นี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็นความปิติยินดี เป็นการระบายความเหนื่อยยากตรากตรำมาหลายปีที่ในที่สุดก็ได้รับผลตอบแทน
“ลูกแม่… แม่รู้อยู่แล้วว่าลูกทำได้…”
เธอร้องไห้ไปพลาง พูดจาฟังไม่ได้ศัพท์ไปพลาง
เซี่ยตงทำตัวไม่ถูก เขาไม่เคยเห็นแม่เสียอาการขนาดนี้มาก่อนแม้แต่ในชาติที่แล้ว
เขาลุกขึ้น ลูบหลังแม่เบาๆ
“แม่ ไม่ต้องร้องแล้ว นี่เรื่องดีนะ”
“แม่… แม่ดีใจต่างหาก…”
โจวอวิ๋นฟางปาดน้ำตา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูแย่กว่าตอนร้องไห้เสียอีก
คะแนนนี้มันเหนือความคาดหมายของเธอไปมาก
625 คะแนน ในมณฑลเจ้อเจียงปีนั้น แม้จะไปไม่ถึงชิงหวาหรือปักกิ่ง และยังไม่ถึงขั้นฟู่ตั้นหรือเจียวทง แต่มันก็มากพอที่จะก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับ 985 ได้อย่างมั่นคง
อนาคตของลูกชาย สว่างไสวโชติช่วง
เซี่ยเจี้ยนกั๋วตั้งสติได้แล้ว เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วเริ่มกดโทรออกด้วยความตื่นเต้น
“ฮัลโหล! พี่ใหญ่! ผมเจี้ยนกั๋วนะ! …ฮ่าๆๆ มีเรื่องดีอะไรน่ะเหรอ? เรื่องใหญ่เลยล่ะ! …เจ้าตงลูกผม คะแนนสอบออกแล้ว! …625! ใช่! หกร้อยยี่สิบห้าคะแนน! …ภาษาอังกฤษ? อังกฤษได้ 145! …ฮ่าๆๆ วันหลังมาเจอกันหน่อย มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง! แน่นอนอยู่แล้ว!”
เขาโทรหาคนนั้นคนนี้รวดเดียวเจ็ดแปดสาย เนื้อหาในบทสนทนาแทบจะเหมือนกันเป๊ะ
ความรู้สึกเชิดหน้าชูตาแบบนั้น ราวกับต้องการปลดปล่อยความอัดอั้นและความอยากอวดที่สะสมมาตลอดสิบแปดปีออกมาให้หมดในคราวเดียว
เซี่ยตงมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่ทั้งดูสมจริงและน่าขบขันในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในอก
เส้นทางสายเก่าที่มุ่งไปสู่ไซต์งานก่อสร้าง สู่ชีวิตพนักงานออฟฟิศ 996 และสู่ความตายจากการทำงานหนัก ถูกแทนที่ด้วยถนนสายใหญ่ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
และทั้งหมดนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
หลังจากความปิติยินดีผ่านพ้นไป ปัญหาที่สำคัญกว่าก็ถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะ
การเลือกอันดับคณะและมหาวิทยาลัย
มื้อเย็นวันนี้ไปกินกันที่ภัตตาคารที่ดีที่สุดในเมือง เซี่ยเจี้ยนกั๋วเรียกญาติพี่น้องที่พอจะตามได้มากันครบ
ในวงโต๊ะอาหาร เซี่ยตงกลายเป็นพระเอกของงาน คำชมและคำเยินยอถาโถมเข้ามาเหมือนน้ำหลาก
“เจ้าตงนี่ฉลาดมาตั้งแต่เด็กแล้ว!”
“คราวนี้แหละ เชิดหน้าชูตาให้ตระกูลเซี่ยของเราได้สักที!”
“ต่อไปต้องได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ใหญ่โตแน่ๆ!”
เซี่ยตงได้แต่ยิ้มรับตามมารยาท แต่ใจลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เมื่องานเลี้ยงเลิกรา กลับมาถึงบ้าน
ความกระตือรือร้นของเซี่ยเจี้ยนกั๋วและโจวอวิ๋นฟางยังไม่มอดดับ พวกเขาไปค้นหนังสือ “คู่มือสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ” เล่มหนาเตอะออกมาจากห้องทำงาน แล้วกางแผ่หลากลางโต๊ะกาแฟในห้องนั่งเล่น