ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 60 - แลกเบอร์โทร
บทที่ 60 – แลกเบอร์โทร
“เฮ้ย พูดอะไรแบบนั้น” เซี่ยตงยัดเงินใส่มือเขาแข็งขัน
“ข้อแรก ผมเชื่อใจพี่”
“ข้อสอง เมื่อกี้คุยกับพี่ ผมได้ความรู้เยอะเลย”
“ข้อสาม” เซี่ยตงยิ้ม “คนกันเอง ออกจากบ้านก็ต้องช่วยเหลือกันสิครับ”
ฟังคำนี้ หวังซิงมองเงินห้าร้อยในมือเซี่ยตง
ห้าร้อยหยวน สำหรับเขาในตอนนี้ มันคือฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิต
“พี่…” เขายังอยากปฏิเสธ
“รับไปเถอะ” เซี่ยตงตบแขนเขาเบาๆ “เบอร์มือถือพี่เบอร์อะไร? ขอหน่อย เดี๋ยวพี่ทำบัตรเสร็จค่อยโอนคืนผม”
“ไม่ต้องกลัวผมเป็นแก๊งต้มตุ๋นนะ ผมเด็ก ม.ปลาย จะไปหลอกอะไรพี่?”
ขอบตาหวังซิงเริ่มแดง
เขาสูดหายใจลึก รับเงินมา กำไว้แน่น
“เซี่ยตง… ขอบใจนะ”
“บุญคุณไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ”
“เบอร์พี่ 139…”
หวังซิงบอกตัวเลขชุดหนึ่ง
เซี่ยตงเมมลงในโนเกียรุ่นคุณปู่ของเขา
หวังซิงก็เมมเบอร์เซี่ยตงไว้เช่นกัน
“น้อง… เมื่อกี้บอกว่ามาหางโจวมาประชุมอะไรนะ?” หวังซิงปรับอารมณ์ แล้วชวนเปลี่ยนเรื่อง
“อ๋อ ของเถาเป่าน่ะครับ งานอะไรสักอย่าง ‘โครงการสนับสนุนร้านค้า Taobao Mall'” เซี่ยตงตอบสบายๆ
รูม่านตาหวังซิงหดตัวอีกครั้ง
“Taobao Mall?”
“น้องเป็นผู้ค้าใน Taobao Mall เหรอ?”
ปี 2008 Taobao Mall (บรรพบุรุษของ Tmall) เพิ่งเปิดตัวได้ไม่กี่เดือน คนที่กล้ากระโดดเข้าไปเป็นกลุ่มแรกๆ ล้วนเป็นพ่อค้าที่มีจมูกไวเป็นเลิศ
“ใช่ครับ” เซี่ยตงทำเป็นชิลล์ “ที่บ้านทำโรงงานของเล่นเล็กๆ ช่วงนี้ลองขายตุ๊กตาตั้งโชว์ในเน็ต พอดีมีโอกาส พ่อแม่เลยส่งผมมาเปิดหูเปิดตา”
หวังซิงพูดไม่ออกแล้ว
เขาประเมินเซี่ยตงใหม่ทั้งหมด
เพิ่งสอบเอ็นฯ เสร็จ มีวิสัยทัศน์เรื่อง Mobile Payment แถมยังเป็นคู่ค้ากับ Taobao Mall
เขาเริ่มรู้สึกว่า คนตรงหน้านี้ ไม่ธรรมดา
“ตุ๊กตา… ขายดีมั้ย?”
“ก็พอได้ครับ พอมีข้าวกิน” เซี่ยตงถ่อมตัว
จะให้บอกว่ากำไรวันละห้าหมื่นเหรอ
เดี๋ยวจะช็อกตายซะก่อน
หวังซิงไม่ถามเซ้าซี้ แค่สลักชื่อ “เซี่ยตง” ไว้ในสมองเงียบๆ
“ฉึกฉัก——ฉึกฉัก——”
รถไฟชะลอความเร็ว
เสียงประกาศในรถดังขึ้น “เรียนผู้โดยสาร สถานีต่อไป สถานีหางโจว…”
ในรถเกิดความวุ่นวายทันที
คนหยิบกระเป๋า ใส่รองเท้า สบถด่ากัน
เซี่ยตงกับหวังซิงลุกขึ้นยืน
การเดินทางสองชั่วโมง ผ่านไปไวเหมือนโกหก
“พี่หวัง แยกกันตรงนี้นะ?” เซี่ยตงสะพายเป้
“โอเค” หวังซิงจัดเสื้อผ้า เงินห้าร้อยช่วยกู้ความมั่นใจคืนมาได้เยอะ
“พี่จะรีบติดต่อเพื่อน หาทางทำเอกสารใหม่”
“เดี๋ยวทำบัตรได้เมื่อไหร่ พี่จะรีบคืนเงินให้ทันที”
“ไม่รีบครับ” เซี่ยตงยิ้ม “พี่จัดการธุระก่อนเถอะ”
ทั้งคู่ไหลไปตามคลื่นฝูงชน ค่อยๆ ขยับไปที่ประตู
ลงจากรถ
คลื่นความร้อนปะทะหน้า
ฤดูร้อนของหางโจว สมคำร่ำลือจริงๆ
ทางออกสถานี คนมืดฟ้ามัวดิน
“เซี่ยตง” หวังซิงหยุดเดิน
“ครับ?”
“พี่ไปนะ รักษาตัวด้วย”
หวังซิงหันหลัง เดินหายเข้าไปในฝูงชน
เซี่ยตงยืนอยู่ที่เดิม มองจนเขาหายไปทางช่องทางออก
ห้าร้อยหยวน
ลงทุนกับว่าที่เจ้าสัวแสนล้าน
“Angel Round” (รอบนางฟ้า) รอบนี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
เขาต้องไปหาที่พักก่อน มะรืนนี้มีประชุมเถาเป่า
ลมร้อนพัดวูบ ผสมกับไอน้ำอบอ้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบซีหู (West Lake) เหมือนผ้าขนหนูเปียกผืนยักษ์โปะหน้าเซี่ยตง
เขาปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมออกมา
ที่เขามาก่อนสองวัน ไม่ใช่เพื่ออะไร
แค่อยากมาพักผ่อน
ตั้งแต่เกิดใหม่มา เขาตึงเครียดเกินไปแล้ว
สอบเอ็นฯ, กล่อมพ่อแม่, ปั้น “เจ้าส้มอ้วน”, ทำเว็บโอลิมปิก, จัดการเรื่องลิขสิทธิ์…
เขารู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าตอนปั่นโปรเจกต์เป็นโปรแกรมเมอร์ชาติที่แล้วซะอีก
ชาติที่แล้ว มัวแต่แบกอิฐหน้างาน มอมแมมฝุ่นเขรอะ
ต่อมาก็มัวแต่เคาะโค้ดในคอกกั้น อดนอนจนหัวล้าน
ไอ้ 996 (ทำงาน 9 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์) คือความสุข (Fubao) อะไรนั่น หรือเข้า ICU
แม่งเอ๊ย ซีหูหน้าตาเป็นยังไง เขาเคยเห็นแต่ใน Wallpaper คอมพิวเตอร์
ธูปเทียนวัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple) ก็เคยได้กลิ่นแต่ในละครทีวี
“ชาตินี้ ต้องดีกับตัวเองหน่อย”
เขาบ่นพึมพำ
“ไหนๆ ก็มาแล้ว”
ในกระเป๋ามีเงินก้อนโตห้าพันหยวน นี่คือ “เงินลงทุนก้อนยักษ์” จากสหายเซี่ยเจี้ยนกั๋ว
ในปี 2008 เงินก้อนนี้พอให้เขาเสวยสุขเป็นเศรษฐีได้ครึ่งเดือน
แต่เขาไม่ได้กะจะพักโรงแรมห้าดาว
ความติดดินของโปรแกรมเมอร์ หรือนิสัยเคยจน ทำให้เขาไม่อินกับความหรูหรา
อีกอย่าง หน้าเขาตอนนี้อ่อนเกิน ไปโรงแรมห้าดาวคนเดียวคงโดนมองว่าเป็นเด็กหนีออกจากบ้าน
พักได้ ปลอดภัย สะอาด ก็พอ
เขานั่งรถเมล์ โยกเยกไปจนถึงริมทะเลสาบซีหู
ซีหูปี 2008 ยังไม่มีกลิ่นอายพาณิชย์ที่ถูกฉาบด้วยฟิลเตอร์เน็ตไอดอลเหมือนยุคหลัง
นักท่องเที่ยวเยอะ แต่มีความจอแจแบบบ้านๆ
เซี่ยตงเดินเล่นริมทะเลสาบ หาเจอ “โรงแรมซีหูเอ็กซ์เพรส” (West Lake Express Hotel) ที่ดูสะอาดสะอ้าน
ป้ายชื่อเก่าหน่อย พื้นขาวตัวอักษรแดง แต่ทำเลดีงาม แค่ข้ามถนนก็ถึงทะเลสาบ
เขาเดินเข้าไป
ล็อบบี้ไม่ใหญ่ แสงสลัวๆ
พนักงานต้อนรับเป็นสาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ใส่สูทยูนิฟอร์มที่ไม่ค่อยพอดีตัว ก้มหน้าก้มตากดเกมงูในมือถือเครื่องก๊อป
กดอย่างเมามัน
“สวัสดีครับ เปิดห้องเดี่ยวห้องหนึ่ง”
เซี่ยตงยื่นบัตรประชาชน
สาวพนักงานไม่เงยหน้า นิ้วยังรัวแป้นไม่หยุด
“ติ๊ดๆๆ——”
จนงูชนกำแพง เกมโอเวอร์
เธอถึงจิ๊ปาก เงยหน้าขึ้นมองเซี่ยตงอย่างหงุดหงิด
พอเห็นหน้าใสๆ ของเซี่ยตง เธอก็ชะงัก
พ่อหนุ่มคนนี้ หน้าตาเข้าทีแฮะ
“อยู่กี่วัน?” เสียงอ่อนลงหน่อย
“วันเดียวก่อนครับ”
“มัดจำร้อยนึง ค่าห้องคืนละแปดสิบ รวมร้อยแปดสิบ”
เสียงไร้อารมณ์เหมือนเครื่องอัดเสียง
เซี่ยตงควักเงินสด จ่ายแบงก์แดงไปสองใบอย่างไม่อิดออด
เห็นเงินสด สาวเจ้าก็คล่องแคล่วขึ้นทันตา
เงินสดคือพระเจ้า (Cash is King)
เธอออกใบเสร็จ ยื่นคีย์การ์ดบางๆ ให้
“ห้อง 307 ลิฟต์อยู่ทางนู้น ออกลิฟต์เลี้ยวซ้าย”
เซี่ยตงรับคีย์การ์ด ขอบคุณ แล้วเดินไป
เข้าลิฟต์ที่มีแสงสลัว มีกลิ่นอับจางๆ
ห้อง 307
ทางเดินปูพรมแดงเข้ม ไม่รู้ไม่ได้ดูดฝุ่นมานานแค่ไหน เหยียบแล้วนิ่มยวบยาบ ไม่เด้งสู้เท้า
เซี่ยตงเจอห้อง เปิดประตู
“ติ๊ด——”
ห้องไม่ใหญ่ ประมาณสิบห้าตารางเมตร
เตียง 5 ฟุต ตู้หัวเตียงสีลอก โต๊ะเขียนหนังสือ และทีวีจอตู้รุ่นเก่าที่ตูดนูนออกมา
ก็โอเค
เซี่ยตงประเมินในใจ
ดีกว่าบ้านน็อคดาวน์ที่ไซต์งานก่อสร้างในชาติที่แล้ว หรือห้องเช่ากั้นผนังในหมู่บ้านจัดสรรตอนเป็นโปรแกรมเมอร์เยอะ
เขาโยนเป้ลงบนเตียง
“ตุ้บ” ฟูกที่นอนเหมือนจะประท้วง ฟุ้งฝุ่นลอยขึ้นมาให้เห็นจางๆ
เซี่ยตงขมวดคิ้ว
กำลังจะไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ
พอก้มหน้า ก็ชะงัก
ใต้ช่องประตู มีนามบัตรใบเล็กๆ สอดเข้ามาหลายใบ
บนพื้นก็มีตกอยู่สองสามใบ สงสัยแขกคนก่อนไม่ได้เก็บทิ้ง หรือแม่บ้านขี้เกียจเก็บ
เซี่ยตงกลั้นหายใจไปครึ่งวินาที
ก้มลงเก็บขึ้นมาใบหนึ่ง
กระดาษอาร์ตมัน คุณภาพหยาบ ขอบเป็นขุยเชียว