ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 62 - ฮีโร่ซีหู
บทที่ 62 – ฮีโร่ซีหู
นอนต่อไม่ได้แล้ว
เช็กเอาต์
เดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย
เขากระโดดลงจากเตียง พุ่งเข้าห้องน้ำ
น้ำประปาเย็นเฉียบสาดใส่หน้า ช่วยกดไฟราคะลงไปได้บ้าง
เซี่ยตงแสยะยิ้ม
เก็บสัมภาระอันน้อยนิดอย่างรวดเร็ว
เปิดประตูห้อง
ตอนเดินผ่านหน้าห้องข้างๆ
เสียงข้างในหยุดกึก
ตามมาด้วยเสียงครางอย่างสุขสมและเหนื่อยอ่อนของผู้ชาย
เซี่ยตงส่ายหน้า ทันตอนจบพอดี
เขาลงมาที่ชั้นหนึ่ง
พนักงานต้อนรับกะดึกกำลังฟุบหลับน้ำลายยืดอยู่บนเคาน์เตอร์
“เช็กเอาต์” เซี่ยตงเคาะโต๊ะ
พนักงานสะดุ้งโหยง เงยหน้าขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“หา? อ๋อ… คีย์การ์ด ใบมัดจำ”
เซี่ยตงวางของลงบนโต๊ะ
เธอตาปรือเปิดลิ้นชัก ควานหาอยู่พักใหญ่กว่าจะส่งเงินมัดจำร้อยหยวนคืนให้เขา
“เดินทางปลอดภัยค่ะ”
เซี่ยตงไม่อยากอยู่นานแม้แต่วินาทีเดียว
ผลักประตูกระจกโรงแรมออกไป ลมเย็นยามเช้าพัดปะทะหน้า
สดชื่น
เช้าตรู่ที่หางโจว อากาศชื้นๆ
ฤดูร้อนปี 2008 ทุกอย่างยังดูสงบ
เขาสะพายเป้ หาข้าวกินร้านริมทาง
“เถ้าแก่ ขอ ‘เพี่ยนเอ๋อร์ชวน’ (บะหมี่น้ำใส่หมูและผักกาดดอง) ชามนึง เพิ่มไข่ดาว”
“ได้เลย!”
บะหมี่ร้อนๆ ลงท้อง เซี่ยตงรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
ค่าครองชีพปี 2008 นี่ดีต่อใจจริงๆ
กินอิ่มแล้ว ตามแผนเดิม วันนี้คือวันพักผ่อน เขาขึ้นรถเมล์ไปซีหู
“ท่านผู้โดยสาร สถานีต่อไป ต้วนเฉียว…”
เสียงประกาศบนรถดังวนไป
ซีหูยามเช้า คนยังไม่เยอะ
กิ่งหลิวห้อยระย้า ผิวน้ำมีหมอกบางๆ ปกคลุม
เหล่าคุณลุงคุณป้ายึดพื้นที่ทำเลทองกันหมดแล้ว
รำไทเก็ก รำกระบี่ วอร์มเสียงร้องเพลง
คุณลุงคนหนึ่งเสียงดีมาก ร้องเพลง “ฉันยืนอยู่บนยอดเขา~” ลั่นทุ่ง
เซี่ยตงยิ้มขำ
เขาเดินทอดน่องไปตามไป๋ตี
ลมพัดหน้า สบายตัว
เจดีย์เหลยเฟิง (Leifeng Pagoda) ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ท่ามกลางแสงเช้า
เป็นเจดีย์ใหม่ที่สร้างปี 2001 ยังไม่ขลังเท่าของเก่า “จะเปรียบซีหูเป็นนางไซซี จะแต่งอ่อนแต่งเข้มก็งามสม” เซี่ยตงท่องบทกวีเบาๆ
ชาติที่แล้วเขาเคยมาหางโจว มาทำงาน
ลากกระเป๋าเดินทาง วิ่งจากที่ประชุมไปสนามบิน ได้เห็นซีหูแค่แวบๆ จากบนรถแท็กซี่
ไม่เหมือนตอนนี้
เดินมาถึงสะพานต้วนเฉียว
ไม่เจอนางพญางูขาว ไม่เจอสี่เซียน
เจอแต่ทัวร์จีนถือธงโบกสะบัด
“มาๆๆ ทุกคนดูนะ นี่คือที่ที่นางพญางูขาวกับสี่เซียนมาเจอกัน สะพานต้วนเฉียว!” ไกด์ถือโทรโข่งตะโกน
“ทำไมเรียกสะพานขาด (ต้วนเฉียว) ล่ะ? สะพานมันขาดเหรอ?” ลูกทัวร์ถาม
“ถามได้ดี! ต้วนเฉียวฉานเสวี่ย (หิมะหลงเหลือที่สะพานขาด)! หน้าหนาวหลังหิมะตก หิมะฝั่งที่โดนแดดละลาย แต่ฝั่งร่มไม่ละลาย มองไกลๆ เลยเหมือนสะพานขาด!”
เซี่ยตงยิ้ม เบียดตัวออกจากฝูงชน
เขาไม่ชอบคนเยอะ
เขาเช่าเรือพายลำเล็ก
คนพายเรือเป็นชายวัยห้าสิบกว่า ตัวผอมเกร็ง ผิวคล้ำแดด
“พ่อหนุ่ม มาคนเดียวเหรอ?” ลุงคนพายเรือทัก
“ครับ คนเดียว”
“มาเที่ยว? หรือมาเรียน?”
“เพิ่งสอบเอ็นฯ เสร็จ ออกมาเดินเล่นครับ”
“ดีๆๆ สอบเป็นไงบ้าง?”
“ก็พอได้ครับ”
เสียงไม้พายกระทบน้ำดัง “จ๋อมแจ๋ม”
เซี่ยตงไม่พูดอะไรอีก เอนหลังนอนใต้ประทุนเรือ
เขาหลับตา
ปล่อยตัวตามสบาย
เรือโคลงเคลงกลางทะเลสาบ
เซี่ยตงเกือบหลับ
“พ่อหนุ่ม ถึงซานถานอิ้นเยว่ (Three Pools Mirroring the Moon) แล้ว”
“อ้อ ครับ”
เซี่ยตงลุกขึ้น จ่ายเงิน
“ขอบคุณครับลุง”
เขาไม่ขึ้นเกาะ
แค่มองจากบนเรือไกลๆ
แค่นี้ก็ดีแล้ว
เที่ยวซีหูเสร็จ ยังไม่จุใจ เขานั่งรถต่อไปวัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple)
“เฟยไหลเฟิง” (Peak Flown From Afar)
เซี่ยตงไม่อินกับการไหว้พระ
โปรแกรมเมอร์จากชาติที่แล้วนับถืออยู่อย่างเดียว: โค้ดรันไม่ผ่าน แปลว่ามี Bug
ไหว้ใครก็ไม่ช่วย
เขามาที่นี่เพราะอยากได้บรรยากาศสงบๆ
ในวัดควันธูปโขมง ผู้คนกราบไหว้ขอพร
ทั้งแก่ทั้งหนุ่ม สีหน้าศรัทธา
เซี่ยตงไม่เข้าไปข้างใน
เขายืนอยู่หน้าวิหาร มองดูพระพุทธรูปองค์ใหญ่
เขาเห็นพระกวาดลานวัดรูปหนึ่ง
ยังหนุ่มมาก น่าจะยี่สิบต้นๆ
ถือไม้กวาดด้ามยาว กวาดใบไม้แห้งทีละไม้ ทีละไม้
กวาดช้าๆ
จดจ่อมาก
ราวกับว่าใต้หล้านี้ มีแค่ท่าน ไม้กวาด และใบไม้กองนี้
เซี่ยตงนึกอิจฉานิดๆ
แต่เขารู้ ตัวเองบวชไม่ได้
กิเลสยังหนา
เขาต้องหาเงินก้อนโต ต้องให้พ่อแม่สบาย
เขายังอยากดูจ้าวเหมิงใส่กระโปรงสั้น
แล้วก็ถุงน่องดำของถังซือฉี
อามิตตาพุทธ
เซี่ยตงรีบส่ายหัว
บาปกรรมๆ
มาคิดเรื่องพรรค์นี้ในเขตธรณีสงฆ์
เขาดูเวลาในมือถือ
สี่โมงเย็น
ได้เวลาหาโรงแรมใหม่แล้ว
ต้องเอาที่เก็บเสียงดีๆ
เขานั่งรถเมล์จากวัดหลิงอิ่นกลับมา
ผ่านซีหู
ซีหูยามเย็น ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
พระอาทิตย์ใกล้ตก
แสงสีทองสาดลงบนผิวน้ำ ระยิบระยับเหมือนเกล็ดทอง
นักท่องเที่ยวเยอะกว่าเมื่อเช้าหลายเท่า
เซี่ยตงเห็นว่าซีหูตอนพระอาทิตย์ตกสวยดี เลยลงรถเดินเล่นต่อ
เดินเลียบทะเลสาบไปเรื่อยๆ กะว่าจะหาข้าวกินแถวนี้ด้วย
เขาเลี้ยวเข้าทางเดินเล็กๆ ที่คนน้อยหน่อย
ตรงนี้ต้นหลิวหนาทึบ แสงสลัวลง
คู่รักหนุ่มสาวหลายคู่กำลังพลอดรักกัน นัวเนียไม่แคร์สื่อ
เซี่ยตงมองตรงไปข้างหน้า
ไม่มองซ้ายมองขวา
เดินไปได้ไม่ไกล
“ตู้ม!”
เสียงของหนักตกน้ำ
เสียงน้ำแตกกระจาย
เซี่ยตงหันขวับ
ไม่ไกลจากเขา
ผู้หญิงคนหนึ่งตกลงไปในทะเลสาบ!
เธอกำลังตะเกียกตะกาย สองมือตบน้ำสะเปะสะปะ
“ช่ว… อุ๊บ…”
เธอตะโกนได้คำเดียวก็สำลักน้ำ หัวจมลงไป
เซี่ยตงตาเบิกโพลง
เขากวาดตามองรอบๆ
คู่รักพวกนั้นกำลังนัวเนีย ไม่ได้สนใจทางนี้เลย
ลุงเล่นว่าวอยู่ไกลๆ ก็แหงนหน้ามองฟ้า
ไม่มีใครเห็น!
เซี่ยตงไม่มีเวลาคิด
เขาเหวี่ยงเป้สะพายหลัง และควักมือถือกับกระเป๋าตังค์ในกางเกงโยนลงพื้นทันที
วินาทีถัดมา
เขากระโดดพุ่งหลาวลงน้ำ
“ซ่า!”
น้ำซีหูเดือนมิถุนายน ไม่เย็น
แต่ขุ่นกว่าที่คิด
เซี่ยตงเคยอยู่ไซต์งานก่อสร้างมาสองปีในชาติที่แล้ว ถึงจะเป็นวิศวกรโยธา แต่สกิลว่ายน้ำก็ฝึกมาดี
เขาว่ายจ้วงไปหาผู้หญิงคนนั้น
เธอลอยขึ้นมาอีกครั้ง
ใบหน้าขาวซีด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เธอเห็นเซี่ยตง เหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้าย
“อย่านิ่ง! ผ่อนคลาย!” เซี่ยตงตะโกน
เขารู้ดีที่สุด การช่วยคนจมน้ำ ที่น่ากลัวที่สุดคือโดนคนจมน้ำกอดรัด
แต่ผู้หญิงคนนั้นสติหลุดไปแล้ว
เธอไม่ได้ยินที่เซี่ยตงบอกเลย
พอเซี่ยตงว่ายไปถึง
เธอก็พุ่งเข้าใส่ สองแขนรัดคอเซี่ยตงแน่นราวกับคีมเหล็ก
“เชี่ยเอ้ย!”
เซี่ยตงสบถในใจ
แรงเยอะชิบหาย
สัญชาตญาณเอาตัวรอดสินะ
ทั้งคู่จมดิ่งลงไปทันที
น้ำทะเลสาบทะลักเข้าจมูกเซี่ยตง
เขารีบกลั้นหายใจ มือข้างหนึ่งพยายามแกะแขนเธอออก
แกะไม่ออก!
เซี่ยตงตัดสินใจเด็ดขาด ฮึบหายใจเฮือกสุดท้าย แล้วดึงเธอดำดิ่งลงไปใต้น้ำด้วยกัน
คนจมน้ำจะกลัวการจมน้ำโดยสัญชาตญาณ
พอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจมลงไป ผู้หญิงคนนั้นก็เผลอคลายมือออกนิดหนึ่งตามคาด
จังหวะนี้แหละ!
เซี่ยตงสะบัดตัวหลุด อ้อมไปข้างหลังเธอ
เขาทำตามที่เคยเห็นในทีวี ล็อกคอและรักแร้เธอจากด้านหลัง ให้หน้าเธอหงายขึ้นเหนือน้ำ
มืออีกข้างตีน้าส่งตัว
“ไม่ต้องกลัว! ผมจะพาคุณขึ้นไป!” เขาตะคอก
เธอยังดิ้นอยู่ แต่แรงน้อยลงมาก เริ่มไอโขลกๆ