ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 71 - ลิขสิทธิ์สามล้าน
บทที่ 71 – ลิขสิทธิ์สามล้าน
น้ำเสียงของเธอเจือความนุ่มนวลแบบสาวเจียงหนาน แต่หางเสียงกลับมีความแหบเสน่ห์เล็กน้อย
เหมือนวิสกี้ที่โรยท็อปปิ้งด้วยเกล็ดน้ำตาลเปาะแปะ
“ฉันชื่อ เฉาชิง”
“ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ‘Seven Princesses'”
เขาขยับท่านั่งให้เรียบร้อยทันที พร้อมผงกศีรษะรับน้อยๆ “สวัสดีครับคุณเฉา ผมเซี่ยตง”
ความจริงแล้ว ภายในใจของเฉาชิงไม่ได้สงบนิ่งเหมือนภาพลักษณ์ภายนอก
เมื่อครู่นี้ ตอนที่หน้าจอสไลด์ของอาจารย์หม่าขึ้นภาพแคปหน้าจอร้าน “ราชาของเล่น” เธอก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ยอดขายเก้าหมื่นต่อวัน
จากสินค้าตัวเดียว
ตัวเลขนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
และเธอก็เหมือนเถ้าแก่ร้านคนอื่นๆ ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ… ก๊อป
ต้องก๊อปมาขาย!
คาแรกเตอร์ “เจ้าอ้วนส้ม” ตัวนี้มันมีเสน่ห์แบบกวนๆ เข้าถึงคนง่ายมาก ถ้าเอามาสกรีนลายลงบนเสื้อยืด รับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
เธอถึงขั้นวางแผนในใจแล้วว่า กลับไปจะสั่งให้ดีไซเนอร์ขึ้นแบบร่างโต้รุ่งเลย
แต่ทว่า การพูดคุยโต้ตอบระหว่างอาจารย์หม่ากับเซี่ยตง โดยเฉพาะประโยคที่แต่งตั้งให้เป็น “ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ฝ่ายมาสคอต” ก็ทำลายความคิดนั้นของเธอจนหมดสิ้น
เซี่ยตงคนนี้ ไม่ใช่พ่อค้าออนไลน์ไก่กา
เขาเกาะขาใหญ่ระดับอาจารย์หม่าได้แล้ว
แถมเมื่อกี้ตอนอยู่ข้างล่าง เขายังพูดถึงเรื่อง “สิทธิบัตรการออกแบบ” และ “ลิขสิทธิ์” อีกต่างหาก
ไอ้เด็กคนนี้…
เฉาชิงมองใบหน้าของเซี่ยตงที่ยังดูอ่อนเยาว์และมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่ แต่ในใจกลับเกิดความรู้สึกนับถือขึ้นมา
เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี
เข้าใจเรื่องการบริหารร้านค้าออนไลน์ เข้าใจการสร้าง IP และยังเข้าใจเรื่องกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
แถมตอนนี้ ยังรู้วิธีเข้าหาผู้บริหารระดับสูงของแพลตฟอร์มอีก
นี่มันปีศาจชัดๆ
หนทางที่จะก๊อปสินค้า ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์
การไปก๊อปงานของ “ต้นแบบงานออริจินัล” ที่อาจารย์หม่าเพิ่งจะยกย่องชื่นชมต่อหน้าธารกำนัล นั่นไม่ใช่การหาเงิน แต่มันคือการฆ่าตัวตาย
ถ้าเถาเป่าอยากจะแบนร้าน “Seven Princesses” ของเธอ ก็แค่ใช้ข้อหา “ละเมิดลิขสิทธิ์” ข้อเดียวก็เกินพอ
ในเมื่อเป็นศัตรูไม่ได้…
งั้นก็ต้องเป็นมิตร
หรือพูดให้ถูกคือ… พาร์ตเนอร์
“เถ้าแก่เซี่ย”
ร่างของเฉาชิงโน้มเข้ามาใกล้อีกนิด
กลิ่นหอมนั้นยิ่งเข้มข้นขึ้น
เธอพูดด้วยเสียงกระซิบแทบจะชิดริมหูของเซี่ยตง “เรื่องบนเวทีมันน่าเบื่อ เรามาคุยเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นดีกว่า”
เซี่ยตงไม่ได้ขยับหนี เพียงแค่เอียงหน้ารับเล็กน้อย “เชิญคุณเฉาว่ามาได้เลยครับ”
“เรื่อง ‘เจ้าอ้วนส้ม’ ของคุณ”
“ฉันชอบมาก”
“สนใจจะขายลิขสิทธิ์ (License) ให้กับ ‘Seven Princesses’ ของเราไหม?”
เซี่ยตงไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับคำถามนี้ กลับกัน เขารู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้
นี่แหละคือเป้าหมายที่แท้จริงที่เขามางานประชุมครั้งนี้!
งานเลี้ยงมื้อค่ำกับอาจารย์หม่า คือการสร้างคอนเนกชันระดับบน
แต่คำเชิญร่วมงานจากเฉาชิง คือธุรกิจที่จับต้องได้และทำเงินได้จริง!
คาแรกเตอร์ IP ตัวหนึ่ง ถ้าขายแค่ในร้านของเล่นของตัวเอง สเกลมันจะเล็กเกินไป
ตลาดของเล่นมันจะใหญ่สักแค่ไหนเชียว?
หัวใจสำคัญของการบริหาร IP คือการแทรกซึม
คือการสร้างการรับรู้
ต้องทำให้คาแรกเตอร์นี้ไปโผล่บนเสื้อผ้า บนแก้วน้ำ บนเครื่องเขียน บนกระเป๋า…
ต้องทำให้มันอยู่ทุกที่
เมื่อผู้คนจดจำ คุ้นเคย และชื่นชอบมัน IP ตัวนั้นถึงจะมีมูลค่ามหาศาลอย่างแท้จริง
ในอีกสิบกว่าปีข้างหน้า เรื่องนี้คือพื้นฐานที่บริษัทคอนเทนต์ทุกแห่งต้องทำ
แต่ในปี 2008 แนวคิดนี้ยังจำกัดอยู่แค่กับ Disney หรือ Hello Kitty เท่านั้น
ผู้เล่นในจีนยังไม่ตื่นตัว
สิ่งที่เซี่ยตงต้องการ คือพาร์ตเนอร์ที่มีฐานลูกค้ามหาศาลอย่าง “Seven Princesses” มาช่วยโปรโมตแบรนด์ “เจ้าอ้วนส้ม” ให้ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน
ในใจเขาจุดพลุฉลองไปแล้ว
แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท
เขามองเฉาชิงด้วยสายตาเรียบเฉย
“ขายลิขสิทธิ์เหรอครับ?”
เขาแสดงสีหน้าลังเลและสงสัยออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
“คุณเฉาหมายถึง จะเอาเจ้าอ้วนส้มไปสกรีนลายขายบนเสื้อผ้าของคุณเหรอครับ?”
เฉาชิงสังเกตปฏิกิริยาของเซี่ยตง
เธอแอบด่าในใจ
‘ไอ้จิ้งจอกน้อย’
‘ยังจะมาแกล้งไขสือ’
‘ทำหน้าแบบนี้ ชัดเจนว่ากำลังโก่งราคา’
เฉาชิงถนัดเรื่องการเจรจาธุรกิจที่สุด
เธอรู้ว่าจังหวะนี้ ห้ามอ้อมค้อม
ต้องใช้ผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ฟาดให้มึนงงไปเลย
“ถูกต้อง”
เธอหุบยิ้ม สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ตอนนี้ ‘Seven Princesses’ คือแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงระดับท็อปของเถาเป่า ยอดผู้เข้าชมต่อวันเกินหนึ่งแสนคน”
“ยอดการมองเห็นระดับนี้ มีค่ามหาศาลสำหรับ IP ของคุณ”
เซี่ยตงยังคงทำท่า “ลังเล”
เขาก้มหน้าลง เหมือนกำลังชั่งใจ
เขากำลังคิดว่า ควรจะเรียกค่าลิขสิทธิ์แบบเหมาจ่าย หรือแบบแบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขายดี
ค่าลิขสิทธิ์ในปี 2008 ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่?
ห้าแสน?
หรือหนึ่งล้าน?
เขาเรียกสูงเกินไปไม่ได้ เดี๋ยวเฉาชิงจะหนี
แต่จะเรียกต่ำไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะเสียราคา “เจ้าอ้วนส้ม”
ความเงียบของเขา ในสายตาเฉาชิง คือความไม่พอใจ
หรืออาจจะหมายถึง… ความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เฉาชิงกัดริมฝีปากแดงระเรื่อ
สมองของเธอคำนวณตัวเลขอย่างรวดเร็ว
IP ตัวนี้ มีอาจารย์หม่าการันตี มีข้อมูลสินค้าขายดีรองรับ
ถ้าวันนี้เธอปิดดีลไม่ได้ พรุ่งนี้บรรดาแบรนด์เสื้อผ้าเจ้าอื่นในงาน หรือแม้แต่แบรนด์ออฟไลน์อย่าง Metersbonwe ต้องได้กลิ่นเลือดและพุ่งเข้ามาเหมือนฝูงฉลามแน่นอน
เธอต้องชิงลงมือก่อน
“เถ้าแก่เซี่ย”
เสียงของเฉาชิงกดต่ำลงอีก แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เธอชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
นิ้วมือเรียวยาวดุจต้นหอม เข้ากันได้ดีกับนาฬิกา Cartier ที่ข้อมือ
“สามก้อน”
เซี่ยตงที่กำลังคำนวณตัวเลขหนึ่งล้านอยู่ในหัว ถึงกับเงยหน้าขวับ
“อะไรนะครับ?”
เขาคิดว่าตัวเองหูฝาด
“สามล้าน”
เฉาชิงพูดชัดถ้อยชัดคำ ทีละพยางค์
“หน่วยเป็นหยวน”
“ซื้อขาดสิทธิ์การใช้ IP ‘เจ้าอ้วนส้ม’ เฉพาะหมวดเสื้อผ้าสตรี เป็นเวลาหนึ่งปี”
“ทำแค่เสื้อผ้าผู้หญิง ส่วนสินค้าหมวดอื่น คุณจะไปขายใครก็ตามสบาย”
“สามล้านนี้ คือค่าลิขสิทธิ์ล้วนๆ เราจะขายได้มากหรือน้อย ไม่เกี่ยวกับคุณ”
“คุณแค่พยักหน้า เซ็นสัญญา แล้วรับเงิน”
“ว่าไง?”
ลมหายใจของเซี่ยตงสะดุดไปครึ่งวินาที
สะ… สามล้าน?
ในปี 2008 เนี่ยนะ?
เด็กจบใหม่วิศวะโยธา ตากแดดตากลมคุมงานก่อสร้าง เงินเดือนแค่สองพัน
สามล้านนี่ ต้องทำงานเก็บเงินตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นแบบไม่กินไม่ใช้ถึงจะหาได้
แต่ตอนนี้
ผู้หญิงคนนี้
ขอแค่สิทธิ์ใช้รูปภาพ “เจ้าอ้วนส้ม” ไม่กี่รูป
ระยะเวลาหนึ่งปี
เสนอราคามาสามล้าน
เซี่ยตงเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่า
คำว่า “ช่องว่างของข้อมูล” มันเป็นยังไง
คำว่า “พลังของ IP” มันทรงพลานุภาพแค่ไหน
เขาพยายามกดหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุอกให้สงบลง
เขารู้ดีว่า จะแสดงอาการตื่นเต้นออกมาไม่ได้
ตอนนี้ เขาไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ไส้แห้งที่ทำงานจนตายคาโต๊ะ
เขาคือ “เถ้าแก่เซี่ย” เจ้าของ IP “เจ้าอ้วนส้ม” ที่อาจารย์หม่าเอ่ยปากชม
เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
พยายามคุมน้ำเสียงให้ดูสุขุมที่สุด
“คุณเฉา”
“ข้อเสนอของคุณจริงใจมาก”
พอได้ยินประโยคนี้ ไหล่ที่เกร็งเขม็งของเฉาชิงก็คลายลงทันที
เธอรู้แล้วว่า ดีลนี้สำเร็จ
เธอแทงหวยถูก
“แต่ว่า” เซี่ยตงหักมุม
หัวใจของเฉาชิงกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง
“ผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
“ว่ามาสิ”
“ผมให้สิทธิ์ได้ แต่แบบร่างดีไซน์เสื้อผ้าทุกชุดที่จะใช้รูป ‘เจ้าอ้วนส้ม'”
เซี่ยตงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
“ต้องให้ทางผมเป็นคนจัดหา หรืออย่างน้อยที่สุด ต้องผ่านการอนุมัติจากผมก่อน”
เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเสริมว่า “ผมยอมให้ภาพลักษณ์ของ ‘เจ้าอ้วนส้ม’ เสียหายเพราะงานดีไซน์ไม่ได้ มันจะกระทบกับมูลค่าของ IP”
เฉาชิงได้ยินดังนั้น ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้น เธอก็หัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย หัวเราะจนตัวโยน
ส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสวยกระเพื่อมไหวตามแรงหัวเราะ
“นึกว่าเงื่อนไขอะไร”
“เถ้าแก่เซี่ย คุณนี่มืออาชีพจริงๆ”
“เรื่องรักษาภาพลักษณ์ IP ทางเราห่วงยิ่งกว่าคุณอีก ถ้าทำออกมาดูโลว์ (Low) เสื้อผ้าเราก็ขายไม่ออกเหมือนกัน”
“เงื่อนไขนี้ ฉันรับปากในนามบริษัทเลย ดีไซน์คุณมาช่วยคุมได้เต็มที่”
“ตกลงตามนี้นะ?” เฉาชิงยื่นมือที่สวม Cartier ออกมา