ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 72 - โต๊ะจีนของเหล่าเจ้าสัว
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 72 - โต๊ะจีนของเหล่าเจ้าสัว
บทที่ 72 – โต๊ะจีนของเหล่าเจ้าสัว
“ตกลงครับ”
เซี่ยตงยื่นมือออกไปจับมือเธอ
มือของเธอนุ่ม ลื่น และมีความเย็นชื้นเล็กน้อย
สัมผัสเพียงชั่วครู่ก็ปล่อย
“ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ”
“เช่นกันค่ะ”
เฉาชิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า Hermes
สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อปสุดของปี 2008 มีคีย์บอร์ดในตัว ตัวเครื่องโลหะ
“ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อย พรุ่งนี้ฉันจะให้ฝ่ายกฎหมายส่งร่างสัญญาไปให้ดู”
เซี่ยตงบอกเบอร์โทรของเขาไป
นิ้วของเฉาชิงกดลงบนปุ่มคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว
“ติ๊ง”
โทรศัพท์โนเกียรุ่นเก๋าในกระเป๋ากางเกงของเซี่ยตงสั่นเตือน
ธุรกรรมมูลค่าสามล้านหยวน ได้ตกลงกันเสร็จสิ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงบรรยายอันเร่าร้อนของผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเถาเป่า
บนเวที ผู้อำนวยการยังคงพ่นน้ำลายฝอยพูดเรื่องเครื่องมือโปรโมต Zhi Tong Che อยู่
เซี่ยตงหันไปมองเฉาชิงที่นั่งอยู่ข้างๆ
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม
…
ห้าโมงครึ่งตอนเย็น
การประชุมที่ยืดเยื้อมาทั้งวัน ในที่สุดก็ใกล้จะจบลง
พิธีกรเดินขึ้นเวที
“ขอบคุณเพื่อนผู้ประกอบการทุกท่านที่อยู่ด้วยกันมาทั้งวัน! และขอบคุณวิทยากรทุกท่านสำหรับการแบ่งปันที่ยอดเยี่ยม! พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ”
การประชุมปิดฉากลงท่ามกลางเสียงปรบมือที่ยาวนาน ผู้คนเริ่มเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ละลายจากน้ำแข็ง ต่างแลกนามบัตร หัวเราะพูดคุยถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
เซี่ยตงไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป ทีมงานสวมสูทดำใส่หูฟังคนหนึ่งก็เดินสวนกระแสผู้คนเข้ามาหาเขาอย่างแม่นยำ
“ขอโทษครับ ใช่คุณเซี่ยตงหรือเปล่าครับ?” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
เซี่ยตงพยักหน้า
“อาจารย์หม่าเรียนเชิญให้คุณรอสักครู่ครับ ท่านบอกว่ามีนัดมื้อเย็นกับคุณ”
“รถรออยู่ด้านนอกแล้วครับ”
เขาเดินตามทีมงานฝ่าฝูงชนที่จอแจ รถ Audi A6L สีดำจอดสงบนิ่งอยู่ริมถนน ป้ายทะเบียนดูธรรมดา แต่บุคลิกที่สุขุมของคนขับและความเงางามไร้ฝุ่นของตัวรถ บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา
ประตูรถถูกเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นหนังเกรดพรีเมียมโชยออกมา เซี่ยตงก้าวเข้าไปนั่ง รถออกตัวอย่างนุ่มนวล ตัดขาดความวุ่นวายของงานประชุมไว้เบื้องหลังอย่างสิ้นเชิง
นอกหน้าต่าง การจราจรช่วงเย็นของหางโจวเริ่มหนาแน่น แสงไฟนีออนทยอยสว่างขึ้น วาดโครงร่างของเมืองที่ทั้งอ่อนช้อยและเต็มไปด้วยพลังชีวิต
เซี่ยตงมองแสงสีที่ไหลผ่านกระจกหน้าต่าง รู้สึกถึงความย้อนแย้งที่ไม่สมจริง
ไม่กี่เดือนก่อน เขายังเป็นพนักงานกินเงินเดือนที่นั่งเขียนโค้ดอยู่ในคอกทำงานสี่เหลี่ยม กังวลกับวิกฤตวัย 35 ปี แต่ตอนนี้ เขากำลังนั่งรถประจำตำแหน่งเพื่อไปกินข้าวเย็นกับว่าที่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน
ชีวิตนี่มัน… มหัศจรรย์จริงๆ
รถไม่ได้มุ่งหน้าไปโรงแรมหรูใจกลางเมือง แต่ขับเลี้ยวไปเลี้ยวมา จนสุดท้ายมาจอดหน้าอาคารทรงสวนจีนโบราณที่ดูมีประวัติยาวนาน ป้ายชื่อหน้าร้านเขียนด้วยตัวอักษรวิจิตรบรรจงว่า “โหลวไว่โหลว”
ทีมงานพาเขาเดินผ่านระเบียงทางเดินที่คดเคี้ยว จนมาหยุดที่หน้าห้องส่วนตัวชื่อ “หูกวง” (แสงส่องทะเลสาบ)
ประตูไม้แกะสลักสไตล์โบราณแง้มอยู่เล็กน้อย มีเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังลอดออกมา
ทีมงานเคาะประตูเบาๆ แล้วผลักเข้าไป
“อาจารย์หม่าครับ คุณเซี่ยตงมาถึงแล้ว”
เสียงในห้องเงียบลงทันที สายตาคมกริบหลายคู่พุ่งตรงมาที่เขา เซี่ยตงกวาดสายตามองไปรอบห้อง หัวใจกระตุกวูบเล็กน้อย
ห้องส่วนตัวขนาดใหญ่มาก โต๊ะกลมไม้แดงขนาด 20 ที่นั่ง มีคนนั่งอยู่ไม่ถึงครึ่ง แต่ละคนแผ่รังสีอำมหิตออกมา ที่นั่งประธานแน่นอนว่าเป็นอาจารย์หม่า ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยพลัง
“มาๆๆ เซี่ยตง เข้ามาเลย!” อาจารย์หม่าลุกขึ้น กวักมือเรียกอย่างกระตือรือร้น “รอตั้งนานแล้ว!”
เซี่ยตงเดินเข้าไป สายตากวาดมองใบหน้าคนอื่นๆ บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว คนพวกนี้เขาไม่รู้จักสักคน แต่ดูจากการแต่งกายที่พิถีพิถันและความมั่นใจแบบคนที่อยู่เหนือคนอื่นมานาน บอกได้เลยว่าไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขาต่างจากเถ้าแก่ร้านค้าในงานเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิง คนพวกนั้นหน้าตาเขียนคำว่า “ฉันอยากรวย” แต่คนกลุ่มนี้ หน้าตาเขียนคำว่า “ฉันคือกฎระเบียบ”
“ผมขอแนะนำให้รู้จักหน่อยนะ” อาจารย์หม่าดึงแขนเซี่ยตง พาไปนั่งที่ว่างข้างตัว “นี่คือวีรบุรุษตัวน้อยที่ผมเพิ่งเล่าให้ฟัง เซี่ยตง เจ้าของร้าน ‘ราชาของเล่น’ ไม่ถึงเดือน ทำยอดขายวันละแสน! สุดยอดไปเลยนะ!”
คนบนโต๊ะหันมาโฟกัสที่เซี่ยตงอีกครั้ง คราวนี้สายตาแห่งการประเมินค่าดูเข้มข้นขึ้น
จากนั้นอาจารย์หม่าก็แนะนำคนอื่นๆ ให้เซี่ยตงรู้จักทีละคน
คนที่นั่งทางซ้ายมือของอาจารย์หม่าคือชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่า ใส่เสื้อเชิ้ตขาวรีดเรียบกริบ ข้อมือใส่นาฬิกา Patek Philippe
เขาชื่อ หลี่ฮั่นไห่ เป็นผู้บุกเบิกแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายออนไลน์รุ่นแรก แบรนด์ “เฟิงซิงเซี่ยน” ในเครือของเขา คือแชมป์ยอดขายหมวดเสื้อผ้าชายใน Taobao Mall มาตลอด ทรัพย์สินส่วนตัวทะลุร้อยล้านไปนานแล้ว
ตรงข้ามหลี่ฮั่นไห่ คือหญิงสาวที่ยังดูสวยสะพรั่ง อายุประมาณสามสิบห้าสามสิบหก ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต ดวงตาหงส์เป็นประกาย มองสำรวจเซี่ยตงด้วยแววตาประเมิน
เธอชื่อ เฉินม่าน ทำแบรนด์เครื่องสำอางไฮเอนด์ชื่อ “อวี้หรงฟาง” เป็นเจ้าแม่ครองตลาดหมวดความงาม
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าของธุรกิจสิ่งทอ กระเป๋าเดินทาง ล้วนแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการของตัวเองทั้งสิ้น
คนเหล่านี้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเมื่อช่วงกลางวัน สำหรับพวกเขา งานแบบนั้นแค่ไปฟังทิศทางลม สู้มากินข้าวกับอาจารย์หม่าตัวเป็นๆ ไม่ได้ ได้เนื้อได้หนังกว่าเยอะ
“อาจารย์หม่า คุณก็พูดเวอร์ไปหน่อย” หลี่ฮั่นไห่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ พูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “คนหนุ่มสมัยนี้ไฟแรงก็จริง แต่ยอดขายวันละแสน สำหรับคนบนโต๊ะนี้… ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกใหม่นี่ครับ?”
คำพูดนี้คมคายมาก ทั้งยกย่องอาจารย์หม่า และตบหน้าเซี่ยตงไปในตัว ความหมายโดยนัยคือ คุณพาไอ้เด็กเมื่อวานซืนมาร่วมโต๊ะระดับเราเนี่ย ไม่เล่นใหญ่ไปหน่อยเหรอ?
คนอื่นแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าก็แสดงออกว่าเห็นด้วย พวกเขาผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน เห็นพวก “อัจฉริยะ” ที่ดังชั่วข้ามคืนแล้วดับวูบมานักต่อนัก
ในสายตาพวกเขา เซี่ยตงก็แค่เด็กดวงดีคนหนึ่ง ยังห่างไกลที่จะมานั่งเสมอชั้นกับพวกเขา
เซี่ยตงใจกระจ่างเหมือนกระจกเงา เขารู้ดีว่ามื้ออาหารวันนี้ คือการผลักดันของอาจารย์หม่า และในขณะเดียวกันก็เป็นบททดสอบ
ถ้าเขารับมือคำพูดของเจ้าสัวพวกนี้ไม่ได้ มันก็จะจบแค่ตรงนี้
เขายิ้มบางๆ เอ่ยปากด้วยท่าทีไม่ต่ำต้อยแต่ก็ไม่หยิ่งผยอง “คุณหลี่พูดถูกครับ เทียบกับผู้อาวุโสทุกท่านแล้ว ผลงานเล็กน้อยของผมเอาไปโชว์ใครไม่ได้หรอกครับ ก็แค่บังเอิญสินค้าตัวหนึ่งมันไปจับกระแสได้พอดี ฟลุ๊คกินบุญเก่าจากตลาดนั่นแหละครับ”
เขาวางตัวต่ำมาก จนคำพูดครึ่งหลังที่หลี่ฮั่นไห่เตรียมไว้ จุกอยู่ที่คอหอย
ยื่นมือไม่ตบคนหน้าเปื้อนยิ้ม ในเมื่อเด็กมันยอมรับเองว่าฟลุ๊ค ถ้ายังจะไปซ้ำเติม ก็จะดูเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ใจแคบไปหน่อย
อาจารย์หม่าหัวเราะร่าช่วยแก้สถานการณ์ “เอาน่า ฮั่นไห่ อย่าพูดแบบนั้นสิ ความเก่งของเซี่ยตงไม่ได้อยู่ที่ยอดขาย แต่อยู่ที่วิธีการ ‘เจ้าอ้วนส้ม’, ‘กล่องสุ่ม’ ไอเดียสองอย่างนี้ พวกคุณมีใครคิดได้บ้าง? นี่คือความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มเราต้องการที่สุด!”
“อาจารย์หม่าพูดถูกค่ะ” เฉินม่านพูดเสียงหวาน แต่คำพูดแฝงหนามคมกริบ “ไอเดียสำคัญก็จริง แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ สินค้าตัวเดียวที่ดังระเบิด ความบังเอิญมันสูงมาก จะยืนระยะได้ไหม จะสร้างกำแพงแบรนด์ได้หรือเปล่า นั่นต่างหากคือของจริง… น้องชาย เจ๊ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ ‘เจ้าอ้วนส้ม’ ของน้องน่ะ จดลิขสิทธิ์จดสิทธิบัตรหรือยัง? ไม่งั้นอีกสองเดือน ท้องตลาดจะมี ‘เจ้าผอมส้ม’ ‘เจ้าอ้วนลาย’ โผล่มาเป็นร้อย ถึงตอนนั้นร้องไห้ก็ไม่ทันแล้วนะ”