ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 74 - ชนะใจเหล่าเจ้าสัวในวงเหล้า
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 74 - ชนะใจเหล่าเจ้าสัวในวงเหล้า
บทที่ 74 – ชนะใจเหล่าเจ้าสัวในวงเหล้า
ดวงตาหงส์คู่สวยของเฉินม่าน ตอนนี้เป็นประกายระยิบระยับ
เธอประคองแก้วเหล้า ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เดินตรงมาหาเซี่ยตง รอยผ่าของชุดกี่เพ้าเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ
กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นลอยมาแตะจมูกเซี่ยตง
“เถ้าแก่เซี่ย เมื่อกี้พี่ประเมินเธอต่ำไปหน่อย” น้ำเสียงของเฉินม่านจริงใจและเย้ายวนกว่าเดิมหลายเท่า “แก้วนี้พี่ขอลงโทษตัวเอง เป็นการขอโทษเธอ ต่อไปมีอะไรก็ช่วยชี้แนะพี่ด้วยนะ”
พูดจบ เธอก็กระดกเหล้าเหมาไถในแก้วจนหมดเกลี้ยง พวงแก้มขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมอง
อาจารย์หม่านั่งอยู่หัวโต๊ะ เก็บรายละเอียดทุกอย่างไว้ในสายตา ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างพึงพอใจ เหมือนครูที่เห็นลูกศิษย์คนโปรดฉายแววเจิดจรัส เขาชูแก้วขึ้น ประกาศเสียงดัง “ผมบอกแล้วไง วีรบุรุษไม่ถามที่มา เด็กรุ่นใหม่น่ากลัวจริงๆ! วันนี้ โต๊ะเราไม่มีท่านประธาน ไม่มีผู้อาวุโส ทุกคนคือเพื่อนร่วมชั้น เรียนรู้ซึ่งกันและกัน! มา… พวกเรา ดื่มให้เซี่ยตงหนึ่งแก้ว!”
“ดื่มให้เถ้าแก่เซี่ย!”
“ดื่มให้น้องเซี่ยตง!”
คราวนี้ เจ้าสัวทุกคนบนโต๊ะลุกขึ้นยืน ชูแก้วขึ้นด้วยความนับถือจากใจจริง
…
กินอิ่มดื่มกันจนเมามาย งานเลี้ยงก็เลิกรา
เซี่ยตงปฏิเสธความหวังดีที่อาจารย์หม่าจะให้คนขับรถไปส่ง แล้วเดินทอดน่องกลับโรงแรมเพียงลำพัง เขายืนอยู่หน้าหน้าต่างห้องพักโรงแรมหรูในหางโจว มองลงมายังวิวเมืองยามค่ำคืนของปี 2008
ไม่มีแสงสี LED ที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางแสงเวอร์วังเหมือนในอนาคต แต่มันมีความคึกคักฮึกเหิมแบบเฉพาะตัวของยุคก่อนโอลิมปิก
เซี่ยตงถอนหายใจยาวเหยียด
ลมหายใจนี้ ผสมปนเปไปด้วยความเหนื่อยล้าของพนักงานออฟฟิศวัยสามสิบกว่า กับความตื่นเต้นเร้าใจในร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบแปด
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันแฟนตาซีเกินไป
ถูกอาจารย์หม่าเอ่ยชื่อชม
ปิดดีลลิขสิทธิ์สามล้านกับเฉาชิงแห่ง “Seven Princesses”
ชนแก้วกับว่าที่เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซกลุ่มใหญ่ในร้านโหลวไว่โหลวที่ราคาแพงหูฉี่
แถมเขายังได้ “ชี้แนะ” หลี่ฮั่นไห่กับเฉินม่านอีกต่างหาก
เซี่ยตงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
เขาล้วงเอา “สูตรโกง” ที่ไม่ควรมีอยู่ในยุคนี้ออกมาจากกระเป๋า
Huawei Mate 90 Pro
ฝาหลังกระจกคุนหลุน สะท้อนแสงไฟนีออนของปี 2008 เป็นประกายแวววาวราวกับวัตถุจากนิยายไซไฟ
เขาปลดล็อกหน้าจอ เปิดแอป [AI โต้วเปา]
เขาได้แต่จ้องมองกล่องข้อความนั้นเงียบๆ
มือถือเครื่องเล็กๆ นี้ บรรจุความเปลี่ยนแปลงตลอด 17 ปีในอนาคตเอาไว้
ส่วนตัวเขา เซี่ยตง โปรแกรมเมอร์ชั้นล่างที่ควรจะหัวใจวายตายในปี 2025 ตอนนี้กลับกลายเป็นแขกวีไอพีในงานเลี้ยงระดับประเทศ
เขายังไม่ได้ใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
ความรู้สึกแปลกแยกอย่างรุนแรงทำให้เขาเวียนหัว
เขาต้องอาบน้ำ ล้างพวกเจ้าสัว ศัพท์ธุรกิจ และโมเดลการค้าพวกนั้นออกจากสมอง
เขาต้องตั้งสติ
“กริ๊งงง— กริ๊งงง—”
เสียงเรียกเข้า Polyphonic อันแหลมสูงและมีเอกลักษณ์ของโนเกีย ดังกระชากความเงียบในห้อง
เขาหยิบ “วัตถุโบราณ” เครื่องนั้นออกมา หน้าจอโชว์ชื่อ หวังซิง
เซี่ยตงกดรับสาย
“ฮัลโหล?”
“ฮัลโหล นั่นเซี่ยตงใช่ไหม?”
เสียงปลายสายแหบพร่า แฝงความเหนื่อยล้าที่กดไว้ไม่อยู่
“ผมเองครับ”
“ผมหวังซิงนะ ที่เจอกันบนรถไฟ” หวังซิงกลัวเขาจะลืม
เซี่ยตงทักทายตามมารยาท “เป็นไงบ้างครับพี่ ธุระเรียบร้อยดีไหม?”
“ผม… ผมทำบัตรประชาชนกับสมุดบัญชีใหม่เรียบร้อยแล้ว”
น้ำเสียงของหวังซิงชะงักไปนิด ฟังไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจ
“คือว่า… ผมได้เงินแล้ว เงินห้าร้อยของคุณ ผมจะคืนให้”
“พี่ซิง ไม่ต้องเกรงใจครับ เงินแค่ห้าร้อย ไม่ต้องรีบ”
“ไม่ได้! คนละเรื่องกัน” เสียงหวังซิงหนักแน่นขึ้นมา “ผมต้องคืนให้”
“แล้วก็… ที่คุณให้ผมยืมเงิน ผมต้องขอบคุณ ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ”
“พี่ซิง เกรงใจเกินไปแล้ว ข้าวน่ะไม่…”
“เซี่ยตง คราวก่อนบอกว่ามาทำธุระ จะกลับเมื่อไหร่?” หวังซิงพูดแทรกขึ้นมา
“อ๋อ กะว่าจะกลับรถไฟรอบบ่ายพรุ่งนี้ครับ”
“งั้น… งั้นพรุ่งนี้เที่ยง ได้ไหม? แค่ตอนเที่ยง กินข้าวด้วยกัน” หวังซิงถาม
“ผมเลี้ยงเอง คุณขอเลขบัญชีมา เดี๋ยวผมโอนคืนให้… ไม่สิ ผมเอาเงินสดไปคืนให้ดีกว่า”
ดูเหมือนเขาจะมีความจริงจังแบบคนหัวดื้อในเรื่องเงินทอง
เซี่ยตงคิดสักครู่
นี่คือหวังซิงเชียวนะ
เจ้าพ่อยักษ์ใหญ่แสนล้านในอนาคต
การที่เขาจะเลี้ยงข้าวเรา ในช่วงที่เขาตกต่ำและสับสนที่สุดในปี 2008…
มูลค่าของมื้อนี้ อาจจะมากกว่าวงเหล้าของอาจารย์หม่าเมื่อคืนเสียอีก
“ได้ครับ”
“พรุ่งนี้เที่ยง สะดวกครับ”
“เยี่ยมเลย!” หวังซิงดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด “งั้นเดี๋ยวผมหาร้านดีๆ แล้วส่งที่อยู่ไปให้นะ”
“อย่าเลยครับ” เซี่ยตงรีบห้าม “พรุ่งนี้เที่ยงกินเสร็จผมต้องไปขึ้นรถไฟเลย เราหาร้านเล็กๆ แถวสถานีรถไฟกินกันง่ายๆ ดีกว่า กินบะหมี่ก็ได้ครับ”
“จะ… จะดีเหรอ”
“ทำไมจะไม่ดีล่ะครับ” เซี่ยตงหัวเราะ “พี่ซิง ผมมันแค่นักเรียน พี่มาจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ ผมรับไม่ไหวหรอก”
“…ตกลง” หวังซิงเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะตอบรับ
“งั้นเอาตามนี้ พรุ่งนี้เที่ยงตรง เจอกันทางออกสถานีรถไฟนะ?”
“โอเคครับ ไม่เจอไม่กลับ”
วางสายไปแล้ว
เซี่ยตงโยนโนเกียลงบนเตียง
เขาเริ่มรู้สึกว่า การมาหางโจวรอบนี้ ชักจะมีเรื่องสนุกๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ
…
วันต่อมา ช่วงเที่ยง
สถานีรถไฟหางโจว
ป้ายผ้าสโลแกน “โลกเดียวกัน ความฝันเดียวกัน” แขวนเด่นหราอยู่ที่ทางออก
ผู้คนพลุกพล่าน
เซี่ยตงใส่เสื้อยืดกางเกงยีน สะพายเป้ ยืนหลบแดดอยู่ตรงเงาของแผงขายหนังสือพิมพ์ข้างทางออก
เขาเช็กเอาต์โรงแรมเรียบร้อยแล้ว
เที่ยงตรงเป๊ะ
ร่างผอมบางร่างหนึ่งเบียดฝูงชนเดินตรงมาหาเขา
หวังซิง
เขาดูโทรมกว่าเมื่อสองวันก่อนที่โดนล้วงกระเป๋าบนรถไฟเสียอีก
เบ้าตาลึกโหล หนวดเคราเขียวครึ้มขึ้นที่ปลายคาง
กลิ่นอายปัญญาชนระดับหัวกะทิยังคงอยู่ แต่ถูกฉาบด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ความวิตกกังวล” หนาเตอะ
“พี่ซิง” เซี่ยตงโบกมือ
“เซี่ยตง”
หวังซิงรีบเดินเข้ามา ฝืนยิ้มทักทาย
สิ่งแรกที่เขาทำ คือล้วงเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
นับแบงก์แดง “ท่านประธานเหมา” ห้าใบ ยื่นให้เซี่ยตง
“เอ้า”
“พี่ซิง นี่พี่…”
“รับไป” หวังซิงยัดใส่มือเขาอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ “บอกแล้ว คนละเรื่องกัน”
เซี่ยตงจำต้องรับไว้
“ไป หาข้าวกินกัน” หวังซิงมองซ้ายมองขวา “อยากกินอะไร? แถวนี้มีร้าน ‘Grandma’s Home’ อยู่ เดี๋ยวผม…”
“อย่าเลย” เซี่ยตงดึงเขาไว้ “พี่ซิง บ่ายนี้ผมต้องนั่งรถไฟ ไม่อยากกินอะไรมันๆ”
“ตรงหน้านั่น ร้าน ‘ราเมนหลานโจว’ ได้ไหมครับ?” เซี่ยตงชี้ไปที่ร้านคูหาเล็กๆ ไม่ไกลนัก
หวังซิงชะงัก
เขาคงนึกไม่ถึงว่าเซี่ยตงจะเสนอให้กินร้านแบบนี้
“…ได้สิ”
ทั้งสองเดินเข้าร้าน หาที่นั่งตรงมุมห้อง
“เถ้าแก่!” หวังซิงตะโกนไปทางครัว “บะหมี่เนื้อสองชามใหญ่ พิเศษเนื้อทั้งสองชาม!”
เขาหันมามองเซี่ยตง “พอมั้ย?”
“พอครับพี่ แค่นี้ก็เปลืองแย่แล้ว”
หวังซิงกระตุกยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบขมขื่น “บะหมี่ชามเดียว ผมยังเลี้ยงไหวน่า”
เขาดึงตะเกียบสองคู่ออกมาจากกระบอกพลาสติกบนโต๊ะ ใช้ทิชชูสีเหลืองซีดเช็ดถูอย่างแรง
“วันนั้นบนรถไฟ ได้ยินว่าน้องเซี่ยก็สนใจเรื่องอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน?”
เซี่ยตงรับตะเกียบมา “ก็สนใจครับ ดูๆ ไปเรื่อย เพราะชอบนี่แหละ เพิ่งสอบเอ็นทรานซ์เสร็จ ผมเลยเลือกคณะคอมพิวเตอร์ มหาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง (BUPT)”
ดวงตาของหวังซิงเป็นประกายขึ้นมาทันที