ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 78 - ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 78 - ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย
บทที่ 78 – ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย
เซี่ยตงอุทานในใจอีกครั้ง
ถามได้ดี
คำถามนี้ แตะไปถึงแก่นแท้ของสงครามยุค Mobile Internet แล้ว
แต่เซี่ยตงยังไม่คิดจะบอกหวังซิง เขาหัวเราะกลบเกลื่อน “ผมรู้สึกว่าจะมีนะ แต่ก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าคืออะไร”
ปากบอกไม่รู้ แต่ในใจเซี่ยตงรู้ดีที่สุด
“สิ่งที่ถี่กว่าคอนเทนต์สื่อ ก็คือความสัมพันธ์ทางสังคม”
“นั่นคือ Instant Messaging (แชท)”
“เจ้าแห่งยุทธภพที่แท้จริง คือแอปแชทในยุคสมาร์ตโฟน”
“ผู้ได้ครองโซเชียล คือผู้ครองใต้หล้า เพราะโซเชียลคือพฤติกรรมที่มีความถี่สูงสุดในโลกอินเทอร์เน็ต ไม่มีอะไรเทียบได้”
“โมเดลธุรกิจในอนาคตแทบทุกอย่าง สามารถเอามาแปะไว้บนโซเชียลได้หมด”
“ดังนั้น ร่างสมบูรณ์ของฟ่านโฝและไห่เน่ย จะต้องฝังฟังก์ชันโซเชียลที่แข็งแกร่งเอาไว้ ดึงผู้ใช้ให้ตกตะกอน สร้างห่วงโซ่ความสัมพันธ์ ไม่ใช่ให้พวกเขาเสพคอนเทนต์แล้วก็จากไป”
“มีแต่แบบนี้เท่านั้น ถึงจะสร้างคูเมือง (Moat) ของตัวเองได้”
แน่นอนว่าความคิดเหล่านี้ พูดให้หวังซิงฟังไม่ได้ เพราะนี่มันข้อมูลระดับ “ความลับสวรรค์” ชัดๆ
“พี่ซิง ทฤษฎีคุยกันพอแล้ว เรามาคุยเรื่องจริงจังกันดีกว่า”
เซี่ยตงไม่อยากเจาะลึกหัวข้อนี้ต่อ ปูทางมาตั้งเยอะ ได้เวลาเข้าเรื่องแล้ว
“ว่ามา”
“สถานการณ์ของฟ่านโฝตอนนี้ ยังยื้อได้อีกนานแค่ไหน?” เซี่ยตงถามแทงใจดำ
หวังซิงยิ้มขื่น ยกน้ำชาคุณภาพต่ำขึ้นจิบ รสขมฝาดเหมือนอารมณ์เขาตอนนี้เปี๊ยบ
“พูดตามตรง ไม่สู้ดี ค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าแบนด์วิดท์ ค่าจ้างคน ลืมตาตื่นมาก็มีแต่เรื่องเสียเงิน”
“นักลงทุนยังไม่สรุปใช่ไหม?”
“ใช่” หวังซิงถอนหายใจ เสียงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ไปเจอมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบเจ้าแล้ว ทั้งรายใหญ่รายเล็ก”
เขานวดขมับ เหมือนกำลังนึกถึงการประชุมที่น่าหดหู่เหล่านั้น
“ส่วนใหญ่พอได้ยินว่าเราทำไมโครบล็อกก็ส่ายหน้า แล้วถามกลับว่าทำไมไม่ทำเกมอย่าง ‘ขโมยผัก'”
“มีไม่กี่เจ้าที่เข้าใจโมเดล แต่ก็กดราคาซะยับ จะเอาเงินไม่กี่แสนมาแลกหุ้นตั้ง 30% หรือไม่ก็อยากส่งคนเข้ามาจุ้นจ้าน บังคับให้เราทำตัวเป็น ‘ไคซินหวั่ง’ ทันที”
“คุยกันเหมือนคนละภาษา”
น้ำเสียงของหวังซิงเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและจำยอมในแบบฉบับคนสายเทคนิคที่รู้สึกว่า “คนทั้งโลกเมามาย มีข้าตื่นอยู่คนเดียว”
เซี่ยตงพยักหน้า เป็นไปตามคาด
อินเทอร์เน็ตจีนปี 2008 ยังเป็นยุคป่าเถื่อนที่บูชาทราฟฟิกและความบันเทิงแบบฉาบฉวย แนวคิดการลงทุนแบบเน้นคุณค่าระยะยาวยังเบาบางมาก
“แล้วตอนนี้ราคาในใจพวกพี่อยู่ที่เท่าไหร่?” เซี่ยตงถามเหมือนไม่ใส่ใจ
หวังซิงลังเล
ความลับทางธุรกิจ ไม่ควรบอกนักศึกษาที่เพิ่งเคยเจอกัน
แต่บทสนทนาเมื่อครู่ ทำให้เขารู้สึกไว้ใจเซี่ยตงอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะโดนเซี่ยตงใช้ความรู้ถล่มจนเกราะป้องกันทลายลง เลยเผลอลดการป้องกันตัว
“ทีมเราคุยกันแล้ว หวังว่ามูลค่าก่อนการลงทุน (Pre-money Valuation) จะอยู่ที่ 15 ล้านหยวน” หวังซิงชูนิ้วหนึ่งนิ้ว แล้วกางอีกห้านิ้ว “เราอยากระดมทุน 1.5 ล้าน แลกกับหุ้น 10% เงินก้อนนี้พอให้เราผ่านช่วงยากลำบากที่สุดไปได้ และพิสูจน์โมเดลธุรกิจใหม่ๆ”
เซี่ยตงไม่ตอบทันที นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ
“15 ล้าน…” เขาพึมพำ มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
หวังซิงเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วใจไม่ดี กัดฟันตัดสินใจพูดต่อเหมือนยอมหักดิบ “จริงๆ แล้ว… ถ้าลำบากจริงๆ มูลค่า 10 ล้าน เราก็พอรับได้ นี่คือเส้นตายแล้ว ต่ำกว่านี้ทีมงานคงหมดกำลังใจ”
เห็นสีหน้าเหมือนคน “เฉือนเนื้อตัวเอง” ของหวังซิงแล้ว เซี่ยตงอดถอนใจไม่ได้
มูลค่าสิบล้านหยวน สำหรับผู้สร้างอาณาจักร Meituan ในอนาคต มันคือราคาถูกยิ่งกว่าผักกาดขาวเสียอีก
“แล้วพี่มีข้อเรียกร้องอะไรกับฝั่งนักลงทุนไหม?” เซี่ยตงถามไล่ต้อน
หวังซิงส่ายหน้า ยิ้มเยาะตัวเอง “สถานการณ์แบบนี้ ยังจะเลือกอะไรได้อีก? ขอแค่เงินสะอาด เข้าบัญชีทันเวลา ไม่เข้ามาก้าวก่ายการตัดสินใจของทีมงาน ผมก็ขอบคุณสวรรค์แล้ว”
ได้ยินคำตอบที่ถ่อมตนจนน่าใจหาย เซี่ยตงก็ใจลอยไปไกล
ภาพวงการสตาร์ทอัพในอีกสิบกว่าปีข้างหน้าผุดขึ้นมาในหัว
ผู้ก่อตั้งระดับท็อปในยุคนั้น แข็งกร้าวต่อหน้านักลงทุนขนาดไหน
พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่ต้องการทรัพยากร
พวกเขาจะเรียกร้องให้นักลงทุนช่วยปั่นทราฟฟิก หาเส้นสายรัฐบาล การันตีเครดิต หรือแม้แต่ช่วยดึงตัวคนจากคู่แข่ง
เพื่อรักษาอำนาจควบคุมบริษัท พวกเขาจะออกแบบโครงสร้างหุ้น AB ที่ซับซ้อน ใช้หุ้น 1% คุมสิทธิโหวต 90%
ในสัญญายังเต็มไปด้วยข้อตกลงป้องกันหุ้นเจือจาง (Anti-dilution), สิทธิจะได้รับชำระเงินคืนก่อน (Liquidation Preference), สิทธิในการยับยั้ง (Veto Rights) และคูเมืองสารพัด เพื่อกันนายทุนก่อเรื่องในอนาคต
ยุคนั้นผู้ก่อตั้งกับนายทุนต่อรองกันอย่างเท่าเทียม เผลอๆ ผู้ก่อตั้งจะเสียงดังกว่าด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ ปี 2008 หวังซิง ว่าที่ยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ต กลับต้องยอมเซ็นสัญญาทาสเพื่อเงินต่อชีวิตแค่ล้านกว่าบาท
น้ำตาแห่งยุคสมัย มันเป็นแบบนี้นี่เอง
เซี่ยตงดึงสติกลับมา จ้องมองหวังซิง
เขาคิดว่าปูทางมาพอแล้ว
เขาหุบยิ้ม แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบ จ้องลึกเข้าไปในตาหวังซิง
“พี่ซิง ถ้าผมบอกว่า เงินก้อนนี้ ผมลงให้ได้ พี่จะเชื่อไหม?”
เสียงอึกทึกรอบข้างเหมือนหายไปในพริบตา
รูม่านตาของหวังซิงหดวูบ
เขาสงสัยว่าหูฝาดไปหรือเปล่า
“คุณว่า… อะไรนะ?” เขาถามย้ำตามสัญชาตญาณ โน้มตัวไปข้างหน้า จ้องเซี่ยตงเขม็ง
“ผมบอกว่า ผมลงทุนในฟ่านโฝได้” เซี่ยตงย้ำทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบเหมือนสั่ง “ขอบะหมี่อีกชาม”
หวังซิงนิ่งอึ้งไปกว่าสิบวินาที
เขาพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า
เสื้อยืดธรรมดา กางเกงยีนส์ซีดๆ ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่มีเงินสดล้านกว่าบาทติดตัว
แต่แววตาที่มั่นคงของเซี่ยตง ดูไม่เหมือนคนโกหก
“น้องเซี่ยตง ล้อเล่นแบบนี้ไม่ตลกเลยนะ” เสียงหวังซิงเย็นชาลง
เขาเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ อุตส่าห์เจอขอนไม้ ถ้าพบว่าเป็นขอนไม้ปลอม ความสิ้นหวังมันจะทวีคูณยิ่งกว่าเดิม
“ผมไม่ได้ล้อเล่น” น้ำเสียงเซี่ยตงยังคงราบเรียบ
ในหัวเขาดีดลูกคิดรางแก้วอย่างรวดเร็ว
ค่าลิขสิทธิ์สินค้าผู้หญิงลาย “เจ้าส้มอ้วน” จากเจ๊เฉาชิง (Seven Princesses) 3 ล้านหยวน เซ็นสัญญาไปเมื่อเช้า อีกวันสองวันเงินคงเข้า
เจียดมา 1.5 ล้าน ลงทุนในตัวหวังซิงแห่งอนาคต ดีลนี้หลับตาทำยังไงก็กำไร
ผลตอบแทนดีกว่าไปเหนื่อยทำเว็บโอลิมปิกเองเป็นพันเป็นหมื่นเท่า
แน่นอนว่าพูดตรงๆ แบบนั้นไม่ได้
“บ้านผมทำโรงงานครับ เป็นธุรกิจ Real Sector ช่วงก่อนหน้านี้เศรษฐกิจดี ก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง” เซี่ยตงเริ่มแต่งเรื่องแบบจริงครึ่งเท็จครึ่ง สีหน้าดูจริงใจแบบเด็กนักเรียน
“ล้านกว่าบาทไม่ใช่เงินน้อยๆ ผมต้องกลับไปปรึกษาพ่อแม่ก่อนแน่ๆ”
“แต่ผมมองว่าโปรเจกต์ฟ่านโฝมีอนาคตมาก ผมมั่นใจว่ากล่อมพ่อแม่ได้”
คำพูดนี้ของเซี่ยตง แสดงเจตนาลงทุน แต่ก็เผื่อทางหนีทีไล่ไว้ ดูจริงใจและสมกับสถานะนักเรียนของเขา
หวังซิงเงียบไป
เขาเริ่มประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้าใหม่อีกครั้ง