ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ) - บทที่ 143 พอใจ
เกาซูทำหน้ามุ่ย ไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมให้เขาเช็ดผมต่อไป
เมื่อรู้สึกว่าผมแห้งพอแล้ว ทันใดนั้น เสียงทุ้มต ่าของมู่อวิ่นเฉิงก็
ดังขึ้นข้างหู “โกรธเหรอ”
เกาซูทำเสียงฟึดฟัดในลำคอ แล้วดึงผ้าขนหนูกลับคืนมา
“เธอโกรธเหรอ… งั้นฉันคืนให้เธอดีไหม” เขาจ้องมองเธอ ดวงตา
เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง
เกาซูยังงุนงงกับคำถามของเขา “คืนยังไง”
กินเข้าไปแล้วจะคืนยังไง หรือจะไปซื้อแท่งใหม่มาคืน? แต่เธอไม่
เอาด้วยหรอก! เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับไอศกรีมแท่งเดียวสักหน่อย เธอ
ซื้อเองก็ได้ ไม่ได้อยากกินขนาดนั้น!
จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของมู่อวิ่นเฉิงก็โน้มเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมสะอาด
หลังอาบน ้าโชยมาแตะจมูก เกาซูรู้สึกได้ถึงความกดดันอย่างบอกไม่
ถูก เธอถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ กระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับ
ผนังห้อง
เจ้าของใบหน้าคมคายโน้มลงมอบจูบอันหวานซึ้ง…
สัมผัสจากริมฝีปากและลมหายใจของเขา อบอวลไปด้วยกลิ่น
หอมสดชื่นของยาสีฟันและสบู่
เกาซูเสียหลักเล็กน้อย เผลอยกมือขึ้น คว้าเสื้อของเขาเอาไว้
โดยไม่รู้ตัว มือหนาโอบกอดเธอไว้หลวม ๆ แต่กลับทำให้เธอกลับ
รู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งร่าง
ทันใดนั้น ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้น เพราะถูกเขาช้อนตัวขึ้น
อุ้ม ก่อนจะวางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ ยังไม่ทันทีที่เธอจะได้
เขยื้อนกาย เขาก็ตามลงมาคร่อมทับไว้
เคราหยาบโลน ทิ่มแทงจนเธอสะดุ้งเฮือก เสียงครางแผ่วเบาเล็ด
ลอดออกมาจากริมฝีปากของเธอ
“ฉันคืนให้เธอแล้ว ยังโกรธอยู่ไหม?” เขาถามเสียงกระเส่า
เกาซูอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกริมฝีปากและลิ้นร้อนของ
เขารุกราน จนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
สัมผัสจากร่างกายที่ร้อนผ่าว ทำให้เธอรู้สึกราวกับตัวเองกำลัง
ค่อย ๆ ละลาย
ท่ามกลางความรู้สึกที่พรั่งพรูนั้น จู่ ๆ เสียงทุ้มต ่าของมู่อวิ่นเฉิงก็
ดังขึ้นข้างหู “คืนนี้ เธอพอใจไหม?”
สมองของเกาซูว่างเปล่า เธอไม่สามารถประมวลผลอะไรได้อีก
แล้ว…
แน่นอนว่าเธอพอใจมาก!
แค่ได้เจอหน้าเขา เธอก็พอใจแล้ว!
ความสัมพันธ์ของทั้งสองในครั้งนี้ ทั้งลึกซึ้งและงดงามกว่าครั้ง
ไหน ๆ ทำให้เกาซูรู้สึกมีความสุขอย่างถึงที่สุด…
ในห้วงแห่งความรู้สึกอันเลื่อนลอย เธอพยักหน้ารับเบา ๆ “อืม…
ฉันพอใจ…”
ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกถึงแรงกระแทกที่หนัดหน่วง ราวกับร่างกาย
จะแหลกสลายเป็นผุยผง เธอเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ยังมีเสียงเล็ดลอด
ออกมา นิ้วมือทั้งสิบจิกแน่นเข้าไปในแผ่นหลังของเขา จนเกิดรอย
ข่วนเป็นทางยาว…
มู่อวิ่นเฉิงซุกไซร้ซอกคอของเธอแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยถาม “พอใจ
แค่ไหน?”
คนที่อยู่ใต้ร่างพยายามประมวลผล แล้วตอบเสียงสั่นเครือ “ก็…
พอใจมาก…”
เธอมึนงง ควบคุมตัวเองไม่ได้ สุดท้ายได้แต่ปล่อยตัวไปตาม
กระแส จมดิ่งลงในคลื่นลูกแล้วลูกเล่าที่สาดซัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน
จนในที่สุดก็หมดแรงและผล็อยหลับไป
เธอไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากนั้นเขาทำอะไรต่อบ้าง
คืนนี้เธอหลับสนิทมาก กว่าจะตื่นก็ปาเข้าไปเกือบสิบเอ็ดโมงเช้า
ในวันรุ่งขึ้น
เธอเดินโซเซลงมาข้างล่างอย่างอ่อนล้า เห็นแค่จงอี้นั่งดูโทรทัศน์
อยู่คนเดียว จึงถามหาคนอื่น ๆ เด็กน้อยบอกว่าซ่งยู่หนิงออกไปซื้อ
ของ ส่วนมู่อวิ่นเฉิงก็ไปวิ่งออกกำลังกายแต่เช้า ยังไม่กลับมา
“ออกกำลังกายเหรอ?”
เขายังมีแรงไปวิ่งออกกำลังกายอีกเหรอเนี่ย… เธอนึกในใจ
จงอี้ช่วยยกซาลาเปากับข้าวต้มที่อุ่นไว้แล้วมาให้ พร้อมกับบอก
ว่า “พ่ออุ่นไว้ให้ครับ แล้วก็บอกให้ผมช่วยดูแลแม่”
เกาซูมองจงอี้ด้วยสายตาเอ็นดู เจ้าเด็กน้อยนี่ฉลาดจริง ๆ รู้จัก
ช่วยทำคะแนนให้มู่อวิ่นเฉิงด้วย!
จงอี้วางอาหารเช้าให้เสร็จ ก็กลับไปดูโทรทัศน์ต่ออย่างตั้งใจ
เกาซูสังเกตว่าพักนี้จงอี้ติดโทรทัศน์มากเกินไป จึงเคาะโต๊ะเบา ๆ
เป็นการเตือน “จงอี้ ดูโทรทัศน์มากไม่ดีนะ เดี๋ยวสายตาเสีย”
จงอี้เป็นเด็กดี พอถูกดุก็หันมาอ้อน “แม่ครับ งั้นผมไม่ดูก็ได้ แต่
ขอแค่ฟังเสียงเอาได้ไหม”
เกาซูได้ยินแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ใจอ่อน
ยอมให้ดู ยังไงวันนี้ก็เป็นวันหยุด ตามใจหน่อยคงไม่เป็นไร
“ก็ได้ แต่อย่าดูทั้งวันก็แล้วกันนะ แล้วก็แบ่งเวลาไปคัดตัวอักษร
ด้วย!”
เธอกินข้าวต้มกับซาลาเปา พร้อมกับผักดองที่แม่สามีทำให้
ทันใดนั้นก็มีเสียงคนไขประตูเข้ามา
มู่อวิ่นเฉิงกลับมาแล้ว!
เกาซูพยายามนึกถึงเรื่องเมื่อคืน มู่อวิ่นเฉิงเอาแต่ถามเธอ ราว
กับกำลังสอบสวน แต่ตอนนี้เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด
เมื่อคืนเธอคงจะง่วงมากจริง ๆ…
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด มู่อวิ่นเฉิงกลับมาจากการออกกำลัง
กาย เสื้อของเขาเปียกเหงื่อจนแนบเนื้อเน้นสัดส่วนล ่าสันอย่างชัดเจน
แต่ในมือก็ยังถือถุงกระดาษใบหนึ่ง เขาเดินตรงมาหาเธอ แล้วยื่นถุง
นั้นให้
“อะไรเหรอ” เกาซูรับถุงมาเปิดดูด้วยความสงสัย ข้างในเป็น
ไอศกรีมสามแท่ง!
“???”
นี่เขาตั้งใจซื้อมา ‘ชดเชย’ หรือ ‘ประชด’ เธอกันแน่?
“คะ… คุณไปซื้อมาจากไหนเหรอ” เกาซูร้องถาม แต่ในตอน
นั้นมู่อวิ่นเฉิงกลับเดินขึ้นไปบนชั้นสอง เพื่อเตรียมตัวอาบน ้าแล้ว
เมื่อเทียบกับชาติที่แล้ว ตอนอายุเท่านี้เธอยังไม่ได้เข้ามาในเมือง
หลวง
รถขายไอศกรีมก็ไม่ได้มีเยอะเกลื่อนกลาดเหมือนยุคใหม่ ดังนั้น
แถวนี้ต้องไม่มีไอศกรีมขายอย่างแน่นอน
เกาซูมองดูสภาพของไอศกรีม ก็รู้สึกว่าคงมาจากที่ไกล เพราะ
มันเริ่มละลายไปบ้างแล้ว
ยังดีที่มีซ่งยู่หนิง ซึ่งคุ้นเคยกับเมืองหลวง พอเห็นก็รู้ทันที “นี่ซื้อ
มาจากห้างสรรพสินค้ากลางเมืองหลวงใช่ไหม? อันนี้ราคาตั้ง 1
หยวนเลยนะ!”
เกาซูตกใจมาก การที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อไอศกรีมแท่งละ 1
หยวนนั้นถือว่าแพงมากจริง ๆ
เธอรีบแบ่งให้จงอี้และซ่งยู่หนิงกินคนละแท่ง เพราะกลัวว่าหากช้า
กว่านี้จะละลายจนไม่ได้กิน!
แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจที่สุดไม่ใช่ราคาของไอศกรีม แต่เป็นการที่
เขาวิ่งจากที่นี่ไปห้างสรรพสินค้ากลางเมืองหลวง ระยะทางเกือบ 15
กิโลเมตรเชียวนะ!
กิจกรรมของเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำเธอเดินแทบไม่ไหว ขาอ่อนแรง
ไปหมด! แต่เขายังมีพลังวิ่งออกกำลังกายไปที่ห้างสรรพสินค้าใจ
กลางเมืองหลวงอีกหรือนี่?!
ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
เธอกัดไอศกรีมคำโต ๆ เพื่อระบายความเกรี้ยวโกรธ
หลังจากมู่อวิ่นเฉิงอาบน ้าเสร็จ เขาก็เดินลงมาในชุดเสื้อเชิ้ตสี
ขาวเรียบ ๆ กับกางเกงสีน ้าเงินเข้ม ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่ง ทำให้เขาดูดี
สุด ๆ
เกาซูมองเขาเดินลงบันไดมา ท่าทางของเขาดูดีมีเสน่ห์จนละ
สายตาไปไม่ได้ เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าเขากำลังฝึกซ้อมอยู่
จะดูเท่ขนาดไหน
ไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงชอบพูดกันว่า ถ้ามีแฟนต้องหาแฟนหล่อ
ๆ เวลาทะเลาะกัน แค่มองหน้าก็หายโกรธแล้ว
ตอนนี้เธอก็รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แค่ได้เห็นหน้าหล่อ ๆ ของเขา
ความหงุดหงิดใจที่ไม่รู้สาเหตุพลันหายวับไปกับตา
มู่อวิ่นเฉิงจะรู้บ้างไหม ว่าเขาหล่อมากขนาดไหน?
เกาซูเห็นแล้วก็ได้แต่คิด ชาติที่แล้วเธอต้องตาบอดแน่ ๆ ถึงได้
บ่นว่าเขาไม่หล่อ แถมยังผิวคล ้า!
เธอมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเขามายืนอยู่ตรงหน้า และ
บีบจมูกเธอเบา ๆ จึงได้รู้สึกตัว
“มองอะไรอยู่ เหม่อไปเลยนะ” เขามองเธอด้วยสายตาแกมหยอก
เกาซูรู้สึกเขินนิดหน่อย แต่เธอก็ไม่ใช่คนขี้อาย เมื่อครู่ เธอแทบ
จะน ้าลาายไหลเสียด้วยซ ้า
หญิงสาวไล่สายตามองขึ้นลง ก่อนจะมาหยุดที่กางเกงของเขา
แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ทำไมไม่ใส่กางเกงตัวใหม่ที่ฉันเตรียมไว้ให้ล่ะ”
เขาลอบมองครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา “มันคับไป”
“คับอะไร แบบนั้นเขาเรียกรัดรูปต่างหาก มันคือแฟชั่นนะรู้ไหม!”
เกาซูไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
กางเกงในยุคนี้นิยมทรงใหญ่ ๆ ขากว้าง ๆ ส่วนกางเกงที่เธอซื้อ
มาให้เขา เธอปรับให้เล็กลงหน่อย จริง ๆ มันก็ไม่ได้เล็กมากอะไร ใส่
แล้วกำลังพอดี เวลาเดินจะได้เน้นให้เห็นสัดส่วนที่อัดแน่นไปด้วย
กล้ามเนื้อของเขา…
เกาซูรู้ว่าเขาคงไม่กล้าใส่ เธอเลยเขย่งปลายเท้า เข้าไปกระซิบ
ข้างหูเขาเบา ๆ “ไม่เป็นไร กลับมาค่อยใส่ให้ฉันดูคนเดียวก็ได้…”
มู่อวิ่นเฉิงมองเธออย่างละเหี่ยใจ
“เป็นอะไรไปล่ะ”